ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law logo
Thai Notary Law
Process Timeline

Embassy Legalization — Timeline สำหรับประเทศที่ไม่ใช่สมาชิก Hague

Embassy Legalization Timeline (Non-Hague countries)

MFA → สถานทูตปลายทาง รวม 7–14 วันทำการ ขึ้นอยู่กับสถานทูต

714 วัน3,00012,000 ฿เหมาะกับ: ผู้ส่งเอกสารไทยไป UAE, ซาอุฯ, จีน (สำหรับบางเอกสาร) ฯลฯ

ฐานทางกฎหมาย

Vienna Convention on Consular Relations 1963

Vienna Convention on Consular Relations 1963

Timeline ทั้งหมด

  1. 1

    Notary + แปลรับรอง

    Notary + certified translation

    ต้องแปลเป็นภาษาทางการของประเทศปลายทาง

    Translate to destination's official language.

    Notary~1 วัน1,500 ฿
  2. 2

    MFA Legalization

    MFA Legalization

    กรมการกงสุล

    Consular Affairs.

    กระทรวงการต่างประเทศ~2 วัน400 ฿
  3. 3

    สถานทูตปลายทางประทับตรา

    Destination embassy stamp

    ใช้เวลาตามแต่ละสถานทูต (UAE 3–5 วัน, ซาอุฯ 7–10 วัน)

    Varies by embassy (UAE 3–5d, Saudi 7–10d).

    สถานทูตในไทย~7 วัน5,000 ฿

บริการที่ต้องใช้

คำถามที่พบบ่อย

ต้องไปสถานทูตเองไหม?

ส่วนใหญ่ใช้ตัวแทนได้ ยกเว้นสถานทูตซาอุฯ ที่ต้องนัด

Must I go to the embassy myself?

Most allow agents; Saudi embassy requires appointment.

จีนยังต้อง Legalization อยู่ไหม?

ตั้งแต่ พ.ย. 2023 จีนเข้า Hague แล้ว — ใช้ Apostille แทนสำหรับเอกสารส่วนใหญ่

Does China still need legalization?

Since Nov 2023 China joined Hague — Apostille suffices for most docs.

ให้เราดูแลทุกขั้นตอน

ทีมทนาย Notary Public พร้อมเตรียมเอกสารและประสานงานราชการให้ครบ

Timeline อื่นที่เกี่ยวข้อง

สำรวจคลังข้อมูลทั้งหมด

เนื้อหาที่จัดกลุ่มไว้ให้ค้นหาง่าย — เลือกตามมุมที่คุณสนใจ

งานรับรองกงสุล/สถานทูตถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไร

คำตอบสั้น: กรณีที่ถูกตีกลับบ่อยคือใช้สำเนาแทนต้นฉบับ คำแปลไม่ตรงชื่อ-สกุลตามหนังสือเดินทาง เอกสารต้นเรื่องออกเกินอายุที่ปลายทางกำหนด และยื่นผิดลำดับหรือผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง แก้ได้โดยขอเอกสารต้นเรื่องใหม่และเดินลำดับรับรองให้ครบชั้น

กรมการกงสุลไม่รับเพราะเป็นสำเนาที่ไม่มีการรับรองจากหน่วยงานผู้ออก

สาเหตุที่แท้จริง
ใช้สำเนาถ่ายเอกสารหรือไฟล์พิมพ์เอง แทนต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรอง
ป้องกันก่อนยื่น
ขอคัดสำเนาที่รับรองจากอำเภอ/สำนักทะเบียน/สถาบันผู้ออกก่อนเสมอ
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดเอกสารใหม่จากหน่วยงานผู้ออก แล้วยื่นรับรองอีกครั้ง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–7 วันทำการ (ประมาณการ) ตามคิวของหน่วยงานผู้ออก

คำแปลสะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง

สาเหตุที่แท้จริง
ผู้แปลถอดเสียงเอง ไม่ได้ยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางหรือทะเบียนราษฎร
ป้องกันก่อนยื่น
ส่งสำเนาหนังสือเดินทางให้ผู้แปลใช้เป็นมาตรฐานการสะกดทุกฉบับในชุด
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
แก้คำแปลให้ตรงและยื่นรับรองคำแปลใหม่ทั้งชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)

สถานทูตปลายทางแจ้งว่าเอกสารเก่าเกินกำหนด

สาเหตุที่แท้จริง
ปลายทางกำหนดอายุเอกสาร (เช่น ออกไม่เกิน 3 หรือ 6 เดือน) แต่ใช้ฉบับที่คัดไว้นาน
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจเงื่อนไขอายุเอกสารของปลายทางก่อนคัดเอกสาร และวางคิวงานให้จบภายในกรอบนั้น
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดเอกสารใหม่และเร่งเดินสายรับรองให้จบภายในอายุที่กำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 5–15 วันทำการ (ประมาณการ) เพราะต้องเริ่มทั้งสายใหม่

ยื่นผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

สาเหตุที่แท้จริง
เอกสารการศึกษา/การแพทย์/ตำรวจ บางประเภทต้องผ่านต้นสังกัดก่อนถึงกรมการกงสุล
ป้องกันก่อนยื่น
ระบุประเภทเอกสารและหน่วยงานผู้ออกให้ชัด แล้วตรวจสายอนุมัติก่อนตั้งเรื่อง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
นำเอกสารไปรับรองจากต้นสังกัดก่อน แล้วยื่นกรมการกงสุลใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางขอ Apostille แต่ได้รับ legalization แบบเดิม (หรือกลับกัน)

สาเหตุที่แท้จริง
ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ช่วงเปลี่ยนผ่านจึงมีความสับสนว่าปลายทางรับแบบใด
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางจาก HCCH และยืนยันกับผู้รับว่ารับ Apostille หรือไม่
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอรับรองในรูปแบบที่ปลายทางระบุ โดยใช้เอกสารต้นเรื่องชุดเดิมหากยังไม่เกินอายุ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–7 วันทำการ (ประมาณการ)

ตราหรือเล่มเอกสารเสียหายระหว่างขนส่ง จึงถูกปฏิเสธ

สาเหตุที่แท้จริง
ถอดลวดเย็บเพื่อสแกน หรือพับทับตราประทับ
ป้องกันก่อนยื่น
ห้ามแกะเล่มหลังรับรอง สแกนโดยไม่ถอดลวด และใช้ซองแข็งในการส่ง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอออกใบรับรองใหม่จากหน่วยงานที่ออกฉบับที่เสียหาย
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

เราตรวจตั้งแต่ต้นทางว่าเอกสารของคุณต้องผ่านกี่ชั้น หน่วยงานใดก่อน-หลัง และอายุเอกสารพอถึงวันยื่นหรือไม่ ถ้าไม่อยากเสี่ยงเดินรอบสอง ให้ทีมเราวางไทม์ไลน์และดำเนินการแทนได้ทั้งสาย

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

เอกสารราชการไทยยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชนต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองก่อน จากนั้นจึงยื่นสถานทูตปลายทาง ลำดับที่ถูกต้องคือ ต้นฉบับ ถูกกฎหมาย แปล รับรองกงสุล และรับรองสถานทูต

ขั้นตอนการทำงาน

  1. จำแนกประเภทเอกสารและกำหนดลำดับชั้น — ภายในวันเดียว
  2. จัดทำคำแปลให้ตรงกับต้นฉบับ — 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)
  3. ยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
  4. ยื่นรับรองที่สถานทูตปลายทาง — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
  5. ตรวจรับและส่งมอบโดยไม่แกะตราครอบ — 1–2 วันทำการ (ประมาณการ)

เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น

  • ต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการและมีลายมือชื่อผู้มีอำนาจ
  • คำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ปลายทางกำหนด
  • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร
  • หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรของผู้รับมอบ หากไม่ได้ยื่นเอง
  • เอกสารที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองแล้ว
  • หนังสือรับรองบริษัทที่ยังอยู่ในกรอบอายุของผู้รับ

ถ้าต้องการให้เอกสารผ่านครบทุกชั้นโดยไม่ต้องเดินเรื่องเอง ทีมที่ปรึกษาของเรารับดูแลตั้งแต่จัดชุดเอกสารจนถึงส่งมอบ ติดต่อสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมล

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา

ทนายความกำลังอธิบายรายละเอียดเอกสารให้ลูกความในห้องประชุมสำนักงานกฎหมาย
ปรึกษาขอบเขตงานและเอกสารที่ต้องเตรียมกับเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29

คำถามที่เกี่ยวข้อง

ต่างจาก Apostille อย่างไร
Apostille เป็นการรับรองขั้นตอนเดียวระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญา Hague 1961 ส่วนการรับรองนิติกรณ์เป็นระบบสองขั้น (กงสุล + สถานทูต) สำหรับประเทศไทย อนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (2027)
เอกสารบริษัทต้องใช้อะไรเพิ่ม
โดยทั่วไปต้องใช้หนังสือรับรองนิติบุคคลจากกรมพัฒนาธุรกิจการค้าที่คัดใหม่ พร้อมสำเนาบัตรประชาชน/พาสปอร์ตกรรมการผู้มีอำนาจ และมติหรือหนังสือมอบอำนาจที่ระบุผู้ลงนาม
ยื่นแทนได้หรือไม่ ต้องไปเองไหม
งานนิติกรณ์ส่วนใหญ่มอบอำนาจให้ผู้แทนยื่นได้ แต่บางสถานทูตกำหนดให้เจ้าของเอกสารมาแสดงตนหรือให้สัมภาษณ์ จึงควรตรวจสอบเงื่อนไขเฉพาะรายสถานทูตก่อนนัดหมาย
ควรเริ่มต้นอย่างไรเมื่อไม่แน่ใจว่าต้องรับรองแบบไหน
เริ่มจากคำถามสามข้อ คือ เอกสารจะยื่นกับหน่วยงานใด ประเทศใด และภายในวันที่เท่าไร คำตอบสามข้อนี้กำหนดเส้นทางรับรอง ภาษาที่ต้องแปล และลำดับขั้นตอนทั้งหมด

บริการที่เกี่ยวข้อง

ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล