หน้าแรก · Apostille · หนังสือรับรองโสด (Single Status) Hague Apostille · civilApostille — หนังสือรับรองโสด (Single Status) Affidavit of Single Status
AI Quick Answer
ทำ Apostille หนังสือรับรองโสด (Single Status) อย่างไร? บริการครบวงจร: เตรียมเอกสาร → แปลรับรอง → Notary (ถ้าจำเป็น) → ยื่น MFA ขอ Apostille → จัดส่งคืน สอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล ใช้เวลา 3–5 วันทำการ
ราคาเริ่ม สอบถามทางโทร/LINE
ระยะเวลา 3–5 วันทำการ
ใช้ได้ 125+ ประเทศ
ทาง Notary→MFA→Apostille เอกสารไทย → ใช้ต่างประเทศ 1. ขอหนังสือรับรองโสด (ส.ค.2) ที่อำเภอ/เขต ที่ภูมิลำเนา 2. แปลเป็นภาษาราชการประเทศปลายทาง 3. ยื่น MFA ขอ Apostille (ตั้งแต่ 28 ก.พ. 2570 เป็นต้นไป) 4. ใช้สมรสในประเทศสมาชิก Hague เอกสารต่างประเทศ → ใช้ในไทย 1. ขอ Apostille จากประเทศต้นทาง 2. แปลภาษาไทย รับรองคำแปล 3. ยื่นต่ออำเภอที่จะจดทะเบียนสมรส เช็กลิสต์เอกสารที่ต้องเตรียม หนังสือรับรองโสด (อายุ ≤ 6 เดือน) บัตรประชาชน/พาสปอร์ต ทะเบียนบ้านประเทศปลายทางยอดนิยมสำหรับ หนังสือรับรองโสด (Single Status) FAQ — Apostille หนังสือรับรองโสด (Single Status)
ขอที่ไหนได้บ้าง? อำเภอ/สำนักงานเขตที่ภูมิลำเนา — ต้องใช้พยาน 2 คนยืนยันสถานะโสด เอกสารประเภทอื่นที่ทำ Apostille ได้ คำขอ Apostille ถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไรคำตอบสั้น: ปัญหาหลักคือขอ Apostille กับเอกสารที่ยังไม่ใช่ “เอกสารมหาชน” ในความหมายของอนุสัญญา ปลายทางไม่ได้เป็นภาคี และเข้าใจวันมีผลบังคับใช้ของไทยคลาดเคลื่อน (28 กุมภาพันธ์ 2570) แก้ได้โดยแปลงเอกสารให้เข้าเงื่อนไขก่อน แล้วเลือกเส้นทางรับรองให้ตรงกับสถานะภาคีของปลายทาง
เอกสารเอกชนถูกปฏิเสธเพราะไม่เข้าข่ายเอกสารมหาชน สาเหตุที่แท้จริงสัญญา จดหมาย หรือหนังสือมอบอำนาจของเอกชนยังไม่มีการรับรองโดยเจ้าพนักงานที่อนุสัญญายอมรับ ป้องกันก่อนยื่นให้ทนาย Notarial Services Attorney ทำคำรับรองก่อน เพื่อยกระดับเป็นเอกสารที่รับรองได้ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับทำคำรับรองลายมือชื่อ/สำเนาถูกต้อง แล้วยื่นขอรับรองใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 1–3 วันทำการ (ประมาณการ) ปลายทางไม่รับ Apostille เพราะไม่ได้เป็นภาคี สาเหตุที่แท้จริงเลือกเส้นทางจากคำแนะนำทั่วไป ไม่ได้ตรวจสถานะภาคีจริงของประเทศผู้รับ ป้องกันก่อนยื่นตรวจ status table ของ HCCH ก่อนตัดสินใจ และยืนยันกับผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับเปลี่ยนเป็นเส้นทางรับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ) ยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับไทย สาเหตุที่แท้จริงเข้าใจว่าวันเข้าเป็นภาคีคือวันที่ใช้ได้ทันที ป้องกันก่อนยื่นวางแผนงานโดยยึดวันมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 และเตรียมเส้นทางสำรองไว้ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับใช้เส้นทางรับรองเดิมไปก่อนหากกำหนดยื่นเร่งด่วน
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ) ปลายทางแจ้งว่าคำแปลไม่ได้ถูกคลุมด้วยใบรับรอง สาเหตุที่แท้จริงรับรองเฉพาะต้นฉบับ แต่แนบคำแปลที่ไม่ได้อยู่ในชุดที่รับรอง ป้องกันก่อนยื่นยืนยันกับผู้รับว่าต้องรับรองต้นฉบับ คำแปล หรือทั้งสองอย่าง วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับผูกคำแปลเข้าชุดและขอรับรองเพิ่มตามที่ปลายทางกำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ) ผู้รับต้องการไฟล์ที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ แต่ได้รับกระดาษ (หรือกลับกัน) สาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ระบุรูปแบบผลลัพธ์ตั้งแต่ต้น ระหว่างฉบับกระดาษกับ e-Apostille ป้องกันก่อนยื่นถามผู้รับว่าต้องยื่นแบบอัปโหลด แบบกระดาษ หรือส่งไปรษณีย์ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับขอออกในรูปแบบที่ตรงกับช่องทางการยื่นของผู้รับ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 1–5 วันทำการ (ประมาณการ) ต้องใช้หลายประเทศแต่มีใบรับรองใบเดียว สาเหตุที่แท้จริงยื่นต้นฉบับเดียวโดยไม่ได้คัดชุดสำรองสำหรับปลายทางอื่น ป้องกันก่อนยื่นคัดเอกสารต้นเรื่องหลายชุดตั้งแต่แรกเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายประเทศ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับคัดชุดใหม่และเดินรับรองเพิ่มต่อชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 5–12 วันทำการ (ประมาณการ) ต่อชุด ก่อนยื่นทุกครั้ง เราตรวจให้ว่าเอกสารของคุณเข้าเงื่อนไขเอกสารมหาชนหรือยัง ปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และควรใช้เส้นทางใดในช่วงเปลี่ยนผ่าน — ปรึกษาทีมเราก่อนเสียเวลาเดินเอง
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม หนังสือรับรองสถานภาพโสดออกโดยสำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา จากนั้นต้องแปลเป็นภาษาปลายทาง ยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางตามที่นายทะเบียนของประเทศนั้นกำหนด เอกสารประเภทนี้มักมีอายุใช้งานสั้น จึงควรวางลำดับงานย้อนจากวันจดทะเบียนจริง
ขั้นตอนการทำงานตรวจข้อกำหนดของนายทะเบียนปลายทาง — 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนตามภูมิลำเนา — 1–5 วันทำการ (ประมาณการ)แปลเอกสารเป็นภาษาปลายทาง — 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)รับรองสถานทูตปลายทางและยื่นจดทะเบียน — 3–15 วันทำการ (ประมาณการ แตกต่างตามสถานทูต) เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น• บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านฉบับจริง • หนังสือเดินทาง หากจะใช้สะกดชื่อภาษาอังกฤษให้ตรงกัน • พยานบุคคลตามที่สำนักทะเบียนกำหนด พร้อมบัตรประชาชนของพยาน • เอกสารเปลี่ยนชื่อ-สกุล หากเคยเปลี่ยน • ใบสำคัญการหย่าและทะเบียนการหย่า (คร.6/คร.7) หรือคำพิพากษาถึงที่สุด • มรณบัตรของคู่สมรสเดิม กรณีคู่สมรสเสียชีวิต ถ้าคุณกำลังนับถอยหลังไปวันจดทะเบียนในต่างประเทศ ให้ทีมที่ปรึกษาของเราจัดชุดเอกสาร แปล และเดินรับรองให้ครบทุกชั้นภายในกรอบเวลา ทักมาให้เราประเมินเคสก่อนได้
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา
การรับรองเอกสารต้องทำต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองฯ ที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29
คำถามที่เกี่ยวข้อง
ติดต่ออย่างไรได้เร็วที่สุด ติดต่อทางโทรศัพท์หรือ LINE ในเวลาทำการเพื่อสอบถามขั้นตอนเบื้องต้น และส่งภาพถ่ายเอกสารที่อ่านได้ชัดมาทางอีเมลหรือ LINE เพื่อให้ประเมินขอบเขตงานได้แม่นยำขึ้น
ประเทศไทยใช้ Apostille ได้แล้วหรือยัง ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (HCCH 1961) แล้ว โดยอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (28 February 2027) ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้การรับรองนิติกรณ์ตามระบบเดิม
Apostille ต่างจากการรับรองกงสุลอย่างไร Apostille เป็นใบรับรองมาตรฐานเดียวที่ประเทศภาคียอมรับร่วมกัน ทำให้ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทาง ส่วนการรับรองกงสุลต้องผ่านทั้งกรมการกงสุลและสถานทูต
เอกสารไทยที่ออกก่อนวันมีผลบังคับใช้ต้องทำอย่างไร เอกสารที่ต้องยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผล ให้ดำเนินการตามระบบนิติกรณ์เดิม เพราะหน่วยงานปลายทางยังไม่สามารถรับ Apostille จากไทยได้จนกว่าจะถึงกำหนด บริการที่เกี่ยวข้อง ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล