中文服务
泰国海牙 Apostille — 2025 年 12 月新规
2025 年 12 月 25 日泰国 HCCH 生效。本所代办 Apostille 申请、翻译公证与国际寄送。
海牙 Apostille — 泰国 2025 年新通道
2024 年 10 月泰国寄存加入书,2025 年 12 月 25 日海牙公约对泰国生效。泰国签发的公文书前往海牙成员国(含中国大陆)只需办理 Apostille,无须再到目的国使馆认证。
本所首批熟悉新流程,直对接 MFA Apostille 单元,提供公证 → MFA Apostille → 跨境快递全套服务,可附中英双语公证翻译。
法律依据
公约第 1 条:Apostille 对象为公文书(法院、行政、公证人文书、公文书上的公证)。第 3 条:由颁发国主管机关签发,接收国不得再要求其他形式认证。
泰国主管机关为 MFA 领事司。私文书须先经公证律师做成公证书后再 Apostille。
全流程
通常 3–5 工作日。
- 公文书直接送 MFA
- 私文书:律师公证 → MFA Apostille
- MFA 受理(普通 2 工作日 / 加急当天)
- Apostille 贴附原件加骑缝
- 跨境快递
- 接收方核对二维码即时验真
Apostille 业务
按目的国清单确认接收方实际要求。
- 出生 / 结婚 / 离婚 / 死亡证
- 学位 / 成绩单
- DBD 公司证明
- 委托书 / 声明书
- 判决书 / 法院命令
- 私文书公证后 Apostille
- 中 / 英文公证翻译附 Apostille
- 加急当天 Apostille
- 跨境快递追踪
- 海牙成员清单核对
工作流程
客户全程无须到场。
- 线上扫描件 + 目的国 + 用途
- 核对接收方 + 固定报价
- 原件交付
- 公证 + 翻译(如需)
- MFA Apostille
- 跨境快递
- 电子归档 + 二维码截图交付
海牙成员国
公约 127 国 / 地区。中国客户高频:中国大陆、港澳、日韩新马印、美英德法、欧盟全境、澳新加(魁北克除外)。
- 中国大陆(2023 加入)
- 中国香港 / 澳门
- 日本 / 韩国
- 美 / 英 / 加(魁北克除外)
- 欧盟全部
- 澳大利亚 / 新西兰
Apostille vs 传统使馆
Apostille:1 步,3–5 工作日,费低,全球承认。
传统使馆:3 步,5–10 工作日,费高,对个别国家承认。
非海牙(越南、伊朗、加拿大魁北克)仍走传统。
费用
固定报价,MFA 规费实付。
- Apostille 基础 — 3,500/份
- Apostille 加急(当天)— 5,500/份
- 公证 + Apostille — 5,500/份起
- 中英公证翻译 + Apostille — 7,500/份起
- 跨境快递 — DHL 实价
- 5 份以上打包 — 10% 优惠
常见错误
- 私文书直送 MFA — 必退
- Apostille 后再翻译,接收方可能拒收
- 非海牙成员硬办 Apostille
- 复印件 Apostille 未盖「与原件相符」
- 二维码验真链接过期未保存
- 接收方要求「带翻译 Apostille」却仅做原文
中国 Apostille 与泰国 Apostille 流程一样吗?
原理相同,主管机关不同。两国互认。
Apostille 需要翻译吗?
Apostille 为英 + 法 + 颁发国语标准格式。原文需在中国使用时常附中文翻译并经中方公证。
有效期?
条文无期限。中国部分省份户籍要求 6 个月内。
加急当天可完成?
公文书可;私文书须公证后次日 MFA 加急。
MFA 与目的国 Apostille 是同一份吗?
Apostille 由颁发国签发。泰发文件由 MFA,中发文件由中国外交部。
1 工作日报价 — 海牙 Apostille 全流程
发送扫描件 + 目的国 + 接收方要求,回复完整流程书与固定报价。
แหล่งอ้างอิง / Authority References
获取固定报价
通过 LINE 发送文件,1 工作日内回复书面意见与报价。
คู่มือปฏิบัติ: Apostille และการเตรียมตัวก่อน 28 กุมภาพันธ์ 2570
คำตอบสั้น: Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง
รายการเอกสารที่ต้องเตรียม
เอกสารส่วนบุคคล
- • ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน
- • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร
- • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ
เอกสารองค์กร
- • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
- • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน
- • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ
เอกสารที่ออกจากต่างประเทศ
- • ต้นฉบับที่มี Apostille จากประเทศผู้ออกแล้ว
- • คำแปลภาษาไทยสำหรับใช้ในราชการไทย
- • หลักฐานความเชื่อมโยงของชื่อ หากสะกดต่างจากเอกสารไทย
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง
ตรวจตารางสถานะของ HCCH ว่าประเทศผู้รับเป็นภาคีหรือไม่ และมีการคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของอีกฝ่ายหรือไม่
⏱ ภายในวันเดียว
2. เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา
หากต้องใช้เอกสารก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ให้วางแผนแบบลูกโซ่ หากใช้หลังจากนั้นและปลายทางเป็นภาคี จึงวางแผนแบบ Apostille
⏱ ภายในวันเดียว
3. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง
ขอต้นฉบับใหม่หากฉบับเดิมเก่าเกินกรอบอายุของผู้รับ และจัดทำคำแปลที่ตรงกับต้นฉบับทุกจุด
⏱ 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
4. ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก
ยื่นที่หน่วยงานผู้มีอำนาจตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในขั้นก่อนหน้า และเก็บหลักฐานการยื่นทุกใบ
⏱ 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
5. ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล
ตรวจเลขที่ใบรับรอง วันที่ และหน่วยงานผู้ออก แล้วเก็บสำเนาดิจิทัลไว้อ้างอิงกรณีผู้รับขอตรวจสอบย้อนกลับ
⏱ 1 วันทำการ (ประมาณการ)
ข้อควรระวัง
- • เข้าใจผิดว่า Apostille ใช้ได้กับไทยแล้วในขณะนี้ ทำให้วางแผนเวลาผิดพลาด
- • ประเทศภาคีบางคู่มีข้อคัดค้านระหว่างกัน ทำให้ต้องกลับไปใช้การรับรองแบบลูกโซ่
- • Apostille รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับ ไม่ได้รับรองเนื้อหาในเอกสาร
- • คำแปลที่จัดทำหลังออก Apostille อาจต้องรับรองเพิ่มในประเทศปลายทาง
Apostille กับการรับรองแบบลูกโซ่
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Apostille | รับรองแบบลูกโซ่ |
|---|
| จำนวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | หน่วยงานผู้มีอำนาจแห่งเดียว | กงสุลของประเทศต้นทางและสถานทูตปลายทาง |
|---|
| ขอบเขตการใช้งาน | เฉพาะระหว่างประเทศภาคีที่ไม่มีข้อคัดค้านระหว่างกัน | ใช้ได้กับทุกประเทศตามระเบียบของสถานทูตนั้น |
|---|
| สิ่งที่รับรอง | ลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราประทับของผู้ออกเอกสาร | ลายมือชื่อในแต่ละชั้นตามลำดับ |
|---|
| การวางแผนเวลา | สั้นลง แต่ยังขึ้นกับคิวของหน่วยงานผู้มีอำนาจ | ต้องเผื่อคิวของสถานทูตปลายทางเพิ่ม |
|---|
เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับทำ
- • ประเมินว่าเอกสารของคุณควรใช้เส้นทางใดตามวันใช้งานจริง
- • วางแผนล่วงหน้าสำหรับองค์กรที่มีเอกสารจำนวนมากในช่วงเปลี่ยนผ่าน
- • ตรวจสอบสถานะภาคีและข้อคัดค้านของคู่ประเทศให้ก่อนเริ่มงาน
- • ให้คำแนะนำเรื่องอายุเอกสารและรอบการต่ออายุเอกสารองค์กร
ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ
ระยะเวลาทั้งหมดเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ทีมที่ปรึกษาเอกสารและการรับรอง ประสบการณ์ 15 ปีขึ้นไป
เราให้คำปรึกษาตลอดงาน ไม่ใช่รับทำแล้วจบ
ก่อนเริ่มงานเราอ่านเอกสารของคุณจริงและตรวจว่าเส้นทางการรับรองที่เลือกตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ ระหว่างงานเราแจ้งสถานะเป็นระยะ และหลังงานเสร็จเรายังตอบคำถามเรื่องการยื่นต่อให้
ก่อนเริ่ม — ประเมินความเสี่ยงเอกสาร
- ตรวจชื่อ-สกุล วันเดือนปี และเลขเอกสารให้ตรงกันทุกฉบับ
- ยืนยันว่าหน่วยงานปลายทางต้องการต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือไฟล์ดิจิทัล
- แจ้งล่วงหน้าหากเอกสารต้องออกใหม่หรือคัดสำเนาก่อน
ระหว่างงาน — เดินเรื่องและรายงานสถานะ
- แจ้งลำดับขั้นที่กำลังดำเนินการและกรอบเวลาโดยประมาณเป็นวันทำการ
- ประสานงานแก้ไขทันทีเมื่อหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
- สรุปค่าใช้จ่ายของหน่วยงานให้ทราบก่อนดำเนินการทุกครั้ง
หลังงานเสร็จ — ดูแลต่อจนใช้งานได้จริง
- อธิบายวิธียื่นเอกสารต่อกับหน่วยงานหรือสถานทูตปลายทาง
- เก็บสำเนางานไว้ให้ ขอชุดเพิ่มภายหลังได้
- ตอบคำถามเพิ่มเติมเมื่อปลายทางขอเอกสารประกอบ
เราจัดทำเอกสารตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง การพิจารณาอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานนั้นเสมอ
ส่งไฟล์เอกสารให้เราตรวจเบื้องต้นทาง LINE เพื่อรับคำแนะนำเส้นทางการรับรองและใบเสนอราคา
Apostille และการรับรองข้ามประเทศ
คำแนะนำก่อนดำเนินการ
- แยกให้ชัดว่าเอกสารเดินทาง “ออกจากไทย” หรือ “เข้าสู่ไทย” เพราะสองทิศทางใช้เส้นทางรับรองคนละแบบ
- เอกสารต่างประเทศที่มี Apostille แล้ว เมื่อนำมาใช้ในไทยยังต้องแปลเป็นไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย
- ตรวจว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาหรือไม่ ก่อนวางแผนขั้นตอนทั้งหมด
- เก็บสำเนาสีของ Apostille ไว้ เพราะบางหน่วยงานขอดูคู่กับต้นฉบับ
- ถ้าเอกสารมีหลายฉบับ ให้ตรวจว่าปลายทางต้องการ Apostille แยกรายฉบับหรือรับแบบชุดเดียว
ข้อควรระวังที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ
- เข้าใจว่าไทยออก Apostille ได้แล้วในวันนี้ — อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนหน้านั้นยังใช้สายงานกงสุล–สถานทูต
- คิดว่า Apostille ทดแทนการแปลได้ ทั้งที่เป็นการรับรองที่มาของลายมือชื่อและตราเท่านั้น
- ขอ Apostille จากหน่วยงานที่ไม่ใช่ผู้มีอำนาจออก (Competent Authority) ของประเทศนั้น
- เย็บเล่มหรือแยกแผ่น Apostille ออกจากเอกสารหลัก ทำให้ปลายทางปฏิเสธ
- ยื่นเอกสารที่ถ่ายสำเนาหลังติด Apostille แล้ว โดยไม่ได้นำต้นฉบับไปแสดง
เตรียมให้พร้อมก่อนเริ่ม
- ระบุประเทศปลายทางและสถานะภาคีอนุสัญญาให้ชัด
- ต้นฉบับเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ
- ข้อกำหนดเรื่องภาษาของคำแปลจากหน่วยงานที่จะรับเอกสาร
ข้อมูลที่ผันแปร — ควรตรวจสอบก่อนทุกครั้ง
- รายชื่อภาคีอนุสัญญาและวันมีผลบังคับใช้เปลี่ยนแปลงได้ตลอด รวมถึงกรณีมีรัฐคัดค้านการเข้าเป็นภาคี
- วิธีตรวจสอบ: ตรวจตารางสถานะภาคีของ HCCH ในวันที่วางแผนดำเนินการ
- หน่วยงานผู้มีอำนาจออก Apostille ต่างกันในแต่ละประเทศ บางแห่งเป็นกระทรวงการต่างประเทศ บางแห่งเป็นศาลหรือมลรัฐ
- วิธีตรวจสอบ: ดูรายชื่อ Competent Authority ของประเทศนั้นในเว็บไซต์ HCCH
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยรายกรณี เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-04
คำขอ Apostille ถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไร
คำตอบสั้น: ปัญหาหลักคือขอ Apostille กับเอกสารที่ยังไม่ใช่ “เอกสารมหาชน” ในความหมายของอนุสัญญา ปลายทางไม่ได้เป็นภาคี และเข้าใจวันมีผลบังคับใช้ของไทยคลาดเคลื่อน (28 กุมภาพันธ์ 2570) แก้ได้โดยแปลงเอกสารให้เข้าเงื่อนไขก่อน แล้วเลือกเส้นทางรับรองให้ตรงกับสถานะภาคีของปลายทาง
เอกสารเอกชนถูกปฏิเสธเพราะไม่เข้าข่ายเอกสารมหาชน
- สาเหตุที่แท้จริง
- สัญญา จดหมาย หรือหนังสือมอบอำนาจของเอกชนยังไม่มีการรับรองโดยเจ้าพนักงานที่อนุสัญญายอมรับ
- ป้องกันก่อนยื่น
- ให้ทนาย Notarial Services Attorney ทำคำรับรองก่อน เพื่อยกระดับเป็นเอกสารที่รับรองได้
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- ทำคำรับรองลายมือชื่อ/สำเนาถูกต้อง แล้วยื่นขอรับรองใหม่
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)
ปลายทางไม่รับ Apostille เพราะไม่ได้เป็นภาคี
- สาเหตุที่แท้จริง
- เลือกเส้นทางจากคำแนะนำทั่วไป ไม่ได้ตรวจสถานะภาคีจริงของประเทศผู้รับ
- ป้องกันก่อนยื่น
- ตรวจ status table ของ HCCH ก่อนตัดสินใจ และยืนยันกับผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- เปลี่ยนเป็นเส้นทางรับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
ยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับไทย
- สาเหตุที่แท้จริง
- เข้าใจว่าวันเข้าเป็นภาคีคือวันที่ใช้ได้ทันที
- ป้องกันก่อนยื่น
- วางแผนงานโดยยึดวันมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 และเตรียมเส้นทางสำรองไว้
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- ใช้เส้นทางรับรองเดิมไปก่อนหากกำหนดยื่นเร่งด่วน
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
ปลายทางแจ้งว่าคำแปลไม่ได้ถูกคลุมด้วยใบรับรอง
- สาเหตุที่แท้จริง
- รับรองเฉพาะต้นฉบับ แต่แนบคำแปลที่ไม่ได้อยู่ในชุดที่รับรอง
- ป้องกันก่อนยื่น
- ยืนยันกับผู้รับว่าต้องรับรองต้นฉบับ คำแปล หรือทั้งสองอย่าง
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- ผูกคำแปลเข้าชุดและขอรับรองเพิ่มตามที่ปลายทางกำหนด
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
ผู้รับต้องการไฟล์ที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ แต่ได้รับกระดาษ (หรือกลับกัน)
- สาเหตุที่แท้จริง
- ไม่ได้ระบุรูปแบบผลลัพธ์ตั้งแต่ต้น ระหว่างฉบับกระดาษกับ e-Apostille
- ป้องกันก่อนยื่น
- ถามผู้รับว่าต้องยื่นแบบอัปโหลด แบบกระดาษ หรือส่งไปรษณีย์
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- ขอออกในรูปแบบที่ตรงกับช่องทางการยื่นของผู้รับ
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 1–5 วันทำการ (ประมาณการ)
ต้องใช้หลายประเทศแต่มีใบรับรองใบเดียว
- สาเหตุที่แท้จริง
- ยื่นต้นฉบับเดียวโดยไม่ได้คัดชุดสำรองสำหรับปลายทางอื่น
- ป้องกันก่อนยื่น
- คัดเอกสารต้นเรื่องหลายชุดตั้งแต่แรกเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายประเทศ
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- คัดชุดใหม่และเดินรับรองเพิ่มต่อชุด
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 5–12 วันทำการ (ประมาณการ) ต่อชุด
ก่อนยื่นทุกครั้ง เราตรวจให้ว่าเอกสารของคุณเข้าเงื่อนไขเอกสารมหาชนหรือยัง ปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และควรใช้เส้นทางใดในช่วงเปลี่ยนผ่าน — ปรึกษาทีมเราก่อนเสียเวลาเดินเอง
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม
Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง
ขั้นตอนการทำงาน
- ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง — ภายในวันเดียว
- เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา — ภายในวันเดียว
- จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
- ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
- ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล — 1 วันทำการ (ประมาณการ)
เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น
- • ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน
- • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร
- • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ
- • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
- • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน
- • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ
ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา
การรับรองเอกสารต้องทำต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองฯ ที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ
ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29
คำถามที่เกี่ยวข้อง
- Apostille ครอบคลุมคำแปลด้วยหรือไม่
- Apostille รับรองลายมือชื่อและตราของผู้ออกเอกสาร ไม่ได้รับรองเนื้อหาหรือคุณภาพคำแปล หลายประเทศจึงยังกำหนดให้คำแปลทำโดยผู้แปลที่ได้รับการยอมรับในประเทศนั้น
- ควรวางแผนล่วงหน้าอย่างไร
- ควรตรวจว่าเอกสารต้องยื่นเมื่อใด ประเทศปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และมีข้อกำหนดอายุเอกสารหรือไม่ แล้วจึงเลือกเส้นทางรับรองที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นเพื่อลดการทำซ้ำ
- ควรเริ่มต้นอย่างไรเมื่อไม่แน่ใจว่าต้องรับรองแบบไหน
- เริ่มจากคำถามสามข้อ คือ เอกสารจะยื่นกับหน่วยงานใด ประเทศใด และภายในวันที่เท่าไร คำตอบสามข้อนี้กำหนดเส้นทางรับรอง ภาษาที่ต้องแปล และลำดับขั้นตอนทั้งหมด
- ทำไมเว็บไซต์ไม่แสดงค่าบริการ
- เพราะขอบเขตงานต่างกันมากตามจำนวนเอกสาร ภาษา และขั้นตอนกงสุลที่เกี่ยวข้อง เราจึงประเมินตามงานจริงและแจ้งรายละเอียดผ่านโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
บริการที่เกี่ยวข้อง
ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล