ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law logo
Thai Notary Law

นิติกรณ์ MFA • Consular Legalization

รับรองสูติบัตรเพื่อใช้ในต่างประเทศ

พ่อแม่/ผู้ปกครองที่จะนำสูติบัตรของบุตรไปใช้ขอสัญชาติ พาสปอร์ต ลงทะเบียนเรียน ในต่างประเทศ

รายละเอียด

สูติบัตรไทย (สูติบัตร / Birth Certificate) ที่ออกโดยนายทะเบียน amphur เป็นเอกสารราชการที่ใช้บ่อยสุดในการขอสัญชาติ พาสปอร์ต ลงทะเบียนเรียน ขอวีซ่าติดตามครอบครัว และจดทะเบียนรับบุตรบุญธรรมในต่างประเทศ

ทุกประเทศปลายทางบังคับว่าสูติบัตรไทยต้องผ่านนิติกรณ์ MFA + Embassy ของประเทศปลายทางก่อน บางประเทศ (เยอรมนี ฝรั่งเศส) ขอ Mehrsprachiges Auszug (multilingual extract) ซึ่งไทยไม่มี — ต้องใช้นิติกรณ์ + Embassy แทน

เราดำเนินการตั้งแต่: ขอคัดสำเนาสูติบัตรจาก amphur (กรณีหาย) → แปล Certified → นิติกรณ์ → Embassy → จัดส่ง EMS/DHL ให้ลูกค้าหรือส่งตรงให้ Standesamt/Mairie/Registrar ของปลายทาง

เหตุผลที่ต้องนิติกรณ์

  • เยอรมนีบังคับสูติบัตรของลูกที่เกิดในไทย ต้องผ่าน Beglaubigung (MFA + German Embassy) ก่อนใช้ที่ Standesamt
  • ออสเตรเลีย DHA ขอสูติบัตรผ่าน NAATI translation + MFA สำหรับ partner visa และ child visa
  • USA ขอ Certificate of Live Birth + Authenticated translation สำหรับ CRBA (Consular Report of Birth Abroad)
  • การขอสัญชาติของลูกที่พ่อหรือแม่เป็นชาวต่างชาติ ต้องใช้สูติบัตรที่ผ่านนิติกรณ์ทุกประเทศ

เอกสารที่ต้องเตรียม

  • สูติบัตรตัวจริง (กรณีหาย ไปขอคัดที่ amphur ที่จดทะเบียนแรก)
  • ทะเบียนบ้านที่ลูกอยู่ในทะเบียน
  • บัตรประชาชน + พาสปอร์ตของพ่อ/แม่
  • พาสปอร์ตของลูก (ถ้ามี)
  • ทะเบียนสมรสของพ่อแม่ (ถ้ามี)

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. ขั้นที่ 1

    ส่งเอกสารผ่าน LINE

    ลูกค้าถ่ายเอกสารต้นฉบับ + พาสปอร์ตส่งทาง LINE ทีมเราเช็คความถูกต้องของชื่อ-สกุลและการสะกดภาษาอังกฤษภายใน 30 นาที

  2. ขั้นที่ 2

    แปลเอกสารโดย Certified Translator

    ทีมแปลของเราที่ขึ้นทะเบียนกับกรมการกงสุล แปลเอกสารเป็นภาษาอังกฤษ พร้อมตราประทับและลายเซ็นรับรองคำแปลตรงตามต้นฉบับ

  3. ขั้นที่ 3

    ยื่นนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล แจ้งวัฒนะ

    ทีมเรานำเอกสารต้นฉบับ + คำแปลไปยื่นที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล อาคารกระทรวงการต่างประเทศ ถนนแจ้งวัฒนะ

  4. ขั้นที่ 4

    รับเอกสารพร้อมตรานิติกรณ์

    เอกสารถูกตรวจโดยนิติกร และประทับตรา 'รับรองคำแปลถูกต้อง' หรือ 'รับรองลายมือชื่อ' พร้อมลงนามโดยกงสุลผู้รับมอบอำนาจ

  5. ขั้นที่ 5

    จัดส่งหรือนำส่งสถานทูตต่อ

    ทีมเราจัดส่ง EMS ภายในประเทศ หรือต่อให้ไปยื่นสถานทูตปลายทางตามแพ็คเกจที่เลือก

ข้อผิดพลาดที่พบบ่อย

  • ใช้สำเนาสูติบัตรเก่ามาก — บางประเทศขอ certified copy ใหม่
  • ชื่อในสูติบัตรเก่าเป็นอักษรไทย แต่ในพาสปอร์ตเป็นอักษรอังกฤษที่สะกดต่างจากระเบียบใหม่ — ต้องทำหนังสือชี้แจง
  • ลืมแปลตราประทับ amphur ด้านหลังใบ
  • พ่อหรือแม่ไม่ได้จดทะเบียนสมรส → ต้องเพิ่มหนังสือรับรองการจดทะเบียนรับรองบุตร

ค่าบริการ

รายการบาทวันทำการ
สูติบัตร 1 ฉบับ (แปล + MFA)3,5003-5
+ Embassy (เยอรมนี/ฝรั่งเศส/อิตาลี)+6,0005-10
ขอคัดสูติบัตรใหม่ (ตจว.)+2,0005-7

ประเทศปลายทางที่นิยม

GermanyFranceNetherlandsAustraliaUSAUKSwitzerlandBelgiumItalySpain

อ้างอิงทางกฎหมาย

  • พ.ร.บ.การทะเบียนราษฎร พ.ศ. 2534 (มาตรา 18)
  • ระเบียบ MFA ว่าด้วยการรับรองเอกสาร พ.ศ. 2539
  • อนุสัญญาสิทธิเด็ก ค.ศ. 1989

คำถามที่พบบ่อย

หาย/ขาดมาก ขอใหม่ที่ไหน?

ที่ amphur ที่จดทะเบียนแรก หรือ amphur ปัจจุบัน (ระบบเชื่อมแล้ว)

ราคาเริ่มต้น?

สอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล สำหรับ 1 ฉบับ

เด็กไทยเกิดในต่างประเทศ ต้องทำไง?

ขอแจ้งเกิดที่สถานทูตไทยปลายทาง ได้ ‘ใบสูติบัตรไทย’ มาใช้ในไทย

ระยะเวลา?

3-5 วัน + Embassy 5-10 วัน

ต้องนำลูกมาด้วยไหม?

ไม่ต้อง พ่อ/แม่ดำเนินการแทนได้

พ่อ-แม่ไม่ได้จด ต้องทำเพิ่มไหม?

ใช่ ต้องเพิ่มเอกสารรับรองบุตร

ใช้ภาษาอังกฤษอย่างเดียวพอไหม?

พอ สำหรับประเทศที่รับภาษาอังกฤษ

Translation pattern format?

เราใช้ template ที่ผ่าน MFA แล้ว — ไม่เคยถูกตีกลับ

แหล่งอ้างอิง / Authority References

งานรับรองกงสุล/สถานทูตถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไร

คำตอบสั้น: กรณีที่ถูกตีกลับบ่อยคือใช้สำเนาแทนต้นฉบับ คำแปลไม่ตรงชื่อ-สกุลตามหนังสือเดินทาง เอกสารต้นเรื่องออกเกินอายุที่ปลายทางกำหนด และยื่นผิดลำดับหรือผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง แก้ได้โดยขอเอกสารต้นเรื่องใหม่และเดินลำดับรับรองให้ครบชั้น

กรมการกงสุลไม่รับเพราะเป็นสำเนาที่ไม่มีการรับรองจากหน่วยงานผู้ออก

สาเหตุที่แท้จริง
ใช้สำเนาถ่ายเอกสารหรือไฟล์พิมพ์เอง แทนต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรอง
ป้องกันก่อนยื่น
ขอคัดสำเนาที่รับรองจากอำเภอ/สำนักทะเบียน/สถาบันผู้ออกก่อนเสมอ
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดเอกสารใหม่จากหน่วยงานผู้ออก แล้วยื่นรับรองอีกครั้ง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–7 วันทำการ (ประมาณการ) ตามคิวของหน่วยงานผู้ออก

คำแปลสะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง

สาเหตุที่แท้จริง
ผู้แปลถอดเสียงเอง ไม่ได้ยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางหรือทะเบียนราษฎร
ป้องกันก่อนยื่น
ส่งสำเนาหนังสือเดินทางให้ผู้แปลใช้เป็นมาตรฐานการสะกดทุกฉบับในชุด
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
แก้คำแปลให้ตรงและยื่นรับรองคำแปลใหม่ทั้งชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)

สถานทูตปลายทางแจ้งว่าเอกสารเก่าเกินกำหนด

สาเหตุที่แท้จริง
ปลายทางกำหนดอายุเอกสาร (เช่น ออกไม่เกิน 3 หรือ 6 เดือน) แต่ใช้ฉบับที่คัดไว้นาน
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจเงื่อนไขอายุเอกสารของปลายทางก่อนคัดเอกสาร และวางคิวงานให้จบภายในกรอบนั้น
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดเอกสารใหม่และเร่งเดินสายรับรองให้จบภายในอายุที่กำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 5–15 วันทำการ (ประมาณการ) เพราะต้องเริ่มทั้งสายใหม่

ยื่นผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

สาเหตุที่แท้จริง
เอกสารการศึกษา/การแพทย์/ตำรวจ บางประเภทต้องผ่านต้นสังกัดก่อนถึงกรมการกงสุล
ป้องกันก่อนยื่น
ระบุประเภทเอกสารและหน่วยงานผู้ออกให้ชัด แล้วตรวจสายอนุมัติก่อนตั้งเรื่อง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
นำเอกสารไปรับรองจากต้นสังกัดก่อน แล้วยื่นกรมการกงสุลใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางขอ Apostille แต่ได้รับ legalization แบบเดิม (หรือกลับกัน)

สาเหตุที่แท้จริง
ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ช่วงเปลี่ยนผ่านจึงมีความสับสนว่าปลายทางรับแบบใด
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางจาก HCCH และยืนยันกับผู้รับว่ารับ Apostille หรือไม่
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอรับรองในรูปแบบที่ปลายทางระบุ โดยใช้เอกสารต้นเรื่องชุดเดิมหากยังไม่เกินอายุ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–7 วันทำการ (ประมาณการ)

ตราหรือเล่มเอกสารเสียหายระหว่างขนส่ง จึงถูกปฏิเสธ

สาเหตุที่แท้จริง
ถอดลวดเย็บเพื่อสแกน หรือพับทับตราประทับ
ป้องกันก่อนยื่น
ห้ามแกะเล่มหลังรับรอง สแกนโดยไม่ถอดลวด และใช้ซองแข็งในการส่ง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอออกใบรับรองใหม่จากหน่วยงานที่ออกฉบับที่เสียหาย
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

เราตรวจตั้งแต่ต้นทางว่าเอกสารของคุณต้องผ่านกี่ชั้น หน่วยงานใดก่อน-หลัง และอายุเอกสารพอถึงวันยื่นหรือไม่ ถ้าไม่อยากเสี่ยงเดินรอบสอง ให้ทีมเราวางไทม์ไลน์และดำเนินการแทนได้ทั้งสาย

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

เอกสารราชการไทยยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชนต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองก่อน จากนั้นจึงยื่นสถานทูตปลายทาง ลำดับที่ถูกต้องคือ ต้นฉบับ ถูกกฎหมาย แปล รับรองกงสุล และรับรองสถานทูต

ขั้นตอนการทำงาน

  1. จำแนกประเภทเอกสารและกำหนดลำดับชั้น — ภายในวันเดียว
  2. จัดทำคำแปลให้ตรงกับต้นฉบับ — 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)
  3. ยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
  4. ยื่นรับรองที่สถานทูตปลายทาง — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
  5. ตรวจรับและส่งมอบโดยไม่แกะตราครอบ — 1–2 วันทำการ (ประมาณการ)

เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น

  • ต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการและมีลายมือชื่อผู้มีอำนาจ
  • คำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ปลายทางกำหนด
  • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร
  • หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรของผู้รับมอบ หากไม่ได้ยื่นเอง
  • เอกสารที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองแล้ว
  • หนังสือรับรองบริษัทที่ยังอยู่ในกรอบอายุของผู้รับ

ถ้าต้องการให้เอกสารผ่านครบทุกชั้นโดยไม่ต้องเดินเรื่องเอง ทีมที่ปรึกษาของเรารับดูแลตั้งแต่จัดชุดเอกสารจนถึงส่งมอบ ติดต่อสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมล

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา

ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารกำลังประทับตรารับรองบนชุดเอกสารในสำนักงานกฎหมาย
การรับรองเอกสารต้องทำต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองฯ ที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29

คำถามที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลบนหน้าเว็บนี้ตรวจทานเมื่อใด
ทุกหน้าแสดงวันที่ตรวจทานล่าสุดไว้ในส่วนแหล่งอ้างอิง เนื่องจากระเบียบของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ
ติดต่ออย่างไรได้เร็วที่สุด
ติดต่อทางโทรศัพท์หรือ LINE ในเวลาทำการเพื่อสอบถามขั้นตอนเบื้องต้น และส่งภาพถ่ายเอกสารที่อ่านได้ชัดมาทางอีเมลหรือ LINE เพื่อให้ประเมินขอบเขตงานได้แม่นยำขึ้น
ควรเริ่มต้นอย่างไรเมื่อไม่แน่ใจว่าต้องรับรองแบบไหน
เริ่มจากคำถามสามข้อ คือ เอกสารจะยื่นกับหน่วยงานใด ประเทศใด และภายในวันที่เท่าไร คำตอบสามข้อนี้กำหนดเส้นทางรับรอง ภาษาที่ต้องแปล และลำดับขั้นตอนทั้งหมด
ทำไมเว็บไซต์ไม่แสดงค่าบริการ
เพราะขอบเขตงานต่างกันมากตามจำนวนเอกสาร ภาษา และขั้นตอนกงสุลที่เกี่ยวข้อง เราจึงประเมินตามงานจริงและแจ้งรายละเอียดผ่านโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

บริการที่เกี่ยวข้อง

ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล