ก่อนเริ่ม — ประเมินความเสี่ยงเอกสาร
- ตรวจชื่อ-สกุล วันเดือนปี และเลขเอกสารให้ตรงกันทุกฉบับ
- ยืนยันว่าหน่วยงานปลายทางต้องการต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือไฟล์ดิจิทัล
- แจ้งล่วงหน้าหากเอกสารต้องออกใหม่หรือคัดสำเนาก่อน
คำตอบสั้น: เยอรมนีเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille แต่สำหรับไทย อนุสัญญามีผลวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันนั้นเอกสารไทยที่จะใช้ในเยอรมนียังต้องรับรองที่กรมการกงสุลและสถานทูตเยอรมนีตามที่หน่วยงานผู้รับกำหนด หลังวันมีผลจะเปลี่ยนเป็นการขอ Apostille จากหน่วยงานที่ไทยแจ้งต่อ HCCH

รับรองกรมการกงสุลและสถานทูตเยอรมนีตามข้อกำหนดของหน่วยงานผู้รับ
ขอ Apostille จากหน่วยงานที่ไทยแจ้งต่อ HCCH แทนการรับรองสถานทูต
หน่วยงานเยอรมันจำนวนมากขอคำแปลจากผู้แปลที่สาบานตนหรือได้รับแต่งตั้งในเยอรมนี (vereidigter/ermächtigter Übersetzer) ควรถาม Standesamt หรือหน่วยงานผู้รับก่อนแปล
ถามหน่วยงานในเยอรมนีว่าต้องใช้เอกสารใด อายุเท่าไร และต้องแปลแบบใด
ตรวจชื่อสะกด วันที่ และหน่วยงานผู้ออกให้ตรงกับพาสปอร์ตและข้อกำหนด
หน่วยงานเยอรมันจำนวนมากขอคำแปลจากผู้แปลที่สาบานตนหรือได้รับแต่งตั้งในเยอรมนี (vereidigter/ermächtigter Übersetzer) ควรถาม Standesamt หรือหน่วยงานผู้รับก่อนแปล
ก่อน 28 ก.พ. 2570: รับรองกรมการกงสุลและสถานทูตตามข้อกำหนด หลังวันมีผล: ขอ Apostille จากหน่วยงานที่ไทยแจ้งต่อ HCCH
เทียบกับรายการของหน่วยงานผู้รับอีกครั้งก่อนจัดส่งหรือยื่น
ยังไม่ได้ ไทยฝากภาคยานุวัติอนุสัญญาเมื่อ 30 มิถุนายน 2569 และอนุสัญญามีผลสำหรับไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ตามข้อมูล HCCH ก่อนวันนั้นให้ใช้เส้นทางรับรองกรมการกงสุลและสถานทูตเยอรมนีตามที่หน่วยงานผู้รับกำหนด
โดยทั่วไปขอ Apostille จากหน่วยงานที่ไทยแจ้งต่อ HCCH แทนการรับรองสถานทูต แต่หน่วยงานผู้รับในเยอรมนียังอาจขอคำแปล ฉบับคัดใหม่ หรือเอกสารเพิ่มเติม ควรตรวจประกาศทางการและถามหน่วยงานผู้รับก่อนยื่น
Apostille ของเยอรมนีออกโดยหน่วยงานที่รัฐบาลกลางหรือรัฐ (Land) ของเยอรมนีกำหนด ตามประเภทเอกสาร ก่อน 28 ก.พ. 2570 หน่วยงานไทยส่วนใหญ่ยังขอให้รับรองโดยสถานทูตหรือสถานกงสุลไทย หลังวันมีผลจึงจะเริ่มใช้ Apostille ได้ ควรถามหน่วยงานไทยที่รับเอกสารก่อน
หน่วยงานเยอรมันจำนวนมากขอคำแปลจากผู้แปลที่สาบานตนหรือได้รับแต่งตั้งในเยอรมนี (vereidigter/ermächtigter Übersetzer) ควรถาม Standesamt หรือหน่วยงานผู้รับก่อนแปล ลำดับระหว่างแปลกับรับรองขึ้นกับหน่วยงานผู้รับ จึงควรขอข้อกำหนดเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่ม
ตัวอย่างเช่น Standesamt (สำนักทะเบียนราษฎร์) Ausländerbehörde (สำนักงานคนต่างด้าว) ZAB/หน่วยงานรับรองวุฒิการศึกษา แต่ละแห่งกำหนดเอกสาร อายุเอกสาร และรูปแบบคำแปลต่างกัน รายการนี้เป็นตัวอย่าง ไม่ใช่ข้อกำหนดครบถ้วน
ขึ้นกับประเภทเอกสาร จำนวนชุด การแปล และคิวของหน่วยงานราชการหรือสถานทูต ค่าธรรมเนียมราชการแยกจากค่าบริการ ทีมงานแจ้งขั้นตอนและยอดเป็นลายลักษณ์อักษรก่อนเริ่มงาน
ไม่สามารถรับประกันได้ การรับหรือไม่รับเอกสารเป็นดุลพินิจของหน่วยงานผู้รับ วิธีลดความเสี่ยงคือส่งข้อกำหนดของปลายทางมาให้ตรวจก่อนเริ่มแปลหรือรับรอง
เส้นทางเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยตรงในคลัสเตอร์เดียวกัน
หน้าอ้างอิงมาตรฐานหน่วยงานปลายทาง
เส้นทางเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยตรงในคลัสเตอร์เดียวกัน
เส้นทางเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยตรงในคลัสเตอร์เดียวกัน
เส้นทางเอกสารที่เกี่ยวข้องโดยตรงในคลัสเตอร์เดียวกัน
หน้าอ้างอิงมาตรฐานหน่วยงานปลายทาง
ส่งรูปเอกสารและรายการที่หน่วยงานผู้รับขอทาง LINE @Thainotary หรือโทร 097-236-2141 ทีมงานแจ้งเส้นทางและยอดก่อนเริ่มงาน
ติดต่อทีมงานคำตอบสั้น: Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง
เอกสารส่วนบุคคล
เอกสารองค์กร
เอกสารที่ออกจากต่างประเทศ
1. ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง
ตรวจตารางสถานะของ HCCH ว่าประเทศผู้รับเป็นภาคีหรือไม่ และมีการคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของอีกฝ่ายหรือไม่
⏱ ปกติใช้เวลาไม่นาน (ยืนยันหลังตรวจเอกสาร)
2. เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา
หากต้องใช้เอกสารก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ให้วางแผนแบบลูกโซ่ หากใช้หลังจากนั้นและปลายทางเป็นภาคี จึงวางแผนแบบ Apostille
⏱ ปกติใช้เวลาไม่นาน (ยืนยันหลังตรวจเอกสาร)
3. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง
ขอต้นฉบับใหม่หากฉบับเดิมเก่าเกินกรอบอายุของผู้รับ และจัดทำคำแปลที่ตรงกับต้นฉบับทุกจุด
⏱ ตามคิวงาน (ประมาณการ)
4. ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก
ยื่นที่หน่วยงานผู้มีอำนาจตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในขั้นก่อนหน้า และเก็บหลักฐานการยื่นทุกใบ
⏱ ตามคิวงาน (ประมาณการ)
5. ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล
ตรวจเลขที่ใบรับรอง วันที่ และหน่วยงานผู้ออก แล้วเก็บสำเนาดิจิทัลไว้อ้างอิงกรณีผู้รับขอตรวจสอบย้อนกลับ
⏱ 1 วันทำการ (ประมาณการ)
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Apostille | รับรองแบบลูกโซ่ |
|---|---|---|
| จำนวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | หน่วยงานผู้มีอำนาจแห่งเดียว | กงสุลของประเทศต้นทางและสถานทูตปลายทาง |
| ขอบเขตการใช้งาน | เฉพาะระหว่างประเทศภาคีที่ไม่มีข้อคัดค้านระหว่างกัน | ใช้ได้กับทุกประเทศตามระเบียบของสถานทูตนั้น |
| สิ่งที่รับรอง | ลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราประทับของผู้ออกเอกสาร | ลายมือชื่อในแต่ละชั้นตามลำดับ |
| การวางแผนเวลา | สั้นลง แต่ยังขึ้นกับคิวของหน่วยงานผู้มีอำนาจ | ต้องเผื่อคิวของสถานทูตปลายทางเพิ่ม |
ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ
ระยะเวลาทั้งหมดเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ทีมที่ปรึกษาเอกสารและการรับรอง ประสบการณ์ 15 ปีขึ้นไป
ก่อนเริ่มงานเราอ่านเอกสารของคุณจริงและตรวจว่าเส้นทางการรับรองที่เลือกตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ ระหว่างงานเราแจ้งสถานะเป็นระยะ และหลังงานเสร็จเรายังตอบคำถามเรื่องการยื่นต่อให้
เราจัดทำเอกสารตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง การพิจารณาอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานนั้นเสมอ
ส่งไฟล์เอกสารให้เราตรวจเบื้องต้นทาง LINE เพื่อรับคำแนะนำเส้นทางการรับรองและใบเสนอราคา
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยรายกรณี เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-04
ตัวอย่างต่อไปนี้เป็นสถานการณ์เชิงอธิบายที่ประมวลจากรูปแบบงานรับรองเอกสารที่พบบ่อย ไม่ใช่ข้อมูลของลูกค้ารายบุคคล และไม่ใช่คำรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด ระยะเวลาทั้งหมดเป็นช่วงวันทำการโดยประมาณ ขึ้นกับคิวของกรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง
สถานการณ์ตัวอย่างเชิงอธิบาย ไม่ใช่ข้อมูลลูกค้ารายบุคคล · ตรวจทานล่าสุด 2026-08-08
คำตอบสั้น: ปัญหาหลักคือขอ Apostille กับเอกสารที่ยังไม่ใช่ “เอกสารมหาชน” ในความหมายของอนุสัญญา ปลายทางไม่ได้เป็นภาคี และเข้าใจวันมีผลบังคับใช้ของไทยคลาดเคลื่อน (28 กุมภาพันธ์ 2570) แก้ได้โดยแปลงเอกสารให้เข้าเงื่อนไขก่อน แล้วเลือกเส้นทางรับรองให้ตรงกับสถานะภาคีของปลายทาง
ก่อนยื่นทุกครั้ง เราตรวจให้ว่าเอกสารของคุณเข้าเงื่อนไขเอกสารมหาชนหรือยัง ปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และควรใช้เส้นทางใดในช่วงเปลี่ยนผ่าน — ปรึกษาทีมเราก่อนเสียเวลาเดินเอง
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง
ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29
ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล