นิติกรณ์ MFA • Consular Legalization
รับรองคำพิพากษา/เอกสารศาลเพื่อใช้ต่างประเทศ ผู้ที่ต้องใช้คำพิพากษา หมายศาล คำสั่งศาล ในต่างประเทศ (บังคับคดี, รับรองสถานะ, อุทธรณ์)
รายละเอียด คำพิพากษาและเอกสารศาลของไทยที่จะใช้ในต่างประเทศ (เช่น บังคับคดีตามคำพิพากษา, รับรองสถานะหย่า/บุตรบุญธรรม, ยื่นอุทธรณ์ในศาลต่างประเทศ) ต้องผ่าน 'นิติกรณ์' MFA + Embassy ของประเทศปลายทาง ก่อนใช้บังคับได้
เอกสารศาลที่ใช้บ่อยสุด: คำพิพากษาคดีแพ่ง/อาญา, คำสั่งหย่า, คำสั่งให้รับบุตรบุญธรรม, คำสั่งจัดการมรดก, หมายเรียก/หมายจับ — ทั้งหมดต้องคัดสำเนาตรงจากศาลที่ออก พร้อม certified copy
เราทำงานร่วมกับสำนักทนายความหลายแห่งทั่วประเทศ คัดสำเนาจากศาลทั่วไทย → Notarised + แปลโดย sworn translator → MFA → Embassy ครบในที่เดียว
เหตุผลที่ต้องนิติกรณ์ บังคับคดีตามคำพิพากษาในต่างประเทศ ต้องใช้คำพิพากษาที่ Final + ผ่านนิติกรณ์ การรับรองคำสั่งหย่าของไทยในเยอรมนี/ออสเตรเลีย ต้องผ่าน MFA + Embassy การจัดการมรดกข้ามประเทศต้องใช้คำสั่งศาลไทย + นิติกรณ์ การส่งหมายข้ามประเทศ (Hague Service Convention) ต้องผ่าน MFAเอกสารที่ต้องเตรียม คำพิพากษา/คำสั่งศาลตัวจริง (ขอคัดจากศาล) Certificate of Finality (กรณีคดีถึงที่สุดแล้ว) บัตรประชาชน + พาสปอร์ตของผู้ขอ หนังสือมอบอำนาจ — เราเตรียมให้ขั้นตอนการดำเนินการ ขั้นที่ 1
ส่งเอกสารผ่าน LINE
ลูกค้าถ่ายเอกสารต้นฉบับ + พาสปอร์ตส่งทาง LINE ทีมเราเช็คความถูกต้องของชื่อ-สกุลและการสะกดภาษาอังกฤษภายใน 30 นาที
ขั้นที่ 2
แปลเอกสารโดย Certified Translator
ทีมแปลของเราที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการกงสุล แปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมตราประทับและลายเซ็นรับรองคำแปลตรงตามต้นฉบับ
ขั้นที่ 3
ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ
ทีมเรานำเอกสารต้นฉบับ + คำแปลไปยื่นที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล อาคารกระทรวงการต่างประเทศ ถนนแจ้งวัฒนะ
ขั้นที่ 4
รับเอกสารพร้อมตรานิติกรณ์
เอกสารถูกตรวจโดยนิติกร และประทับตรา 'รับรองคำแปลถูกต้อง' หรือ 'รับรองลายมือชื่อ' พร้อมลงนามโดยกงสุลผู้รับมอบอำนาจ
ขั้นที่ 5
จัดส่งหรือนำส่งสถานทูตต่อ
ทีมเราจัดส่ง EMS ภายในประเทศ หรือต่อให้ไปยื่นสถานทูตปลายทางตามแพ็คเกจที่เลือก
ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย ใช้คำพิพากษาที่ยังไม่ Final — ปลายทางปฏิเสธ ลืมขอ Certificate of Finality แปลคำศัพท์ทางกฎหมายผิด — ปลายทางตีกลับ ลืมประทับตราศาลด้านหลังค่าบริการ รายการ บาท วันทำการ คำพิพากษา + แปล + MFA 8,500 5-7 + Embassy +8,000 +7 ขอคัดจากศาล (ในกทม./ตจว.) +2,500 +5
ประเทศปลายทางที่นิยม Germany Australia USA UK Singapore Hong Kong Switzerland Japan
อ้างอิงทางกฎหมาย ป.วิ.พ. มาตรา 271-323 (บังคับคดี) Hague Service Convention 1965 (ไทยเป็นสมาชิก) Hague Apostille (ไทยไม่เป็นสมาชิก — ใช้ MFA + Embassy แทน) ระเบียบ MFA ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539คำถามที่พบบ่อย บังคับคดีต่างประเทศได้ไหม? ได้ตามสนธิสัญญาทวิภาคี — เรามีรายชื่อประเทศที่บังคับได้
ราคา? เริ่ม 8,500 + Embassy
ใช้เวลานานไหม? 12-20 วันทำการรวม Embassy
Certificate of Finality คืออะไร? เอกสารยืนยันคดีถึงที่สุด
ขอคัดจากศาลใดก็ได้ไหม? ต้องเป็นศาลที่ออกคำพิพากษาเดิม
ทนายต่างประเทศต้องเซ็นรับด้วยไหม? ขึ้นกับขั้นตอนของปลายทาง
Hague Service ใช้ส่งหมายต่างประเทศได้ไหม? ได้ ผ่าน Central Authority ที่ MFA
คำพิพากษาแห่งอนุญาโตตุลาการ? ใช้ New York Convention 1958 — ต้องผ่านนิติกรณ์เช่นกัน
แหล่งอ้างอิง / Authority Referencesวัตถุประสงค์อื่นที่เกี่ยวข้อง งานรับรองกงสุล/สถานทูตถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไรคำตอบสั้น: กรณีที่ถูกตีกลับบ่อยคือใช้สำเนาแทนต้นฉบับ คำแปลไม่ตรงชื่อ-สกุลตามหนังสือเดินทาง เอกสารต้นเรื่องออกเกินอายุที่ปลายทางกำหนด และยื่นผิดลำดับหรือผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง แก้ได้โดยขอเอกสารต้นเรื่องใหม่และเดินลำดับรับรองให้ครบชั้น
กรมการกงสุลไม่รับเพราะเป็นสำเนาที่ไม่มีการรับรองจากหน่วยงานผู้ออก สาเหตุที่แท้จริงใช้สำเนาถ่ายเอกสารหรือไฟล์พิมพ์เอง แทนต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรอง ป้องกันก่อนยื่นขอคัดสำเนาที่รับรองจากอำเภอ/สำนักทะเบียน/สถาบันผู้ออกก่อนเสมอ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับคัดเอกสารใหม่จากหน่วยงานผู้ออก แล้วยื่นรับรองอีกครั้ง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 1–7 วันทำการ (ประมาณการ) ตามคิวของหน่วยงานผู้ออก คำแปลสะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง สาเหตุที่แท้จริงผู้แปลถอดเสียงเอง ไม่ได้ยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางหรือทะเบียนราษฎร ป้องกันก่อนยื่นส่งสำเนาหนังสือเดินทางให้ผู้แปลใช้เป็นมาตรฐานการสะกดทุกฉบับในชุด วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับแก้คำแปลให้ตรงและยื่นรับรองคำแปลใหม่ทั้งชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ) สถานทูตปลายทางแจ้งว่าเอกสารเก่าเกินกำหนด สาเหตุที่แท้จริงปลายทางกำหนดอายุเอกสาร (เช่น ออกไม่เกิน 3 หรือ 6 เดือน) แต่ใช้ฉบับที่คัดไว้นาน ป้องกันก่อนยื่นตรวจเงื่อนไขอายุเอกสารของปลายทางก่อนคัดเอกสาร และวางคิวงานให้จบภายในกรอบนั้น วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับคัดเอกสารใหม่และเร่งเดินสายรับรองให้จบภายในอายุที่กำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 5–15 วันทำการ (ประมาณการ) เพราะต้องเริ่มทั้งสายใหม่ ยื่นผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง สาเหตุที่แท้จริงเอกสารการศึกษา/การแพทย์/ตำรวจ บางประเภทต้องผ่านต้นสังกัดก่อนถึงกรมการกงสุล ป้องกันก่อนยื่นระบุประเภทเอกสารและหน่วยงานผู้ออกให้ชัด แล้วตรวจสายอนุมัติก่อนตั้งเรื่อง วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับนำเอกสารไปรับรองจากต้นสังกัดก่อน แล้วยื่นกรมการกงสุลใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ) ปลายทางขอ Apostille แต่ได้รับ legalization แบบเดิม (หรือกลับกัน) สาเหตุที่แท้จริงไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ช่วงเปลี่ยนผ่านจึงมีความสับสนว่าปลายทางรับแบบใด ป้องกันก่อนยื่นตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางจาก HCCH และยืนยันกับผู้รับว่ารับ Apostille หรือไม่ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับขอรับรองในรูปแบบที่ปลายทางระบุ โดยใช้เอกสารต้นเรื่องชุดเดิมหากยังไม่เกินอายุ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 2–7 วันทำการ (ประมาณการ) ตราหรือเล่มเอกสารเสียหายระหว่างขนส่ง จึงถูกปฏิเสธ สาเหตุที่แท้จริงถอดลวดเย็บเพื่อสแกน หรือพับทับตราประทับ ป้องกันก่อนยื่นห้ามแกะเล่มหลังรับรอง สแกนโดยไม่ถอดลวด และใช้ซองแข็งในการส่ง วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับขอออกใบรับรองใหม่จากหน่วยงานที่ออกฉบับที่เสียหาย
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ) เราตรวจตั้งแต่ต้นทางว่าเอกสารของคุณต้องผ่านกี่ชั้น หน่วยงานใดก่อน-หลัง และอายุเอกสารพอถึงวันยื่นหรือไม่ ถ้าไม่อยากเสี่ยงเดินรอบสอง ให้ทีมเราวางไทม์ไลน์และดำเนินการแทนได้ทั้งสาย
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม เอกสารราชการไทยยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชนต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองก่อน จากนั้นจึงยื่นสถานทูตปลายทาง ลำดับที่ถูกต้องคือ ต้นฉบับ ถูกกฎหมาย แปล รับรองกงสุล และรับรองสถานทูต
ขั้นตอนการทำงานจำแนกประเภทเอกสารและกำหนดลำดับชั้น — ภายในวันเดียวจัดทำคำแปลให้ตรงกับต้นฉบับ — 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)ยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)ยื่นรับรองที่สถานทูตปลายทาง — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)ตรวจรับและส่งมอบโดยไม่แกะตราครอบ — 1–2 วันทำการ (ประมาณการ) เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น• ต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการและมีลายมือชื่อผู้มีอำนาจ • คำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ปลายทางกำหนด • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร • หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรของผู้รับมอบ หากไม่ได้ยื่นเอง • เอกสารที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองแล้ว • หนังสือรับรองบริษัทที่ยังอยู่ในกรอบอายุของผู้รับ ถ้าต้องการให้เอกสารผ่านครบทุกชั้นโดยไม่ต้องเดินเรื่องเอง ทีมที่ปรึกษาของเรารับดูแลตั้งแต่จัดชุดเอกสารจนถึงส่งมอบ ติดต่อสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมล
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา
ปรึกษาขอบเขตงานและเอกสารที่ต้องเตรียมกับเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29
คำถามที่เกี่ยวข้อง
ติดต่ออย่างไรได้เร็วที่สุด ติดต่อทางโทรศัพท์หรือ LINE ในเวลาทำการเพื่อสอบถามขั้นตอนเบื้องต้น และส่งภาพถ่ายเอกสารที่อ่านได้ชัดมาทางอีเมลหรือ LINE เพื่อให้ประเมินขอบเขตงานได้แม่นยำขึ้น
ควรเริ่มต้นอย่างไรเมื่อไม่แน่ใจว่าต้องรับรองแบบไหน เริ่มจากคำถามสามข้อ คือ เอกสารจะยื่นกับหน่วยงานใด ประเทศใด และภายในวันที่เท่าไร คำตอบสามข้อนี้กำหนดเส้นทางรับรอง ภาษาที่ต้องแปล และลำดับขั้นตอนทั้งหมด
ทำไมเว็บไซต์ไม่แสดงค่าบริการ เพราะขอบเขตงานต่างกันมากตามจำนวนเอกสาร ภาษา และขั้นตอนกงสุลที่เกี่ยวข้อง เราจึงประเมินตามงานจริงและแจ้งรายละเอียดผ่านโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ให้บริการนอกกรุงเทพฯ หรือไม่ รองรับลูกค้าทั่วประเทศและลูกค้าต่างประเทศ โดยรับเอกสารทางไปรษณีย์หรือขนส่งเอกชน และนัดหมายลงนามล่วงหน้าเมื่อจำเป็นต้องแสดงตน บริการที่เกี่ยวข้อง ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล