ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law logo
Thai Notary Law

Embassy Legalization • 70+ Countries

บริการรับรองเอกสารโดยสถานทูต
ทุกประเทศทั่วโลก

บริการ Embassy Legalization ครบวงจรกับ 70+ สถานทูตในกรุงเทพ ตั้งแต่ Notary → แปล Certified → นิติกรณ์ MFA → ยื่นสถานทูต → จัดส่งทั่วโลก ดำเนินการแทนได้ครบ ไม่ต้องเดินทาง

70+ สถานทูต

ครอบคลุมทั่วโลก

12 ภาษา

Certified Translation

Express

เร่งด่วน 1-3 วัน

Door-to-door

ส่ง DHL ทั่วโลก

ขั้นตอน 4 ชั้น (Thai Document → Foreign Use)

  1. 1. Notary Public — ทนาย Notarial Services Attorney รับรองลายมือชื่อ/สำเนา/คำแปล
  2. 2. Certified Translation — แปลเป็นภาษาปลายทางโดยนักแปลที่ขึ้นทะเบียน MFA
  3. 3. MFA Consular Legalization — กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ รับรองลายเซ็นทนาย/นักแปล
  4. 4. Embassy Legalization — สถานทูตปลายทางในกรุงเทพรับรองลายเซ็นกงสุลไทย

ขั้นตอน 4 ชั้น (Foreign Document → Thai Use)

  1. 1. Notary ในประเทศต้นทาง — รับรองเอกสาร
  2. 2. Apostille หรือ MFA ของประเทศต้นทาง
  3. 3. สถานทูต/กงสุลไทยในประเทศต้นทางรับรอง
  4. 4. แปลไทย + นิติกรณ์ MFA ในไทย เพื่อนำไปยื่นหน่วยงานราชการไทย

เลือกสถานทูตปลายทาง

รวม 70+ สถานทูตและสถานกงสุลในกรุงเทพ จัดกลุ่มตามภูมิภาค คลิกเพื่อดูรายละเอียดเฉพาะ — เอกสารที่ต้องเตรียม, ค่าธรรมเนียม, ที่ตั้ง, และระยะเวลา

อาเซียน & SEA (8 ประเทศ)

เอเชียตะวันออก (5 ประเทศ)

เอเชียใต้ (6 ประเทศ)

Oceania (2 ประเทศ)

ยุโรปตะวันตก (11 ประเทศ)

ยุโรปเหนือ (4 ประเทศ)

ยุโรปกลาง/ตะวันออก (9 ประเทศ)

อเมริกาเหนือ (3 ประเทศ)

ละตินอเมริกา (5 ประเทศ)

ตะวันออกกลาง (12 ประเทศ)

แอฟริกา (5 ประเทศ)

คำถามที่พบบ่อย

Embassy Legalization คืออะไร และต่างจากนิติกรณ์ MFA อย่างไร?
Embassy Legalization คือการ 'รับรองชั้นที่ 2' ของเอกสาร — หลังจากผ่านนิติกรณ์ MFA (กรมการกงสุลไทย) แล้ว ต้องนำไปให้สถานทูตของประเทศปลายทางในกรุงเทพรับรองอีกครั้ง เพื่อให้เอกสารใช้ได้ในประเทศนั้น เช่น เอกสารไทยที่จะใช้ในเยอรมัน ต้อง Notary → MFA → สถานทูตเยอรมัน เป็นต้น
ทำไมต้องผ่านสถานทูตทุกประเทศ ทำไม Apostille ไม่พอ?
ไทยยังไม่ได้เป็นภาคี Hague Apostille Convention 1961 (ยังไม่มีผลจนถึง 28 ก.พ. 2570) เอกสารไทยจึงยังต้องใช้ระบบ Consular Legalization 2 ชั้น (MFA + Embassy) สำหรับใช้ในต่างประเทศ — แม้ประเทศปลายทางจะเป็นสมาชิก Apostille ก็ตาม
ใช้เวลาและค่าบริการเท่าไหร่ต่อสถานทูต?
แต่ละสถานทูตมีระยะเวลาและค่าธรรมเนียมต่างกัน: เยอรมัน สอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล 7-10 วัน, ฝรั่งเศส 4,000-7,000 บาท 5-7 วัน, ออสเตรเลีย 3,500-6,000 บาท 5 วัน, สหรัฐฯ ใช้ Notary ของสถานทูตเอง 50 USD/seal, ญี่ปุ่น 2,500-4,500 บาท 3-5 วัน, จีน 3,500-6,500 บาท 5-7 วัน — ราคารวมค่าบริการเดินเอกสารและค่าธรรมเนียมสถานทูต
ครอบคลุมกี่ประเทศ?
ครอบคลุม 70+ สถานทูตและสถานกงสุลในกรุงเทพ (รวมประเทศแถบอาเซียน เอเชียตะวันออก ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง แอฟริกา และโอเชียเนีย) — สำหรับประเทศที่ไม่มีสถานทูตในไทย เราประสานผ่านสถานทูตในกรุงกัวลาลัมเปอร์/สิงคโปร์/โตเกียวให้ได้
ถ้าประเทศปลายทางเป็นสมาชิก Apostille (เช่น สหรัฐฯ ออสเตรเลีย เยอรมัน) ทำไมยังต้องผ่านสถานทูต?
เพราะกฎ Apostille ใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศ 'สมาชิก' เท่านั้น เอกสารไทย (ที่ออกในไทยซึ่งไม่ใช่สมาชิก) ยังต้องใช้ Consular Legalization — ในทางกลับกัน เอกสารต่างประเทศที่จะใช้ในไทย ก็ต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศของประเทศต้นทาง + สถานทูตไทยในประเทศนั้น
ส่งเอกสารกลับต่างประเทศได้ไหม?
ได้ ส่ง EMS/DHL/FedEx ไปทั่วโลก พร้อม tracking number และประกันมูลค่าเอกสาร ปลายทางหลักที่เราส่งบ่อย: เยอรมัน ออสเตรเลีย สหรัฐฯ แคนาดา UK ญี่ปุ่น จีน เกาหลี สิงคโปร์ — ค่าจัดส่งสอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล (Asia) / สอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล (EU/US/AU)
ดำเนินการแทนได้เลย ไม่ต้องมาที่ออฟฟิศใช่ไหม?
ใช่ ส่งเอกสารต้นฉบับมาทางไปรษณีย์ + เซ็นหนังสือมอบอำนาจที่เราจัดส่งให้ — เราดำเนินการครบทุกขั้นตอน (แปล → Notary → MFA → Embassy → จัดส่งคืน) โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปที่ใด อัปเดตสถานะทาง LINE ทุก 24 ชั่วโมง
เหมาะกับใครบ้าง?
1) คนไทยที่จะไปทำงาน/เรียน/แต่งงาน/อยู่ต่างประเทศ 2) บริษัทไทยที่ต้องยื่นเอกสารบริษัท (DBD, POA, Resolution) ในต่างประเทศ 3) ทนายต่างชาติที่ต้องการเอกสารไทยเพื่อใช้ในคดี/ทำธุรกรรม 4) คนต่างชาติในไทยที่ต้องการรับรองเอกสารไทยเพื่อใช้ในประเทศตนเอง

แหล่งอ้างอิง / Authority References

เริ่มต้นรับรองเอกสารกับสถานทูต

ส่งภาพเอกสาร + ระบุประเทศปลายทางทาง LINE — รับใบเสนอราคาภายใน 30 นาที

คำถามที่พบบ่อย

Embassy Legalization คืออะไร และต่างจากนิติกรณ์ MFA อย่างไร?

Embassy Legalization คือการ 'รับรองชั้นที่ 2' ของเอกสาร — หลังจากผ่านนิติกรณ์ MFA (กรมการกงสุลไทย) แล้ว ต้องนำไปให้สถานทูตของประเทศปลายทางในกรุงเทพรับรองอีกครั้ง เพื่อให้เอกสารใช้ได้ในประเทศนั้น เช่น เอกสารไทยที่จะใช้ในเยอรมัน ต้อง Notary → MFA → สถานทูตเยอรมัน เป็นต้น

ทำไมต้องผ่านสถานทูตทุกประเทศ ทำไม Apostille ไม่พอ?

ไทยยังไม่ได้เป็นภาคี Hague Apostille Convention 1961 (ยังไม่มีผลจนถึง 28 ก.พ. 2570) เอกสารไทยจึงยังต้องใช้ระบบ Consular Legalization 2 ชั้น (MFA + Embassy) สำหรับใช้ในต่างประเทศ — แม้ประเทศปลายทางจะเป็นสมาชิก Apostille ก็ตาม

ใช้เวลาและค่าบริการเท่าไหร่ต่อสถานทูต?

แต่ละสถานทูตมีระยะเวลาและค่าธรรมเนียมต่างกัน: เยอรมัน สอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล 7-10 วัน, ฝรั่งเศส 4,000-7,000 บาท 5-7 วัน, ออสเตรเลีย 3,500-6,000 บาท 5 วัน, สหรัฐฯ ใช้ Notary ของสถานทูตเอง 50 USD/seal, ญี่ปุ่น 2,500-4,500 บาท 3-5 วัน, จีน 3,500-6,500 บาท 5-7 วัน — ราคารวมค่าบริการเดินเอกสารและค่าธรรมเนียมสถานทูต

ครอบคลุมกี่ประเทศ?

ครอบคลุม 70+ สถานทูตและสถานกงสุลในกรุงเทพ (รวมประเทศแถบอาเซียน เอเชียตะวันออก ยุโรป อเมริกา ตะวันออกกลาง แอฟริกา และโอเชียเนีย) — สำหรับประเทศที่ไม่มีสถานทูตในไทย เราประสานผ่านสถานทูตในกรุงกัวลาลัมเปอร์/สิงคโปร์/โตเกียวให้ได้

ถ้าประเทศปลายทางเป็นสมาชิก Apostille (เช่น สหรัฐฯ ออสเตรเลีย เยอรมัน) ทำไมยังต้องผ่านสถานทูต?

เพราะกฎ Apostille ใช้กับเอกสารที่ออกในประเทศ 'สมาชิก' เท่านั้น เอกสารไทย (ที่ออกในไทยซึ่งไม่ใช่สมาชิก) ยังต้องใช้ Consular Legalization — ในทางกลับกัน เอกสารต่างประเทศที่จะใช้ในไทย ก็ต้องผ่านการรับรองจากกระทรวงต่างประเทศของประเทศต้นทาง + สถานทูตไทยในประเทศนั้น

ส่งเอกสารกลับต่างประเทศได้ไหม?

ได้ ส่ง EMS/DHL/FedEx ไปทั่วโลก พร้อม tracking number และประกันมูลค่าเอกสาร ปลายทางหลักที่เราส่งบ่อย: เยอรมัน ออสเตรเลีย สหรัฐฯ แคนาดา UK ญี่ปุ่น จีน เกาหลี สิงคโปร์ — ค่าจัดส่งสอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล (Asia) / สอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล (EU/US/AU)

ดำเนินการแทนได้เลย ไม่ต้องมาที่ออฟฟิศใช่ไหม?

ใช่ ส่งเอกสารต้นฉบับมาทางไปรษณีย์ + เซ็นหนังสือมอบอำนาจที่เราจัดส่งให้ — เราดำเนินการครบทุกขั้นตอน (แปล → Notary → MFA → Embassy → จัดส่งคืน) โดยที่ลูกค้าไม่ต้องเดินทางไปที่ใด อัปเดตสถานะทาง LINE ทุก 24 ชั่วโมง

เหมาะกับใครบ้าง?

1) คนไทยที่จะไปทำงาน/เรียน/แต่งงาน/อยู่ต่างประเทศ 2) บริษัทไทยที่ต้องยื่นเอกสารบริษัท (DBD, POA, Resolution) ในต่างประเทศ 3) ทนายต่างชาติที่ต้องการเอกสารไทยเพื่อใช้ในคดี/ทำธุรกรรม 4) คนต่างชาติในไทยที่ต้องการรับรองเอกสารไทยเพื่อใช้ในประเทศตนเอง

งานรับรองกงสุล/สถานทูตถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไร

คำตอบสั้น: กรณีที่ถูกตีกลับบ่อยคือใช้สำเนาแทนต้นฉบับ คำแปลไม่ตรงชื่อ-สกุลตามหนังสือเดินทาง เอกสารต้นเรื่องออกเกินอายุที่ปลายทางกำหนด และยื่นผิดลำดับหรือผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง แก้ได้โดยขอเอกสารต้นเรื่องใหม่และเดินลำดับรับรองให้ครบชั้น

กรมการกงสุลไม่รับเพราะเป็นสำเนาที่ไม่มีการรับรองจากหน่วยงานผู้ออก

สาเหตุที่แท้จริง
ใช้สำเนาถ่ายเอกสารหรือไฟล์พิมพ์เอง แทนต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรอง
ป้องกันก่อนยื่น
ขอคัดสำเนาที่รับรองจากอำเภอ/สำนักทะเบียน/สถาบันผู้ออกก่อนเสมอ
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดเอกสารใหม่จากหน่วยงานผู้ออก แล้วยื่นรับรองอีกครั้ง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–7 วันทำการ (ประมาณการ) ตามคิวของหน่วยงานผู้ออก

คำแปลสะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง

สาเหตุที่แท้จริง
ผู้แปลถอดเสียงเอง ไม่ได้ยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางหรือทะเบียนราษฎร
ป้องกันก่อนยื่น
ส่งสำเนาหนังสือเดินทางให้ผู้แปลใช้เป็นมาตรฐานการสะกดทุกฉบับในชุด
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
แก้คำแปลให้ตรงและยื่นรับรองคำแปลใหม่ทั้งชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)

สถานทูตปลายทางแจ้งว่าเอกสารเก่าเกินกำหนด

สาเหตุที่แท้จริง
ปลายทางกำหนดอายุเอกสาร (เช่น ออกไม่เกิน 3 หรือ 6 เดือน) แต่ใช้ฉบับที่คัดไว้นาน
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจเงื่อนไขอายุเอกสารของปลายทางก่อนคัดเอกสาร และวางคิวงานให้จบภายในกรอบนั้น
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดเอกสารใหม่และเร่งเดินสายรับรองให้จบภายในอายุที่กำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 5–15 วันทำการ (ประมาณการ) เพราะต้องเริ่มทั้งสายใหม่

ยื่นผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

สาเหตุที่แท้จริง
เอกสารการศึกษา/การแพทย์/ตำรวจ บางประเภทต้องผ่านต้นสังกัดก่อนถึงกรมการกงสุล
ป้องกันก่อนยื่น
ระบุประเภทเอกสารและหน่วยงานผู้ออกให้ชัด แล้วตรวจสายอนุมัติก่อนตั้งเรื่อง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
นำเอกสารไปรับรองจากต้นสังกัดก่อน แล้วยื่นกรมการกงสุลใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางขอ Apostille แต่ได้รับ legalization แบบเดิม (หรือกลับกัน)

สาเหตุที่แท้จริง
ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ช่วงเปลี่ยนผ่านจึงมีความสับสนว่าปลายทางรับแบบใด
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางจาก HCCH และยืนยันกับผู้รับว่ารับ Apostille หรือไม่
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอรับรองในรูปแบบที่ปลายทางระบุ โดยใช้เอกสารต้นเรื่องชุดเดิมหากยังไม่เกินอายุ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–7 วันทำการ (ประมาณการ)

ตราหรือเล่มเอกสารเสียหายระหว่างขนส่ง จึงถูกปฏิเสธ

สาเหตุที่แท้จริง
ถอดลวดเย็บเพื่อสแกน หรือพับทับตราประทับ
ป้องกันก่อนยื่น
ห้ามแกะเล่มหลังรับรอง สแกนโดยไม่ถอดลวด และใช้ซองแข็งในการส่ง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอออกใบรับรองใหม่จากหน่วยงานที่ออกฉบับที่เสียหาย
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

เราตรวจตั้งแต่ต้นทางว่าเอกสารของคุณต้องผ่านกี่ชั้น หน่วยงานใดก่อน-หลัง และอายุเอกสารพอถึงวันยื่นหรือไม่ ถ้าไม่อยากเสี่ยงเดินรอบสอง ให้ทีมเราวางไทม์ไลน์และดำเนินการแทนได้ทั้งสาย

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

เอกสารราชการไทยยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชนต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองก่อน จากนั้นจึงยื่นสถานทูตปลายทาง ลำดับที่ถูกต้องคือ ต้นฉบับ ถูกกฎหมาย แปล รับรองกงสุล และรับรองสถานทูต

ขั้นตอนการทำงาน

  1. จำแนกประเภทเอกสารและกำหนดลำดับชั้น — ภายในวันเดียว
  2. จัดทำคำแปลให้ตรงกับต้นฉบับ — 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)
  3. ยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
  4. ยื่นรับรองที่สถานทูตปลายทาง — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
  5. ตรวจรับและส่งมอบโดยไม่แกะตราครอบ — 1–2 วันทำการ (ประมาณการ)

เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น

  • ต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการและมีลายมือชื่อผู้มีอำนาจ
  • คำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ปลายทางกำหนด
  • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร
  • หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรของผู้รับมอบ หากไม่ได้ยื่นเอง
  • เอกสารที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองแล้ว
  • หนังสือรับรองบริษัทที่ยังอยู่ในกรอบอายุของผู้รับ

ถ้าต้องการให้เอกสารผ่านครบทุกชั้นโดยไม่ต้องเดินเรื่องเอง ทีมที่ปรึกษาของเรารับดูแลตั้งแต่จัดชุดเอกสารจนถึงส่งมอบ ติดต่อสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมล

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา

ห้องบริการประชาชนของหน่วยงานกงสุล มีเคาน์เตอร์ให้บริการเรียงเป็นแถวและที่นั่งรอ
งานรับรองที่กรมการกงสุลและสถานทูตมีคิว รอบเวลา และเอกสารประกอบที่ต่างกันในแต่ละหน่วยงาน

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29

คำถามที่เกี่ยวข้อง

รับรองนิติกรณ์เอกสารที่กรมการกงสุลคืออะไร
คือการที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับของหน่วยงานไทยหรือผู้แปลบนเอกสาร เพื่อให้เอกสารนั้นใช้อ้างอิงกับหน่วยงานต่างประเทศได้
ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องเป็นอย่างไร
ลำดับมาตรฐานคือ ต้นฉบับจากหน่วยงานราชการ → แปล/รับรองคำแปล → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตประเทศปลายทาง การข้ามขั้นตอนมักทำให้ถูกปฏิเสธ
เอกสารต้องออกใหม่ภายในกี่เดือน
หลายสถานทูตกำหนดให้เอกสารทะเบียนราษฎร เช่น ทะเบียนบ้าน สูติบัตร หรือหนังสือรับรองโสด ต้องคัดใหม่ภายใน 3–6 เดือน ควรตรวจเงื่อนไขของสถานทูตปลายทางก่อนเริ่มขั้นตอน
ต่างจาก Apostille อย่างไร
Apostille เป็นการรับรองขั้นตอนเดียวระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญา Hague 1961 ส่วนการรับรองนิติกรณ์เป็นระบบสองขั้น (กงสุล + สถานทูต) สำหรับประเทศไทย อนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (2027)

บริการที่เกี่ยวข้อง

ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล