หน้าแรก Compare Apostille vs MFA Legalization ต่างกันอย่างไร? Comparisonsสรุปสั้น (TL;DR) Apostille คือใบรับรองตามอนุสัญญา Hague 1961 ใช้ได้ทันทีในประเทศสมาชิก ~125 ประเทศ — ไม่ต้องผ่านสถานทูตซ้ำ ส่วน MFA Legalization คือการรับรองโดยกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศของไทย ใช้กับประเทศที่ไม่ได้เป็นสมาชิก Hague ซึ่งหลังจากนั้นต้องส่งต่อให้สถานทูตปลายทางรับรองอีกชั้นหนึ่ง (Double Legalization)
EN: Apostille is a single-step certificate under the 1961 Hague Convention, valid in ~130 member states without further consular legalisation. MFA Legalisation is Thailand's consular certification used for non-Hague destinations — typically followed by a second step at the destination embassy (double legalisation).
เลือกอะไรดี? ถ้าประเทศปลายทางเป็นสมาชิก Hague (เช่น ออสเตรเลีย เยอรมนี ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ — ไทยเข้าเป็นภาคีเมื่อ 30 มิ.ย. 2569 (มีผล 28 ก.พ. 2570)) ใช้ Apostille เพียงขั้นตอนเดียว แต่ถ้าปลายทางไม่ได้เป็นสมาชิก (เช่น UAE, จีน ก่อน 2023, เวียดนาม) ต้องใช้ MFA Legalization + สถานทูต
ตารางเปรียบเทียบ รายการ Apostille การรับรองโดยกรมการกงสุล ฐานทางกฎหมาย Hague Convention 1961 กฎหมายและแนวปฏิบัติของไทย จำนวนขั้นตอน 1 ขั้นตอน (Apostille เดียว) 2+ ขั้นตอน (MFA + สถานทูต) ใช้ได้กี่ประเทศ ~130 ประเทศสมาชิก Hague ทุกประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก ระยะเวลาเฉลี่ย 2–5 วันทำการ 5–15 วันทำการ หน่วยงานออก กรมการกงสุล (MFA) กรมการกงสุล (MFA) ต้องไปสถานทูตต่อ ไม่ต้อง ต้องไป ค่าธรรมเนียมราชการ 400 บาท/ฉบับ 400 บาท + ค่าสถานทูต
คำถามที่พบบ่อย ไทยเข้าร่วม Hague Apostille แล้วหรือยัง? ไทยฝากภาคยานุวัติสาร 30 มิ.ย. 2569 และมีผลบังคับใช้ 28 ก.พ. 2570 — Apostille ของไทยใช้ได้ตั้งแต่วันนั้นเป็นต้นไป
ถ้ามี Apostille แล้วยังต้องไปสถานทูตอีกไหม? ไม่ต้อง หากปลายทางเป็นสมาชิก Hague — Apostille คือใบรับรองสุดท้ายที่ปลายทางต้องยอมรับ
เอกสารแปลใช้ Apostille ได้ไหม? ได้ — แต่ต้องเป็นการแปลที่ผ่านการรับรองโดย Notary หรือกรมการกงสุลก่อน Apostille จะรับรองเฉพาะลายเซ็นของผู้รับรอง ไม่ใช่เนื้อหา
Mr. JirasakNotarial Services Attorney (ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร) · ใบอนุญาตสภาทนายความ — Notarial Services Attorney Reviewed 2026-07-29สำรวจคลังข้อมูลทั้งหมด เนื้อหาที่จัดกลุ่มไว้ให้ค้นหาง่าย — เลือกตามมุมที่คุณสนใจ
งานรับรองกงสุล/สถานทูตถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไรคำตอบสั้น: กรณีที่ถูกตีกลับบ่อยคือใช้สำเนาแทนต้นฉบับ คำแปลไม่ตรงชื่อ-สกุลตามหนังสือเดินทาง เอกสารต้นเรื่องออกเกินอายุที่ปลายทางกำหนด และยื่นผิดลำดับหรือผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง แก้ได้โดยขอเอกสารต้นเรื่องใหม่และเดินลำดับรับรองให้ครบชั้น
กรมการกงสุลไม่รับเพราะเป็นสำเนาที่ไม่มีการรับรองจากหน่วยงานผู้ออก สาเหตุที่แท้จริงใช้สำเนาถ่ายเอกสารหรือไฟล์พิมพ์เอง แทนต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรอง ป้องกันก่อนยื่นขอคัดสำเนาที่รับรองจากอำเภอ/สำนักทะเบียน/สถาบันผู้ออกก่อนเสมอ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับคัดเอกสารใหม่จากหน่วยงานผู้ออก แล้วยื่นรับรองอีกครั้ง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 1–7 วันทำการ (ประมาณการ) ตามคิวของหน่วยงานผู้ออก คำแปลสะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง สาเหตุที่แท้จริงผู้แปลถอดเสียงเอง ไม่ได้ยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางหรือทะเบียนราษฎร ป้องกันก่อนยื่นส่งสำเนาหนังสือเดินทางให้ผู้แปลใช้เป็นมาตรฐานการสะกดทุกฉบับในชุด วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับแก้คำแปลให้ตรงและยื่นรับรองคำแปลใหม่ทั้งชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ) สถานทูตปลายทางแจ้งว่าเอกสารเก่าเกินกำหนด สาเหตุที่แท้จริงปลายทางกำหนดอายุเอกสาร (เช่น ออกไม่เกิน 3 หรือ 6 เดือน) แต่ใช้ฉบับที่คัดไว้นาน ป้องกันก่อนยื่นตรวจเงื่อนไขอายุเอกสารของปลายทางก่อนคัดเอกสาร และวางคิวงานให้จบภายในกรอบนั้น วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับคัดเอกสารใหม่และเร่งเดินสายรับรองให้จบภายในอายุที่กำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 5–15 วันทำการ (ประมาณการ) เพราะต้องเริ่มทั้งสายใหม่ ยื่นผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง สาเหตุที่แท้จริงเอกสารการศึกษา/การแพทย์/ตำรวจ บางประเภทต้องผ่านต้นสังกัดก่อนถึงกรมการกงสุล ป้องกันก่อนยื่นระบุประเภทเอกสารและหน่วยงานผู้ออกให้ชัด แล้วตรวจสายอนุมัติก่อนตั้งเรื่อง วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับนำเอกสารไปรับรองจากต้นสังกัดก่อน แล้วยื่นกรมการกงสุลใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ) ปลายทางขอ Apostille แต่ได้รับ legalization แบบเดิม (หรือกลับกัน) สาเหตุที่แท้จริงไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ช่วงเปลี่ยนผ่านจึงมีความสับสนว่าปลายทางรับแบบใด ป้องกันก่อนยื่นตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางจาก HCCH และยืนยันกับผู้รับว่ารับ Apostille หรือไม่ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับขอรับรองในรูปแบบที่ปลายทางระบุ โดยใช้เอกสารต้นเรื่องชุดเดิมหากยังไม่เกินอายุ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 2–7 วันทำการ (ประมาณการ) ตราหรือเล่มเอกสารเสียหายระหว่างขนส่ง จึงถูกปฏิเสธ สาเหตุที่แท้จริงถอดลวดเย็บเพื่อสแกน หรือพับทับตราประทับ ป้องกันก่อนยื่นห้ามแกะเล่มหลังรับรอง สแกนโดยไม่ถอดลวด และใช้ซองแข็งในการส่ง วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับขอออกใบรับรองใหม่จากหน่วยงานที่ออกฉบับที่เสียหาย
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ) เราตรวจตั้งแต่ต้นทางว่าเอกสารของคุณต้องผ่านกี่ชั้น หน่วยงานใดก่อน-หลัง และอายุเอกสารพอถึงวันยื่นหรือไม่ ถ้าไม่อยากเสี่ยงเดินรอบสอง ให้ทีมเราวางไทม์ไลน์และดำเนินการแทนได้ทั้งสาย
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง
ขั้นตอนการทำงานตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง — ภายในวันเดียวเลือกเส้นทางตามช่วงเวลา — ภายในวันเดียวจัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล — 1 วันทำการ (ประมาณการ) เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น• ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา
งานรับรองที่กรมการกงสุลและสถานทูตมีคิว รอบเวลา และเอกสารประกอบที่ต่างกันในแต่ละหน่วยงาน แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29
คำถามที่เกี่ยวข้อง
เอกสารไทยที่ออกก่อนวันมีผลบังคับใช้ต้องทำอย่างไร เอกสารที่ต้องยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผล ให้ดำเนินการตามระบบนิติกรณ์เดิม เพราะหน่วยงานปลายทางยังไม่สามารถรับ Apostille จากไทยได้จนกว่าจะถึงกำหนด
ประเทศปลายทางไม่ใช่ภาคีอนุสัญญาต้องทำอย่างไร หากปลายทางไม่ใช่ภาคี Apostille จะใช้ไม่ได้ ต้องรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลแล้วต่อด้วยสถานทูตของประเทศนั้นเช่นเดิม แม้หลังปี 2570
Apostille ครอบคลุมคำแปลด้วยหรือไม่ Apostille รับรองลายมือชื่อและตราของผู้ออกเอกสาร ไม่ได้รับรองเนื้อหาหรือคุณภาพคำแปล หลายประเทศจึงยังกำหนดให้คำแปลทำโดยผู้แปลที่ได้รับการยอมรับในประเทศนั้น
ควรวางแผนล่วงหน้าอย่างไร ควรตรวจว่าเอกสารต้องยื่นเมื่อใด ประเทศปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และมีข้อกำหนดอายุเอกสารหรือไม่ แล้วจึงเลือกเส้นทางรับรองที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นเพื่อลดการทำซ้ำ บริการที่เกี่ยวข้อง ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล