हिंदी सेवाएँ
थाईलैंड हेतु हेग अपोस्टिल (2026)
MEA अपोस्टिल, प्रमाणित अनुवाद व MFA।
थाईलैंड हेतु हेग अपोस्टिल (2026) — भारतीयों के लिए
थाईलैंड हेग कन्वेंशन 1961 में शामिल हो चुका है; अपोस्टिल 2026 से प्रभावी होगा। भारत पहले से सदस्य है — MEA अपोस्टिल जारी करता है।
फ़र्म दोनों दिशाओं में अपोस्टिल का प्रबंधन करती है: भारत से (MEA) व थाईलैंड से (MFA, 2026 से), साथ में प्रमाणित अनुवाद।
कानूनी ढाँचा
HCCH अनुच्छेद 12: अपोस्टिल वाणिज्य दूतावास वैधीकरण का स्थान लेती है।
भारत: MEA अपोस्टिल जारी करता है, पूर्व-प्रमाणन राज्य HRD/SDM/GAD द्वारा।
थाईलैंड: MFA Department of Consular Affairs 2026 से अपोस्टिल जारी करेगा।
भारत से थाईलैंड
7–15 दिन।
- राज्य पूर्व-प्रमाणन (HRD/SDM/GAD)
- MEA अपोस्टिल
- थाई अनुवाद बैंकॉक में
- 2026 तक: MFA + थाई दूतावास
- 2026 के बाद: केवल अपोस्टिल पर्याप्त
सेवाएँ
पूर्ण पैकेज।
- भारत में MEA अपोस्टिल मार्गदर्शन
- HI↔TH प्रमाणित अनुवाद
- MFA थाईलैंड
- अपोस्टिल थाईलैंड 2026 से
- तीसरे देश की श्रृंखला
- DHL कूरियर
प्रक्रिया
फ़िक्स्ड शुल्क।
- दस्तावेज़ सत्यापन
- स्रोत पर अपोस्टिल
- बैंकॉक प्रेषण
- प्रमाणित अनुवाद
- MFA (या 2026+ अपोस्टिल TH)
- अंतिम सुपुर्दगी
सामान्य दस्तावेज़
डिग्री, जन्म प्रमाण, पावर ऑफ़ अटॉर्नी, कंपनी दस्तावेज़, पुलिस क्लीयरेंस।
- डिग्री
- जन्म प्रमाण
- POA
- MOA/AOA
- पुलिस क्लीयरेंस
अपोस्टिल vs वाणिज्य दूतावास
अपोस्टिल: एकल मुहर, 126 HCCH देशों में मान्य।
वाणिज्य दूतावास: 2 चरण (MFA + दूतावास), गैर-HCCH देशों के लिए अनिवार्य।
शुल्क
फ़िक्स्ड।
- MEA अपोस्टिल + सहायता — सरकारी फ़ीस पर
- प्रमाणित अनुवाद — 1,200 THB/दस्तावेज़
- MFA — 800 + संगति
- अपोस्टिल TH (2026 से) — विशेष कोटेशन
- DHL — लागत पर
सामान्य गलतियाँ
- गलत प्राधिकरण से अपोस्टिल
- अनधिकृत प्रति पर अपोस्टिल
- बिना अनुवाद के अपोस्टिल पर्याप्त मानना
- अपोस्टिल TH चालू होने तक MFA छोड़ देना
थाई अपोस्टिल चालू?
अभी नहीं; 2026 अपेक्षित।
भारतीय अपोस्टिल थाईलैंड में मान्य?
2026 तक नहीं; MFA + दूतावास आवश्यक।
औसत लागत?
6,000–9,000 THB प्रति दस्तावेज़।
दूर से?
हाँ, POA व DHL के साथ।
1 दिन में अपोस्टिल कोटेशन
LINE पर दस्तावेज़ स्कैन भेजें — 24 घंटे में जवाब।
แหล่งอ้างอิง / Authority References
विशेषज्ञ सेवाएँ जिनकी आपको आवश्यकता हो सकती है
लिखित फ़िक्स्ड कोटेशन
LINE पर भेजें — 1 कार्य दिवस में जवाब।
คู่มือปฏิบัติ: Apostille และการเตรียมตัวก่อน 28 กุมภาพันธ์ 2570
คำตอบสั้น: Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง
รายการเอกสารที่ต้องเตรียม
เอกสารส่วนบุคคล
- • ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน
- • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร
- • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ
เอกสารองค์กร
- • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
- • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน
- • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ
เอกสารที่ออกจากต่างประเทศ
- • ต้นฉบับที่มี Apostille จากประเทศผู้ออกแล้ว
- • คำแปลภาษาไทยสำหรับใช้ในราชการไทย
- • หลักฐานความเชื่อมโยงของชื่อ หากสะกดต่างจากเอกสารไทย
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง
ตรวจตารางสถานะของ HCCH ว่าประเทศผู้รับเป็นภาคีหรือไม่ และมีการคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของอีกฝ่ายหรือไม่
⏱ ภายในวันเดียว
2. เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา
หากต้องใช้เอกสารก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ให้วางแผนแบบลูกโซ่ หากใช้หลังจากนั้นและปลายทางเป็นภาคี จึงวางแผนแบบ Apostille
⏱ ภายในวันเดียว
3. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง
ขอต้นฉบับใหม่หากฉบับเดิมเก่าเกินกรอบอายุของผู้รับ และจัดทำคำแปลที่ตรงกับต้นฉบับทุกจุด
⏱ 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
4. ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก
ยื่นที่หน่วยงานผู้มีอำนาจตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในขั้นก่อนหน้า และเก็บหลักฐานการยื่นทุกใบ
⏱ 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
5. ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล
ตรวจเลขที่ใบรับรอง วันที่ และหน่วยงานผู้ออก แล้วเก็บสำเนาดิจิทัลไว้อ้างอิงกรณีผู้รับขอตรวจสอบย้อนกลับ
⏱ 1 วันทำการ (ประมาณการ)
ข้อควรระวัง
- • เข้าใจผิดว่า Apostille ใช้ได้กับไทยแล้วในขณะนี้ ทำให้วางแผนเวลาผิดพลาด
- • ประเทศภาคีบางคู่มีข้อคัดค้านระหว่างกัน ทำให้ต้องกลับไปใช้การรับรองแบบลูกโซ่
- • Apostille รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับ ไม่ได้รับรองเนื้อหาในเอกสาร
- • คำแปลที่จัดทำหลังออก Apostille อาจต้องรับรองเพิ่มในประเทศปลายทาง
Apostille กับการรับรองแบบลูกโซ่
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Apostille | รับรองแบบลูกโซ่ |
|---|
| จำนวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | หน่วยงานผู้มีอำนาจแห่งเดียว | กงสุลของประเทศต้นทางและสถานทูตปลายทาง |
|---|
| ขอบเขตการใช้งาน | เฉพาะระหว่างประเทศภาคีที่ไม่มีข้อคัดค้านระหว่างกัน | ใช้ได้กับทุกประเทศตามระเบียบของสถานทูตนั้น |
|---|
| สิ่งที่รับรอง | ลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราประทับของผู้ออกเอกสาร | ลายมือชื่อในแต่ละชั้นตามลำดับ |
|---|
| การวางแผนเวลา | สั้นลง แต่ยังขึ้นกับคิวของหน่วยงานผู้มีอำนาจ | ต้องเผื่อคิวของสถานทูตปลายทางเพิ่ม |
|---|
เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับทำ
- • ประเมินว่าเอกสารของคุณควรใช้เส้นทางใดตามวันใช้งานจริง
- • วางแผนล่วงหน้าสำหรับองค์กรที่มีเอกสารจำนวนมากในช่วงเปลี่ยนผ่าน
- • ตรวจสอบสถานะภาคีและข้อคัดค้านของคู่ประเทศให้ก่อนเริ่มงาน
- • ให้คำแนะนำเรื่องอายุเอกสารและรอบการต่ออายุเอกสารองค์กร
ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ
ระยะเวลาทั้งหมดเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ทีมที่ปรึกษาเอกสารและการรับรอง ประสบการณ์ 15 ปีขึ้นไป
เราให้คำปรึกษาตลอดงาน ไม่ใช่รับทำแล้วจบ
ก่อนเริ่มงานเราอ่านเอกสารของคุณจริงและตรวจว่าเส้นทางการรับรองที่เลือกตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ ระหว่างงานเราแจ้งสถานะเป็นระยะ และหลังงานเสร็จเรายังตอบคำถามเรื่องการยื่นต่อให้
ก่อนเริ่ม — ประเมินความเสี่ยงเอกสาร
- ตรวจชื่อ-สกุล วันเดือนปี และเลขเอกสารให้ตรงกันทุกฉบับ
- ยืนยันว่าหน่วยงานปลายทางต้องการต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือไฟล์ดิจิทัล
- แจ้งล่วงหน้าหากเอกสารต้องออกใหม่หรือคัดสำเนาก่อน
ระหว่างงาน — เดินเรื่องและรายงานสถานะ
- แจ้งลำดับขั้นที่กำลังดำเนินการและกรอบเวลาโดยประมาณเป็นวันทำการ
- ประสานงานแก้ไขทันทีเมื่อหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
- สรุปค่าใช้จ่ายของหน่วยงานให้ทราบก่อนดำเนินการทุกครั้ง
หลังงานเสร็จ — ดูแลต่อจนใช้งานได้จริง
- อธิบายวิธียื่นเอกสารต่อกับหน่วยงานหรือสถานทูตปลายทาง
- เก็บสำเนางานไว้ให้ ขอชุดเพิ่มภายหลังได้
- ตอบคำถามเพิ่มเติมเมื่อปลายทางขอเอกสารประกอบ
เราจัดทำเอกสารตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง การพิจารณาอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานนั้นเสมอ
ส่งไฟล์เอกสารให้เราตรวจเบื้องต้นทาง LINE เพื่อรับคำแนะนำเส้นทางการรับรองและใบเสนอราคา
Apostille และการรับรองข้ามประเทศ
คำแนะนำก่อนดำเนินการ
- แยกให้ชัดว่าเอกสารเดินทาง “ออกจากไทย” หรือ “เข้าสู่ไทย” เพราะสองทิศทางใช้เส้นทางรับรองคนละแบบ
- เอกสารต่างประเทศที่มี Apostille แล้ว เมื่อนำมาใช้ในไทยยังต้องแปลเป็นไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย
- ตรวจว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาหรือไม่ ก่อนวางแผนขั้นตอนทั้งหมด
- เก็บสำเนาสีของ Apostille ไว้ เพราะบางหน่วยงานขอดูคู่กับต้นฉบับ
- ถ้าเอกสารมีหลายฉบับ ให้ตรวจว่าปลายทางต้องการ Apostille แยกรายฉบับหรือรับแบบชุดเดียว
ข้อควรระวังที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ
- เข้าใจว่าไทยออก Apostille ได้แล้วในวันนี้ — อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนหน้านั้นยังใช้สายงานกงสุล–สถานทูต
- คิดว่า Apostille ทดแทนการแปลได้ ทั้งที่เป็นการรับรองที่มาของลายมือชื่อและตราเท่านั้น
- ขอ Apostille จากหน่วยงานที่ไม่ใช่ผู้มีอำนาจออก (Competent Authority) ของประเทศนั้น
- เย็บเล่มหรือแยกแผ่น Apostille ออกจากเอกสารหลัก ทำให้ปลายทางปฏิเสธ
- ยื่นเอกสารที่ถ่ายสำเนาหลังติด Apostille แล้ว โดยไม่ได้นำต้นฉบับไปแสดง
เตรียมให้พร้อมก่อนเริ่ม
- ระบุประเทศปลายทางและสถานะภาคีอนุสัญญาให้ชัด
- ต้นฉบับเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ
- ข้อกำหนดเรื่องภาษาของคำแปลจากหน่วยงานที่จะรับเอกสาร
ข้อมูลที่ผันแปร — ควรตรวจสอบก่อนทุกครั้ง
- รายชื่อภาคีอนุสัญญาและวันมีผลบังคับใช้เปลี่ยนแปลงได้ตลอด รวมถึงกรณีมีรัฐคัดค้านการเข้าเป็นภาคี
- วิธีตรวจสอบ: ตรวจตารางสถานะภาคีของ HCCH ในวันที่วางแผนดำเนินการ
- หน่วยงานผู้มีอำนาจออก Apostille ต่างกันในแต่ละประเทศ บางแห่งเป็นกระทรวงการต่างประเทศ บางแห่งเป็นศาลหรือมลรัฐ
- วิธีตรวจสอบ: ดูรายชื่อ Competent Authority ของประเทศนั้นในเว็บไซต์ HCCH
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยรายกรณี เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-04
คำขอ Apostille ถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไร
คำตอบสั้น: ปัญหาหลักคือขอ Apostille กับเอกสารที่ยังไม่ใช่ “เอกสารมหาชน” ในความหมายของอนุสัญญา ปลายทางไม่ได้เป็นภาคี และเข้าใจวันมีผลบังคับใช้ของไทยคลาดเคลื่อน (28 กุมภาพันธ์ 2570) แก้ได้โดยแปลงเอกสารให้เข้าเงื่อนไขก่อน แล้วเลือกเส้นทางรับรองให้ตรงกับสถานะภาคีของปลายทาง
เอกสารเอกชนถูกปฏิเสธเพราะไม่เข้าข่ายเอกสารมหาชน
- สาเหตุที่แท้จริง
- สัญญา จดหมาย หรือหนังสือมอบอำนาจของเอกชนยังไม่มีการรับรองโดยเจ้าพนักงานที่อนุสัญญายอมรับ
- ป้องกันก่อนยื่น
- ให้ทนาย Notarial Services Attorney ทำคำรับรองก่อน เพื่อยกระดับเป็นเอกสารที่รับรองได้
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- ทำคำรับรองลายมือชื่อ/สำเนาถูกต้อง แล้วยื่นขอรับรองใหม่
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)
ปลายทางไม่รับ Apostille เพราะไม่ได้เป็นภาคี
- สาเหตุที่แท้จริง
- เลือกเส้นทางจากคำแนะนำทั่วไป ไม่ได้ตรวจสถานะภาคีจริงของประเทศผู้รับ
- ป้องกันก่อนยื่น
- ตรวจ status table ของ HCCH ก่อนตัดสินใจ และยืนยันกับผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- เปลี่ยนเป็นเส้นทางรับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
ยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับไทย
- สาเหตุที่แท้จริง
- เข้าใจว่าวันเข้าเป็นภาคีคือวันที่ใช้ได้ทันที
- ป้องกันก่อนยื่น
- วางแผนงานโดยยึดวันมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 และเตรียมเส้นทางสำรองไว้
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- ใช้เส้นทางรับรองเดิมไปก่อนหากกำหนดยื่นเร่งด่วน
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
ปลายทางแจ้งว่าคำแปลไม่ได้ถูกคลุมด้วยใบรับรอง
- สาเหตุที่แท้จริง
- รับรองเฉพาะต้นฉบับ แต่แนบคำแปลที่ไม่ได้อยู่ในชุดที่รับรอง
- ป้องกันก่อนยื่น
- ยืนยันกับผู้รับว่าต้องรับรองต้นฉบับ คำแปล หรือทั้งสองอย่าง
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- ผูกคำแปลเข้าชุดและขอรับรองเพิ่มตามที่ปลายทางกำหนด
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
ผู้รับต้องการไฟล์ที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ แต่ได้รับกระดาษ (หรือกลับกัน)
- สาเหตุที่แท้จริง
- ไม่ได้ระบุรูปแบบผลลัพธ์ตั้งแต่ต้น ระหว่างฉบับกระดาษกับ e-Apostille
- ป้องกันก่อนยื่น
- ถามผู้รับว่าต้องยื่นแบบอัปโหลด แบบกระดาษ หรือส่งไปรษณีย์
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- ขอออกในรูปแบบที่ตรงกับช่องทางการยื่นของผู้รับ
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 1–5 วันทำการ (ประมาณการ)
ต้องใช้หลายประเทศแต่มีใบรับรองใบเดียว
- สาเหตุที่แท้จริง
- ยื่นต้นฉบับเดียวโดยไม่ได้คัดชุดสำรองสำหรับปลายทางอื่น
- ป้องกันก่อนยื่น
- คัดเอกสารต้นเรื่องหลายชุดตั้งแต่แรกเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายประเทศ
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- คัดชุดใหม่และเดินรับรองเพิ่มต่อชุด
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 5–12 วันทำการ (ประมาณการ) ต่อชุด
ก่อนยื่นทุกครั้ง เราตรวจให้ว่าเอกสารของคุณเข้าเงื่อนไขเอกสารมหาชนหรือยัง ปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และควรใช้เส้นทางใดในช่วงเปลี่ยนผ่าน — ปรึกษาทีมเราก่อนเสียเวลาเดินเอง
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม
Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง
ขั้นตอนการทำงาน
- ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง — ภายในวันเดียว
- เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา — ภายในวันเดียว
- จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
- ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
- ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล — 1 วันทำการ (ประมาณการ)
เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น
- • ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน
- • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร
- • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ
- • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
- • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน
- • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ
ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา
ปรึกษาขอบเขตงานและเอกสารที่ต้องเตรียมกับเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลแหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ
ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29
คำถามที่เกี่ยวข้อง
- ควรเริ่มต้นอย่างไรเมื่อไม่แน่ใจว่าต้องรับรองแบบไหน
- เริ่มจากคำถามสามข้อ คือ เอกสารจะยื่นกับหน่วยงานใด ประเทศใด และภายในวันที่เท่าไร คำตอบสามข้อนี้กำหนดเส้นทางรับรอง ภาษาที่ต้องแปล และลำดับขั้นตอนทั้งหมด
- ทำไมเว็บไซต์ไม่แสดงค่าบริการ
- เพราะขอบเขตงานต่างกันมากตามจำนวนเอกสาร ภาษา และขั้นตอนกงสุลที่เกี่ยวข้อง เราจึงประเมินตามงานจริงและแจ้งรายละเอียดผ่านโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
- ให้บริการนอกกรุงเทพฯ หรือไม่
- รองรับลูกค้าทั่วประเทศและลูกค้าต่างประเทศ โดยรับเอกสารทางไปรษณีย์หรือขนส่งเอกชน และนัดหมายลงนามล่วงหน้าเมื่อจำเป็นต้องแสดงตน
- ข้อมูลส่วนบุคคลในเอกสารถูกจัดการอย่างไร
- เอกสารถูกใช้เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ที่ลูกค้าแจ้งไว้ จัดเก็บตามระยะเวลาที่จำเป็นตามหน้าที่ทางวิชาชีพและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และไม่เปิดเผยต่อบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอม
บริการที่เกี่ยวข้อง
ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล