- Apostille คืออะไร?
- Apostille คือใบรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ที่รับรองลายมือชื่อ ตำแหน่งผู้ลงนาม และตราประทับของเอกสารมหาชน ใช้แทนการรับรองสถานทูตระหว่างประเทศที่อนุสัญญามีผลต่อกัน แต่ไม่ได้รับรองว่าเนื้อหาหรือคำแปลถูกต้อง
- ไทยใช้ Apostille ได้เมื่อไร?
- อนุสัญญามีผลกับประเทศไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันนั้น เอกสารไทยที่จะใช้ต่างประเทศยังต้องรับรองที่กรมการกงสุลและสถานทูตหรือกงสุลของประเทศปลายทางตามที่ผู้รับกำหนด เอกสารต่างประเทศที่จะใช้ในไทยก็ควรตรวจกับหน่วยงานไทยผู้รับก่อน
- เอกสารแบบไหนทำ Apostille ได้?
- โดยทั่วไปคือเอกสารมหาชน เช่น เอกสารทะเบียนราษฎร์ คำพิพากษา เอกสารจากหน่วยงานรัฐ และเอกสารที่ได้รับการรับรองโดยเจ้าหน้าที่ตามกฎหมาย ประเภทที่รับได้จริงขึ้นกับหน่วยงานที่ไทยกำหนดและผู้รับปลายทาง
- ขั้นตอนเอกสารไทยหลัง 28 ก.พ. 2570 เป็นอย่างไร?
- ตรวจข้อกำหนดของผู้รับ เตรียมเอกสารฉบับจริงจากหน่วยงานที่ออก จัดทำคำแปลหากผู้รับต้องการ แล้วยื่นขอ Apostille จากหน่วยงานที่ไทยกำหนด ขั้นตอน ค่าธรรมเนียม และระยะเวลาให้ตรวจจากประกาศของกรมการกงสุลเมื่อเปิดให้บริการ
- ค่าบริการ Apostille เท่าไร?
- ขึ้นกับประเภทเอกสาร จำนวนฉบับ ภาษาคำแปล และประเทศปลายทาง ส่งรูปเอกสารทาง LINE เพื่อรับใบเสนอราคา ค่าธรรมเนียมราชการ สถานทูต และค่าแปลอาจแยกจากค่าบริการ
- Apostille ใช้ได้กี่ประเทศ?
- ใช้ได้เฉพาะประเทศที่อนุสัญญามีผลต่อกัน และบางประเทศอาจคัดค้านการเข้าร่วมของประเทศอื่น จึงควรตรวจรายชื่อล่าสุดที่เว็บไซต์ HCCH หน้านี้รวมข้อมูลประเทศปลายทาง 34 ประเทศที่ลูกค้าถามบ่อย
- Apostille ต่างจาก Embassy Legalization อย่างไร?
- Apostille เป็นใบรับรองขั้นเดียวระหว่างประเทศภาคี ส่วน Embassy Legalization ต้องรับรองหลายขั้น เช่น กรมการกงสุลแล้วต่อด้วยสถานทูต ใช้กับประเทศที่ไม่ใช่ภาคี และใช้กับเอกสารไทยทุกประเทศก่อน 28 ก.พ. 2570
- ใช้กับวีซ่าทำงาน เรียน หรือแต่งงานต่างประเทศได้ไหม?
- ใช้ได้เมื่อผู้รับยอมรับและอนุสัญญามีผลระหว่างสองประเทศ แต่ผู้รับยังอาจกำหนดคำแปล ผู้แปล อายุเอกสาร หรือเอกสารเพิ่มเติม ควรขอรายการจากผู้รับก่อนเริ่ม