
TL;DR
เอกสารไปต่างประเทศ: 1) Notary รับรองลายมือชื่อ/สำเนา 2) กรมการกงสุล MFA รับรองตราของ Notary 3) สถานทูตปลายทางรับรองอีกชั้น (legalization chain)
Thai documents going abroad usually need: notarization → MFA Department of Consular Affairs legalization → destination embassy legalization.
ทำไมต้องผ่านหลายขั้น
หน่วยงานต่างประเทศไม่รู้จักลายเซ็นทนายไทย จึงต้องการให้กรมการกงสุลของไทย (MFA) รับรองว่าเป็น Notary จริง แล้วสถานทูตปลายทางรับรองอีกชั้นว่ายอมรับตรา MFA
ประเทศที่เป็นภาคี Hague Apostille Convention จะใช้แค่ Apostille ขั้นเดียว — แต่ไทย ยังไม่ได้เข้าร่วม จึงต้องใช้ legalization chain แบบเก่า
ขั้นที่ 1: Notarization
นำเอกสาร + บัตรประชาชน/พาสปอร์ตมาที่สำนักงาน เซ็นต่อหน้าทนาย
ทนายลงตราและคำรับรอง ใช้เวลา 30 นาที – 1 วัน
ขั้นที่ 2: รับรองกงสุล (MFA)
ยื่นที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (แจ้งวัฒนะ) ปกติ ตามคิวหน่วยงาน ด่วน 1 วัน
เราสามารถรับยื่นและรับกลับให้ได้ — ลูกค้าไม่ต้องเดินทางเอง
ขั้นที่ 3: สถานทูตปลายทาง
นัดยื่นที่สถานทูตของประเทศปลายทาง — แต่ละประเทศใช้ระยะเวลาและค่าธรรมเนียมต่างกัน
ตัวอย่าง: จีน 4-7 วัน, ญี่ปุ่น ตามคิวหน่วยงาน, เยอรมัน 5-10 วัน
Apostille ในไทย — ทำได้ไหม?
ไทยยังไม่เข้าร่วม Hague Apostille (ยังไม่มีผลจนถึง 28 ก.พ. 2570) จึงไม่มี Apostille โดยตรง — ต้องใช้ legalization chain เท่านั้น
คำถามที่พบบ่อย
ใช้เวลารวมกี่วัน?+
เคสปกติ 7-14 วัน เคสด่วน ตามคิวหน่วยงาน ขึ้นกับประเทศปลายทาง
ค่าใช้จ่ายรวมประมาณเท่าไหร่?+
Notary สอบถามใบเสนอราคา + กรมการกงสุล 200/400 บาทต่อฉบับ (ค่าธรรมเนียมราชการ) + ค่าธรรมเนียมสถานทูตตามประกาศของแต่ละประเทศ (แล้วแต่ประเทศ)
ลูกค้าต้องไปเองทุกขั้นตอนไหม?+
ลูกค้าต้องมาเองเฉพาะขั้น Notary (เซ็นต่อหน้าทนาย) — ขั้นกงสุลและสถานทูตเรารับยื่นแทนได้

