ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law logo
Thai Notary Law

นิติกรณ์ • MFA Consular Legalization

บริการรับรองเอกสารกงสุลไทย
กระทรวงการต่างประเทศ (นิติกรณ์)

รับรองเอกสารราชการไทยโดยกรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ ครบทุกขั้นตอน — แปล Certified, ยื่นนิติกรณ์, ต่อสถานทูตทุกประเทศ พร้อมจัดส่ง EMS/DHL ทั่วโลก ด้วยทีม Notarial Services Attorney + Certified Translator ที่ขึ้นทะเบียน MFA

9 วัตถุประสงค์

ครอบคลุมทุกชนิดเอกสาร

70+ สถานทูต

ต่อให้ครบในที่เดียว

Same-day

Express 1 วันทำการ

วัตถุประสงค์ที่นิยมขอนิติกรณ์ (9 วัตถุประสงค์)

เลือกประเภทเอกสารและวัตถุประสงค์ที่คุณต้องการเพื่อดูรายละเอียดเฉพาะ — ขั้นตอน, ราคา, ปลายทาง, และข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

รับรองเอกสารเพื่อจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ

Documents for Marriage Registration Abroad

คนไทยที่จะจดทะเบียนสมรสกับชาวต่างชาติในต่างประเทศ หรือยื่น Spouse/Partner Visa

ดูรายละเอียด →

รับรองเอกสารการศึกษาเพื่อเรียนต่อต่างประเทศ

Educational Documents for Study Abroad

นักเรียน/นักศึกษาไทยที่จะยื่นวุฒิ Transcript ปริญญาบัตรเข้าเรียนมหาวิทยาลัยต่างประเทศ

ดูรายละเอียด →

รับรองเอกสารเพื่อขอใบอนุญาตทำงานต่างประเทศ

Work Permit & Employment Documents Abroad

คนไทยที่ได้งานในต่างประเทศและต้องยื่นเอกสารส่วนตัว/วุฒิการศึกษากับนายจ้างหรือ Immigration

ดูรายละเอียด →

รับรองเอกสารบริษัทเพื่อใช้ในต่างประเทศ

Corporate Documents for Overseas Use

บริษัทไทยที่จะขยายธุรกิจ เปิดสาขา จดทะเบียนบริษัทลูก หรือเซ็นสัญญาในต่างประเทศ

ดูรายละเอียด →

รับรองหนังสือมอบอำนาจ (POA) เพื่อใช้ในต่างประเทศ

Power of Attorney for Overseas Use

บุคคลและนิติบุคคลไทยที่จะมอบอำนาจให้ตัวแทนในต่างประเทศ ทำธุรกรรม ขายอสังหา ฯลฯ

ดูรายละเอียด →

รับรองสูติบัตรเพื่อใช้ในต่างประเทศ

Birth Certificate for Overseas Use

พ่อแม่/ผู้ปกครองที่จะนำสูติบัตรของบุตรไปใช้ขอสัญชาติ พาสปอร์ต ลงทะเบียนเรียน ในต่างประเทศ

ดูรายละเอียด →

รับรองหนังสือรับรองโสด (คร.๒) เพื่อใช้ต่างประเทศ

Single Status / Certificate of No Impediment

คนไทยที่จะจดทะเบียนสมรสในต่างประเทศ ต้องพิสูจน์สถานะโสด

ดูรายละเอียด →

รับรองใบหย่า (คร.๖) เพื่อใช้ต่างประเทศ

Divorce Certificate (Kor.Ror.6) for Overseas Use

คนไทยที่หย่าแล้วและจะจดทะเบียนสมรสใหม่ในต่างประเทศ หรือยื่นวีซ่าติดตาม

ดูรายละเอียด →

รับรองใบประกอบวิชาชีพเพื่อทำงานต่างประเทศ

Professional License Authentication

พยาบาล แพทย์ ทันตแพทย์ เภสัชกร วิศวกร นักบัญชี นักจิตวิทยา ที่จะขึ้นทะเบียนวิชาชีพในต่างประเทศ

ดูรายละเอียด →

รับรองคำพิพากษา/เอกสารศาลเพื่อใช้ต่างประเทศ

Court Judgment & Legal Documents Authentication

ผู้ที่ต้องใช้คำพิพากษา หมายศาล คำสั่งศาล ในต่างประเทศ (บังคับคดี, รับรองสถานะ, อุทธรณ์)

ดูรายละเอียด →

รับรองนิติกรณ์หนังสือรับรองความประพฤติ (Police Clearance Certificate)

MFA Legalization of Thai Police Clearance Certificate

คนไทยและชาวต่างชาติที่ต้องนำหนังสือรับรองความประพฤติจากกองทะเบียนประวัติอาชญากร สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ไปใช้กับหน่วยงานต่างประเทศ

ดูรายละเอียด →

คำถามที่พบบ่อย

นิติกรณ์ MFA / รับรองเอกสารกงสุลไทย คืออะไร?

เป็นการรับรองเอกสารโดยกองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศไทย (อาคารกระทรวงฯ ถนนแจ้งวัฒนะ) ที่ทำให้เอกสารราชการไทย (สูติบัตร ทะเบียนสมรส คร.๒ ปริญญาบัตร DBD ฯลฯ) มีผลใช้ได้ในต่างประเทศ — เป็นขั้นตอนที่ต้องผ่านก่อนยื่นสถานทูตของประเทศปลายทาง เพราะไทยไม่ได้เป็นสมาชิก Hague Apostille Convention จึงต้องใช้ระบบ Consular Legalization 2 ชั้น (MFA + Embassy)

ทำไมต้องยื่นนิติกรณ์ก่อนยื่นสถานทูต?

เพราะสถานทูตของทุกประเทศ (เยอรมัน ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย สหรัฐฯ ฯลฯ) ในกรุงเทพ จะรับรองได้เฉพาะลายเซ็นของกงสุลไทยเท่านั้น ไม่สามารถรับรองเอกสารราชการไทยโดยตรง — จึงต้องผ่านนิติกรณ์ MFA ก่อน เพื่อให้สถานทูตเห็นลายเซ็นกงสุลไทยและรับรองต่อ

ราคาและระยะเวลา?

ค่าธรรมเนียมราชการ 200 บาท/ฉบับ (เร่งด่วน 400 บาท/ฉบับ) ค่าบริการของเรา: ชุดพื้นฐาน (3-5 ฉบับ + แปล + MFA) สอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล / Same-day Express +2,500 บาท / ต่อ Embassy 5,000-12,000 บาท (ตามประเทศ) ระยะเวลา: Standard 3-5 วันทำการ, Express 1 วัน, รวม Embassy 7-15 วัน

ใช้กับเอกสารประเภทใดได้บ้าง?

1) เอกสารราชการ: สูติบัตร ทะเบียนสมรส คร.๒ คร.๖ ทะเบียนบ้าน ใบเปลี่ยนชื่อ มรณบัตร 2) เอกสารการศึกษา: ปริญญาบัตร Transcript ใบรับรองสภาวิชาชีพ 3) เอกสารบริษัท: หนังสือรับรอง DBD บอจ.5 งบการเงิน Board Resolution POA 4) ใบรับรองการทำงาน Reference Letter 5) ตช.7 ตรวจประวัติอาชญากรรม 6) เอกสารส่วนตัวที่ Notarised แล้ว 7) คำพิพากษา/เอกสารศาล 8) เอกสารทางการแพทย์ที่ออกโดยโรงพยาบาลรัฐ

ทำไมต้องใช้บริการ ทำเองได้ไหม?

ทำเองได้ แต่ต้องไปด้วยตนเอง 2 ครั้ง (ยื่นและรับ) ที่กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ 08:30-15:30 จันทร์-ศุกร์ ใช้เวลารอคิวเฉลี่ย 2-3 ชั่วโมง/ครั้ง และต้องเตรียมเอกสารแปลโดยผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนกับ MFA เท่านั้น (ผู้แปลทั่วไปไม่ได้) ถ้าแปลผิดหรือเอกสารไม่ครบ ต้องเริ่มใหม่ — ทีมเรามีหนังสือมอบอำนาจ ทำให้ครบในที่เดียว ไม่ต้องเดินทาง

อยู่ต่างประเทศแล้ว ขอนิติกรณ์ได้ไหม?

ได้ 3 วิธี: (1) ส่งเอกสารต้นฉบับมาที่ออฟฟิศเราในไทย พร้อม Notarised + Apostille ที่ประเทศต้นทาง — เราดำเนินการในไทยให้ (2) ใช้บริการ e-Authentication ของ MFA ผ่าน https://consular.mfa.go.th (เปิดให้บางเอกสาร) (3) ขอผ่านสถานทูตไทยปลายทาง — แต่บางเอกสารต้องส่งกลับไทยอยู่ดี

ทำไม Apostille ใช้กับไทยไม่ได้?

ไทยไม่ได้เป็นรัฐภาคีของ Hague Apostille Convention 1961 (ยังไม่มีผลจนถึง 28 ก.พ. 2570) เอกสารไทยจึงต้องใช้ระบบ Consular Legalization 2 ชั้น (MFA + Embassy) แทน Apostille — ขั้นตอนยุ่งกว่า แต่มีผลทางกฎหมายเทียบเท่าทุกประการ

ต้องนำเอกสารตัวจริงมาหรือสำเนาก็พอ?

MFA รับรองได้เฉพาะ 'ตัวจริง' หรือ 'สำเนาที่รับรองโดยหน่วยงานต้นทาง' (เช่น สำเนาที่ amphur ประทับตราว่า 'สำเนาถูกต้อง') เท่านั้น — สำเนาเฉย ๆ ที่ถ่ายเอกสารเองไม่รับ

แหล่งอ้างอิง / Authority References

650 คำถามจริงเรื่องรับรองเอกสารกรมการกงสุล (สลับใหม่ทุกวัน)

รวบรวมจากเคสจริงของลูกค้า ครอบคลุมนิติกรณ์กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ · Apostille · รับรองสถานทูตปลายทาง · แปลรับรอง · เอกสารทะเบียนราษฎรและนิติบุคคลทุกประเภท

Q900022เอกสารภาษาอังกฤษอยู่แล้วยังต้องแปลอีกไหม

ถ้าปลายทางใช้ภาษาอังกฤษก็ไม่ต้องแปล แต่ถ้าปลายทางเป็นประเทศที่ใช้ภาษาอื่น เช่น จีน ญี่ปุ่น เกาหลี เยอรมนี หรือประเทศที่ใช้ภาษาอาหรับ สถานทูตส่วนใหญ่กำหนดให้มีคำแปลเป็นภาษาราชการของตน และบางแห่งกำหนดให้ผู้แปลต้องขึ้นทะเบียนกับสถานทูตนั้นโดยเฉพาะ

รับรองกงสุล (MFA)

Q900023ชื่อสะกดไม่ตรงกันระหว่างเอกสารแต่ละฉบับ จะมีปัญหาไหม

มีปัญหาแน่นอน เพราะปลายทางเทียบชื่อกับหนังสือเดินทางเป็นหลัก แนวปฏิบัติของเราคือยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางเป็นมาตรฐานเดียวทั้งชุด และหากเอกสารเก่าสะกดต่างออกไป จะใส่วงเล็บระบุการสะกดเดิมกำกับไว้ พร้อมแนบหลักฐานการเปลี่ยนชื่อหากมี เพื่อให้เจ้าหน้าที่เชื่อมโยงบุคคลเดียวกันได้

ขั้นตอน รับรองกงสุล (MFA)

Q900024ต้องไปยื่นเอกสารด้วยตัวเองหรือมอบอำนาจได้

มอบอำนาจให้ผู้อื่นยื่นและรับแทนได้ โดยผู้รับมอบต้องมีหนังสือมอบอำนาจ สำเนาบัตรประชาชนของทั้งสองฝ่าย และบัตรประจำตัวของผู้รับมอบไปแสดง กรณีเป็นนิติบุคคลต้องแนบหนังสือรับรองบริษัทและหลักฐานอำนาจกรรมการด้วย ทีมงานที่รับดำเนินการแทนก็ใช้เอกสารชุดเดียวกันนี้

ไปที่หน้า How It Works

Q900025ส่งเอกสารไปรษณีย์ให้กรมการกงสุลรับรองได้หรือไม่

กรมการกงสุลมีช่องทางรับเอกสารทางไปรษณีย์ในบางกรณี โดยต้องกรอกคำร้อง แนบซองส่งกลับ และชำระค่าธรรมเนียมตามวิธีที่ประกาศไว้ ช่องทางนี้ใช้เวลานานกว่ายื่นด้วยตนเองพอสมควร จึงเหมาะกับเอกสารที่ไม่เร่งด่วน ควรตรวจประกาศล่าสุดก่อนส่ง เพราะเงื่อนไขและที่อยู่รับเอกสารอาจเปลี่ยน

อ่านต่อ: How It Works

Q900026ควรเผื่อเวลาทั้งกระบวนการไว้กี่วัน

ถ้านับตั้งแต่ขอสำเนารับรองจากสำนักทะเบียน แปลเอกสาร ยื่นกรมการกงสุล และรับรองต่อที่สถานทูตปลายทาง ควรเผื่อประมาณ 2–4 สัปดาห์ทำการเป็นค่าประมาณ สถานทูตบางแห่งนัดคิวล่วงหน้าหลายสัปดาห์และบางแห่งรับเรื่องเฉพาะบางวัน จึงควรตรวจปฏิทินของสถานทูตนั้นก่อนวางแผนวันเดินทาง

ดูรายละเอียด How It Works

Q900027ยื่นรับรองหลายฉบับพร้อมกันได้ไหม

ได้ และเป็นวิธีที่ประหยัดเวลาที่สุด เพราะทุกฉบับเดินในรอบเดียวกัน ควรจัดชุดแยกเป็นรายฉบับ พร้อมคำแปลแนบคู่กัน และทำสารบัญกำกับว่าเอกสารใดจะไปสถานทูตใด เพื่อลดโอกาสสลับชุดตอนส่งต่อขั้นถัดไป และช่วยให้ตรวจรับเอกสารคืนได้ครบถ้วน

How It Works

Q900028ทำไมบางประเทศต้องรับรองที่สถานทูตต่ออีกชั้น

เพราะประเทศเหล่านั้นยอมรับเฉพาะเอกสารที่เจ้าหน้าที่ของตนตรวจสอบและประทับรับรองแล้ว การรับรองของกรมการกงสุลยืนยันเพียงว่าลายมือชื่อไทยเป็นของจริง ส่วนสถานทูตจะยืนยันอีกชั้นให้หน่วยงานในประเทศตนเชื่อถือได้ เมื่ออนุสัญญา Apostille มีผลกับไทยในปี 2570 ขั้นตอนนี้จะหมดไปสำหรับประเทศภาคี

บริการ Embassy Legalization Worldwide · บริการ

Q900029สถานทูตปลายทางมักขอเอกสารเพิ่มอะไรบ้าง

ที่พบบ่อยคือแบบคำร้องของสถานทูตเอง สำเนาหนังสือเดินทางของผู้ถือเอกสาร หลักฐานวัตถุประสงค์การใช้ เช่น หนังสือตอบรับจากมหาวิทยาลัยหรือสัญญาจ้าง และบางแห่งขอให้คำแปลทำโดยผู้แปลที่ขึ้นทะเบียนกับสถานทูตนั้น จึงควรอ่านประกาศของสถานทูตก่อนเริ่มแปล เพื่อไม่ต้องแปลซ้ำ

Embassy Legalization Worldwide · บริการ

Q900030ถ้าประเทศปลายทางไม่มีสถานทูตในประเทศไทยต้องทำอย่างไร

ต้องส่งเอกสารไปรับรองที่สถานทูตของประเทศนั้นซึ่งมีเขตอาณาครอบคลุมประเทศไทย ซึ่งมักตั้งอยู่ในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น สิงคโปร์ มาเลเซีย หรือเวียดนาม ขั้นตอนนี้ทำให้ระยะเวลารวมยาวขึ้นและมีค่าขนส่งระหว่างประเทศเพิ่ม จึงควรวางแผนล่วงหน้าและตรวจเขตอาณาก่อนส่งเอกสารจริง

Embassy Legalization Worldwide · บริการ · Thai Notary Law

Q900031หนังสือรับรองบริษัทจะใช้ต่างประเทศต้องทำอย่างไร

ให้คัดหนังสือรับรองฉบับล่าสุดจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าซึ่งมีลายมือชื่อนายทะเบียน จากนั้นแปลเป็นภาษาปลายทางแล้วยื่นรับรองที่กรมการกงสุล เอกสารประกอบที่มักขอคู่กันคือ บอจ.5 บัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้น และ ภ.พ.20 หากใช้เปิดบัญชีธนาคารหรือจดทะเบียนบริษัทลูกในต่างประเทศ

ข้อมูลเพิ่มเติม · Legalization

Q900032หนังสือรับรองบริษัทควรคัดใหม่เมื่อใด

ควรคัดใหม่ให้ใกล้วันยื่นที่สุด เพราะผู้รับปลายทางส่วนใหญ่รับเอกสารที่คัดภายในประมาณ 30–90 วัน โดยเฉพาะธนาคารต่างประเทศและหน่วยงานจดทะเบียนธุรกิจ หากคัดไว้นานแล้วจึงมาเริ่มแปลและรับรอง มักเสียเวลาสองรอบเพราะต้องคัดใหม่แล้วแปลใหม่ทั้งชุด

Legalization (ขั้นตอน & เอกสาร)

Q900033มติที่ประชุมกรรมการและหนังสือมอบอำนาจของบริษัทต้องผ่านทนายก่อนไหม

ต้องผ่าน เพราะเป็นเอกสารเอกชน กรมการกงสุลรับรองได้ต่อเมื่อมีลายมือชื่อที่รับรองมาก่อนแล้ว แนวปฏิบัติคือให้กรรมการผู้มีอำนาจลงนามต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อ แนบหนังสือรับรองบริษัทฉบับล่าสุดเพื่อพิสูจน์อำนาจ แล้วจึงนำทั้งชุดเข้าสู่ชั้นกงสุลและสถานทูตปลายทาง

เปิดหน้า Legalization

Q900034อยู่ต่างประเทศจะรับรองเอกสารไทยได้อย่างไร

ทำได้สองทาง ทางแรกคือมอบอำนาจให้ผู้แทนในไทยดำเนินการทั้งชุดแล้วส่งเอกสารกลับไปให้ ทางที่สองคือติดต่อสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ไทยในประเทศที่พำนัก ซึ่งให้บริการนิติกรณ์บางประเภทได้ วิธีแรกมักเร็วกว่าเมื่อเอกสารต้นทางต้องคัดจากสำนักทะเบียนในไทยอยู่แล้ว

รายละเอียด: รับรองกงสุล (MFA)

Q900035เอกสารต่างประเทศจะนำมาใช้กับราชการไทยต้องทำอย่างไร

ขั้นตอนมาตรฐานคือให้หน่วยงานต่างประเทศออกเอกสาร แล้วรับรองที่กระทรวงการต่างประเทศของประเทศนั้น ต่อด้วยสถานเอกอัครราชทูตไทยในประเทศนั้น จากนั้นนำเข้ามาแปลเป็นภาษาไทยและยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล จึงจะใช้ยื่นต่อสำนักทะเบียน ศาล หรือหน่วยงานราชการไทยได้

รับรองกงสุล (MFA) (บริการรับรองเอกสาร)

Q900036ส่งเอกสารตัวจริงมาจากต่างประเทศควรใช้วิธีไหน

ควรใช้บริการขนส่งด่วนระหว่างประเทศที่ติดตามพัสดุได้ตลอดเส้นทางและมีลายเซ็นรับปลายทาง เพราะเอกสารตัวจริงออกใหม่ยาก แนวปฏิบัติของเราคือให้ส่งภาพสแกนความละเอียดสูงมาตรวจก่อนเสมอ เพื่อยืนยันว่าฉบับนั้นใช้ได้จริงและการสะกดชื่อถูกต้อง ก่อนที่ลูกค้าจะเสียค่าส่งตัวจริง

บริการ รับรองกงสุล (MFA)

Q900037เอกสารถูกตีกลับจากกรมการกงสุลเพราะอะไรบ่อยที่สุด

สาเหตุที่พบบ่อยคือสำเนาไม่ได้รับรองโดยนายทะเบียน ตราประทับหรือลายมือชื่อบนต้นฉบับไม่ชัด คำแปลตกหล่นบางบรรทัดหรือสะกดชื่อไม่ตรงหนังสือเดินทาง และเอกสารเป็นฉบับที่ถูกแก้ไขด้วยปากกาโดยไม่มีผู้มีอำนาจเซ็นกำกับ ทั้งหมดนี้แก้ได้ด้วยการตรวจชุดเอกสารก่อนถึงคิวยื่น

รับรองกงสุล (MFA) — รายละเอียดบริการ

Q900038ถ้าเอกสารเก่ามาก ตราประทับจาง จะรับรองได้ไหม

มักไม่ผ่าน เพราะเจ้าหน้าที่ต้องเทียบลายมือชื่อและตราประทับกับตัวอย่างที่มีอยู่ วิธีแก้คือขอคัดสำเนาใหม่จากสำนักทะเบียนหรือหน่วยงานผู้ออกเอกสาร ซึ่งจะได้ฉบับที่พิมพ์ใหม่พร้อมลายมือชื่อปัจจุบัน สำหรับเอกสารการศึกษาให้ขอฉบับรับรองใหม่จากสถาบัน แทนการนำฉบับเดิมไปถ่ายสำเนา

ขั้นตอน รับรองกงสุล (MFA)

Q900039เย็บหรือแกะชุดเอกสารที่รับรองแล้วได้หรือไม่

ไม่ควรทำเด็ดขาด ชุดที่รับรองแล้วจะเย็บและประทับคร่อมรอยต่อไว้ หากแกะออกเพื่อถ่ายเอกสารหรือสแกน สถานทูตปลายทางมีสิทธิปฏิเสธทั้งชุดและต้องเริ่มกระบวนการใหม่ หากต้องการไฟล์สำเนา ให้สแกนทั้งชุดโดยไม่ถอดลวดเย็บ หรือขอรับรองเพิ่มอีกชุดตั้งแต่ต้น

รับรองกงสุล (MFA)

Q900040รับรองไปแล้วแต่ปลายทางเปลี่ยนข้อกำหนด ต้องทำใหม่ทั้งหมดไหม

ไม่เสมอไป หลายกรณีแก้เฉพาะชั้นที่ขาด เช่น เพิ่มคำแปลภาษาที่สาม หรือเพิ่มการรับรองที่สถานทูตอีกชั้น โดยยังใช้ตราประทับกงสุลเดิมได้หากยังอยู่ในกรอบเวลาที่ปลายทางยอมรับ แต่ถ้าเนื้อหาในเอกสารต้องแก้ เช่น เพิ่มถ้อยคำในหนังสือมอบอำนาจ จะต้องเริ่มใหม่ทั้งชุด

รับรองกงสุล (MFA)

Q900041รับรองกงสุลกับรับรองคำแปลโดยศาลหรือกระทรวงยุติธรรมต่างกันอย่างไร

การรับรองคำแปลที่ใช้ในกระบวนการศาลไทยเน้นความถูกต้องของคำแปลเพื่อใช้เป็นพยานหลักฐาน ส่วนการรับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุลเน้นรับรองลายมือชื่อและตราประทับ เพื่อให้เอกสารข้ามพรมแดนได้ งานคดีบางเรื่องจึงต้องใช้ทั้งสองอย่างควบคู่กัน ขึ้นกับว่าเอกสารจะยื่นที่ศาลไทยหรือหน่วยงานต่างประเทศ

Apostille Vs Embassy Legalization · บริการ (บริการรับรองเอกสาร)

Q900042รับรองกงสุลกับ NAATI ต่างกันอย่างไร

NAATI คือระบบรับรองคุณวุฒินักแปลของออสเตรเลีย ใช้กับหน่วยงานออสเตรเลียและนิวซีแลนด์เป็นหลัก โดยไม่ต้องผ่านกรมการกงสุลในกรณีทั่วไป ส่วนการรับรองกงสุลใช้เมื่อปลายทางต้องการยืนยันความแท้ของเอกสารราชการไทย บางเคสที่ยื่นต่อหน่วยงานราชการออสเตรเลียบางประเภทอาจต้องใช้ทั้งคำแปล NAATI และเอกสารต้นฉบับที่รับรองแล้ว

รับรองกงสุล (MFA) · Thai Notary Law

Q900043ลูกค้าต่างชาติที่อ่านภาษาไทยไม่ได้ ควรดูข้อมูลจากหน้าไหน

มีหน้าภาษาอังกฤษที่อธิบายกระบวนการเดียวกันในมุมของผู้ยื่นชาวต่างชาติ ครอบคลุมเอกสารที่ออกในไทยและเอกสารที่นำเข้ามาจากต่างประเทศ พร้อมลำดับชั้นการรับรองและสิ่งที่สถานทูตแต่ละกลุ่มมักขอเพิ่ม เนื้อหาชุดนั้นเขียนแยกต่างหาก ไม่ใช่คำแปลของหน้าภาษาไทย

Mfa Legalization English

งานรับรองกงสุล/สถานทูตถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไร

คำตอบสั้น: กรณีที่ถูกตีกลับบ่อยคือใช้สำเนาแทนต้นฉบับ คำแปลไม่ตรงชื่อ-สกุลตามหนังสือเดินทาง เอกสารต้นเรื่องออกเกินอายุที่ปลายทางกำหนด และยื่นผิดลำดับหรือผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง แก้ได้โดยขอเอกสารต้นเรื่องใหม่และเดินลำดับรับรองให้ครบชั้น

กรมการกงสุลไม่รับเพราะเป็นสำเนาที่ไม่มีการรับรองจากหน่วยงานผู้ออก

สาเหตุที่แท้จริง
ใช้สำเนาถ่ายเอกสารหรือไฟล์พิมพ์เอง แทนต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรอง
ป้องกันก่อนยื่น
ขอคัดสำเนาที่รับรองจากอำเภอ/สำนักทะเบียน/สถาบันผู้ออกก่อนเสมอ
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดเอกสารใหม่จากหน่วยงานผู้ออก แล้วยื่นรับรองอีกครั้ง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–7 วันทำการ (ประมาณการ) ตามคิวของหน่วยงานผู้ออก

คำแปลสะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง

สาเหตุที่แท้จริง
ผู้แปลถอดเสียงเอง ไม่ได้ยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางหรือทะเบียนราษฎร
ป้องกันก่อนยื่น
ส่งสำเนาหนังสือเดินทางให้ผู้แปลใช้เป็นมาตรฐานการสะกดทุกฉบับในชุด
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
แก้คำแปลให้ตรงและยื่นรับรองคำแปลใหม่ทั้งชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)

สถานทูตปลายทางแจ้งว่าเอกสารเก่าเกินกำหนด

สาเหตุที่แท้จริง
ปลายทางกำหนดอายุเอกสาร (เช่น ออกไม่เกิน 3 หรือ 6 เดือน) แต่ใช้ฉบับที่คัดไว้นาน
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจเงื่อนไขอายุเอกสารของปลายทางก่อนคัดเอกสาร และวางคิวงานให้จบภายในกรอบนั้น
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดเอกสารใหม่และเร่งเดินสายรับรองให้จบภายในอายุที่กำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 5–15 วันทำการ (ประมาณการ) เพราะต้องเริ่มทั้งสายใหม่

ยื่นผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

สาเหตุที่แท้จริง
เอกสารการศึกษา/การแพทย์/ตำรวจ บางประเภทต้องผ่านต้นสังกัดก่อนถึงกรมการกงสุล
ป้องกันก่อนยื่น
ระบุประเภทเอกสารและหน่วยงานผู้ออกให้ชัด แล้วตรวจสายอนุมัติก่อนตั้งเรื่อง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
นำเอกสารไปรับรองจากต้นสังกัดก่อน แล้วยื่นกรมการกงสุลใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางขอ Apostille แต่ได้รับ legalization แบบเดิม (หรือกลับกัน)

สาเหตุที่แท้จริง
ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ช่วงเปลี่ยนผ่านจึงมีความสับสนว่าปลายทางรับแบบใด
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางจาก HCCH และยืนยันกับผู้รับว่ารับ Apostille หรือไม่
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอรับรองในรูปแบบที่ปลายทางระบุ โดยใช้เอกสารต้นเรื่องชุดเดิมหากยังไม่เกินอายุ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–7 วันทำการ (ประมาณการ)

ตราหรือเล่มเอกสารเสียหายระหว่างขนส่ง จึงถูกปฏิเสธ

สาเหตุที่แท้จริง
ถอดลวดเย็บเพื่อสแกน หรือพับทับตราประทับ
ป้องกันก่อนยื่น
ห้ามแกะเล่มหลังรับรอง สแกนโดยไม่ถอดลวด และใช้ซองแข็งในการส่ง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอออกใบรับรองใหม่จากหน่วยงานที่ออกฉบับที่เสียหาย
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

เราตรวจตั้งแต่ต้นทางว่าเอกสารของคุณต้องผ่านกี่ชั้น หน่วยงานใดก่อน-หลัง และอายุเอกสารพอถึงวันยื่นหรือไม่ ถ้าไม่อยากเสี่ยงเดินรอบสอง ให้ทีมเราวางไทม์ไลน์และดำเนินการแทนได้ทั้งสาย

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

เอกสารราชการไทยยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชนต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองก่อน จากนั้นจึงยื่นสถานทูตปลายทาง ลำดับที่ถูกต้องคือ ต้นฉบับ ถูกกฎหมาย แปล รับรองกงสุล และรับรองสถานทูต

ขั้นตอนการทำงาน

  1. จำแนกประเภทเอกสารและกำหนดลำดับชั้น — ภายในวันเดียว
  2. จัดทำคำแปลให้ตรงกับต้นฉบับ — 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)
  3. ยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
  4. ยื่นรับรองที่สถานทูตปลายทาง — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
  5. ตรวจรับและส่งมอบโดยไม่แกะตราครอบ — 1–2 วันทำการ (ประมาณการ)

เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น

  • ต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการและมีลายมือชื่อผู้มีอำนาจ
  • คำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ปลายทางกำหนด
  • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร
  • หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรของผู้รับมอบ หากไม่ได้ยื่นเอง
  • เอกสารที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองแล้ว
  • หนังสือรับรองบริษัทที่ยังอยู่ในกรอบอายุของผู้รับ

ถ้าต้องการให้เอกสารผ่านครบทุกชั้นโดยไม่ต้องเดินเรื่องเอง ทีมที่ปรึกษาของเรารับดูแลตั้งแต่จัดชุดเอกสารจนถึงส่งมอบ ติดต่อสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมล

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา

ทนายความกำลังอธิบายรายละเอียดเอกสารให้ลูกความในห้องประชุมสำนักงานกฎหมาย
ปรึกษาขอบเขตงานและเอกสารที่ต้องเตรียมกับเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29

คำถามที่เกี่ยวข้อง

ติดต่ออย่างไรได้เร็วที่สุด
ติดต่อทางโทรศัพท์หรือ LINE ในเวลาทำการเพื่อสอบถามขั้นตอนเบื้องต้น และส่งภาพถ่ายเอกสารที่อ่านได้ชัดมาทางอีเมลหรือ LINE เพื่อให้ประเมินขอบเขตงานได้แม่นยำขึ้น
ควรเริ่มต้นอย่างไรเมื่อไม่แน่ใจว่าต้องรับรองแบบไหน
เริ่มจากคำถามสามข้อ คือ เอกสารจะยื่นกับหน่วยงานใด ประเทศใด และภายในวันที่เท่าไร คำตอบสามข้อนี้กำหนดเส้นทางรับรอง ภาษาที่ต้องแปล และลำดับขั้นตอนทั้งหมด
ทำไมเว็บไซต์ไม่แสดงค่าบริการ
เพราะขอบเขตงานต่างกันมากตามจำนวนเอกสาร ภาษา และขั้นตอนกงสุลที่เกี่ยวข้อง เราจึงประเมินตามงานจริงและแจ้งรายละเอียดผ่านโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ให้บริการนอกกรุงเทพฯ หรือไม่
รองรับลูกค้าทั่วประเทศและลูกค้าต่างประเทศ โดยรับเอกสารทางไปรษณีย์หรือขนส่งเอกชน และนัดหมายลงนามล่วงหน้าเมื่อจำเป็นต้องแสดงตน

บริการที่เกี่ยวข้อง

ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล