ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law logo
Thai Notary Law
Hague Apostille · civil

Apostille — หนังสือรับรองโสด (Single Status)

Affidavit of Single Status

เอกสารไทย → ใช้ต่างประเทศ

  1. 1.ขอหนังสือรับรองโสด (ส.ค.2) ที่อำเภอ/เขต ที่ภูมิลำเนา
  2. 2.แปลเป็นภาษาราชการประเทศปลายทาง
  3. 3.ยื่น MFA ขอ Apostille (ตั้งแต่ 28 ก.พ. 2570 เป็นต้นไป)
  4. 4.ใช้สมรสในประเทศสมาชิก Hague

เอกสารต่างประเทศ → ใช้ในไทย

  1. 1.ขอ Apostille จากประเทศต้นทาง
  2. 2.แปลภาษาไทย รับรองคำแปล
  3. 3.ยื่นต่ออำเภอที่จะจดทะเบียนสมรส

เช็กลิสต์เอกสารที่ต้องเตรียม

  • หนังสือรับรองโสด (อายุ ≤ 6 เดือน)
  • บัตรประชาชน/พาสปอร์ต
  • ทะเบียนบ้าน

ประเทศปลายทางยอดนิยมสำหรับ หนังสือรับรองโสด (Single Status)

FAQ — Apostille หนังสือรับรองโสด (Single Status)

ขอที่ไหนได้บ้าง?
อำเภอ/สำนักงานเขตที่ภูมิลำเนา — ต้องใช้พยาน 2 คนยืนยันสถานะโสด

เอกสารประเภทอื่นที่ทำ Apostille ได้

คำขอ Apostille ถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไร

คำตอบสั้น: ปัญหาหลักคือขอ Apostille กับเอกสารที่ยังไม่ใช่ “เอกสารมหาชน” ในความหมายของอนุสัญญา ปลายทางไม่ได้เป็นภาคี และเข้าใจวันมีผลบังคับใช้ของไทยคลาดเคลื่อน (28 กุมภาพันธ์ 2570) แก้ได้โดยแปลงเอกสารให้เข้าเงื่อนไขก่อน แล้วเลือกเส้นทางรับรองให้ตรงกับสถานะภาคีของปลายทาง

เอกสารเอกชนถูกปฏิเสธเพราะไม่เข้าข่ายเอกสารมหาชน

สาเหตุที่แท้จริง
สัญญา จดหมาย หรือหนังสือมอบอำนาจของเอกชนยังไม่มีการรับรองโดยเจ้าพนักงานที่อนุสัญญายอมรับ
ป้องกันก่อนยื่น
ให้ทนาย Notarial Services Attorney ทำคำรับรองก่อน เพื่อยกระดับเป็นเอกสารที่รับรองได้
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ทำคำรับรองลายมือชื่อ/สำเนาถูกต้อง แล้วยื่นขอรับรองใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางไม่รับ Apostille เพราะไม่ได้เป็นภาคี

สาเหตุที่แท้จริง
เลือกเส้นทางจากคำแนะนำทั่วไป ไม่ได้ตรวจสถานะภาคีจริงของประเทศผู้รับ
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจ status table ของ HCCH ก่อนตัดสินใจ และยืนยันกับผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
เปลี่ยนเป็นเส้นทางรับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับไทย

สาเหตุที่แท้จริง
เข้าใจว่าวันเข้าเป็นภาคีคือวันที่ใช้ได้ทันที
ป้องกันก่อนยื่น
วางแผนงานโดยยึดวันมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 และเตรียมเส้นทางสำรองไว้
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ใช้เส้นทางรับรองเดิมไปก่อนหากกำหนดยื่นเร่งด่วน
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางแจ้งว่าคำแปลไม่ได้ถูกคลุมด้วยใบรับรอง

สาเหตุที่แท้จริง
รับรองเฉพาะต้นฉบับ แต่แนบคำแปลที่ไม่ได้อยู่ในชุดที่รับรอง
ป้องกันก่อนยื่น
ยืนยันกับผู้รับว่าต้องรับรองต้นฉบับ คำแปล หรือทั้งสองอย่าง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ผูกคำแปลเข้าชุดและขอรับรองเพิ่มตามที่ปลายทางกำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)

ผู้รับต้องการไฟล์ที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ แต่ได้รับกระดาษ (หรือกลับกัน)

สาเหตุที่แท้จริง
ไม่ได้ระบุรูปแบบผลลัพธ์ตั้งแต่ต้น ระหว่างฉบับกระดาษกับ e-Apostille
ป้องกันก่อนยื่น
ถามผู้รับว่าต้องยื่นแบบอัปโหลด แบบกระดาษ หรือส่งไปรษณีย์
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอออกในรูปแบบที่ตรงกับช่องทางการยื่นของผู้รับ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–5 วันทำการ (ประมาณการ)

ต้องใช้หลายประเทศแต่มีใบรับรองใบเดียว

สาเหตุที่แท้จริง
ยื่นต้นฉบับเดียวโดยไม่ได้คัดชุดสำรองสำหรับปลายทางอื่น
ป้องกันก่อนยื่น
คัดเอกสารต้นเรื่องหลายชุดตั้งแต่แรกเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายประเทศ
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดชุดใหม่และเดินรับรองเพิ่มต่อชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 5–12 วันทำการ (ประมาณการ) ต่อชุด

ก่อนยื่นทุกครั้ง เราตรวจให้ว่าเอกสารของคุณเข้าเงื่อนไขเอกสารมหาชนหรือยัง ปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และควรใช้เส้นทางใดในช่วงเปลี่ยนผ่าน — ปรึกษาทีมเราก่อนเสียเวลาเดินเอง

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

หนังสือรับรองสถานภาพโสดออกโดยสำนักทะเบียนอำเภอหรือเขตตามภูมิลำเนา จากนั้นต้องแปลเป็นภาษาปลายทาง ยื่นรับรองคำแปลที่กรมการกงสุล และรับรองต่อที่สถานทูตปลายทางตามที่นายทะเบียนของประเทศนั้นกำหนด เอกสารประเภทนี้มักมีอายุใช้งานสั้น จึงควรวางลำดับงานย้อนจากวันจดทะเบียนจริง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. ตรวจข้อกำหนดของนายทะเบียนปลายทาง — 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)
  2. ยื่นคำร้องที่สำนักทะเบียนตามภูมิลำเนา — 1–5 วันทำการ (ประมาณการ)
  3. แปลเอกสารเป็นภาษาปลายทาง — 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)
  4. รับรองคำแปลที่กรมการกงสุล — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
  5. รับรองสถานทูตปลายทางและยื่นจดทะเบียน — 3–15 วันทำการ (ประมาณการ แตกต่างตามสถานทูต)

เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น

  • บัตรประชาชนและทะเบียนบ้านฉบับจริง
  • หนังสือเดินทาง หากจะใช้สะกดชื่อภาษาอังกฤษให้ตรงกัน
  • พยานบุคคลตามที่สำนักทะเบียนกำหนด พร้อมบัตรประชาชนของพยาน
  • เอกสารเปลี่ยนชื่อ-สกุล หากเคยเปลี่ยน
  • ใบสำคัญการหย่าและทะเบียนการหย่า (คร.6/คร.7) หรือคำพิพากษาถึงที่สุด
  • มรณบัตรของคู่สมรสเดิม กรณีคู่สมรสเสียชีวิต

ถ้าคุณกำลังนับถอยหลังไปวันจดทะเบียนในต่างประเทศ ให้ทีมที่ปรึกษาของเราจัดชุดเอกสาร แปล และเดินรับรองให้ครบทุกชั้นภายในกรอบเวลา ทักมาให้เราประเมินเคสก่อนได้

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา

ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารกำลังประทับตรารับรองบนชุดเอกสารในสำนักงานกฎหมาย
การรับรองเอกสารต้องทำต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองฯ ที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29

คำถามที่เกี่ยวข้อง

ติดต่ออย่างไรได้เร็วที่สุด
ติดต่อทางโทรศัพท์หรือ LINE ในเวลาทำการเพื่อสอบถามขั้นตอนเบื้องต้น และส่งภาพถ่ายเอกสารที่อ่านได้ชัดมาทางอีเมลหรือ LINE เพื่อให้ประเมินขอบเขตงานได้แม่นยำขึ้น
ประเทศไทยใช้ Apostille ได้แล้วหรือยัง
ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (HCCH 1961) แล้ว โดยอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (28 February 2027) ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้การรับรองนิติกรณ์ตามระบบเดิม
Apostille ต่างจากการรับรองกงสุลอย่างไร
Apostille เป็นใบรับรองมาตรฐานเดียวที่ประเทศภาคียอมรับร่วมกัน ทำให้ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทาง ส่วนการรับรองกงสุลต้องผ่านทั้งกรมการกงสุลและสถานทูต
เอกสารไทยที่ออกก่อนวันมีผลบังคับใช้ต้องทำอย่างไร
เอกสารที่ต้องยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผล ให้ดำเนินการตามระบบนิติกรณ์เดิม เพราะหน่วยงานปลายทางยังไม่สามารถรับ Apostille จากไทยได้จนกว่าจะถึงกำหนด

บริการที่เกี่ยวข้อง

ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล