1. เลือกเส้นทางจากกิจกรรมจริง ไม่ใช่สูตรหุ้นไทย 51%
พ.ร.บ. การประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว พ.ศ. 2542 (FBA) มีทั้งนิยามคนต่างด้าวและบัญชีกิจการที่ถูกจำกัด สำหรับบริษัทไทย นิยามรวมถึงกรณีทุนตั้งแต่กึ่งหนึ่งถือโดยบุคคลต่างด้าวตามกฎหมาย แต่ต้องตรวจองค์ประกอบและโครงสร้างที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ไม่ใช่ใช้เพดาน 49% เป็นข้อสรุปว่าทุกธุรกิจในไทยห้ามต่างชาติถือหุ้นมากกว่านั้น
บัญชีหนึ่งเป็นกิจการที่ไม่อนุญาตให้คนต่างด้าวประกอบด้วยเหตุผลพิเศษ บัญชีสองและบัญชีสามมีขั้นตอนอนุญาตและเงื่อนไขต่างกัน รวมทั้งข้อยกเว้นบางกิจการ กฎหมายเฉพาะอาจกำหนดสัดส่วนหุ้นหรือใบอนุญาตเพิ่มเติม แม้กิจกรรมไม่ติดบัญชี FBA ก็ยังต้องตรวจข้อกำหนดทุนและกฎหมายอื่น
- กิจกรรมไม่ถูกจำกัด: ตรวจข้อกำหนดทุน ใบอนุญาตเฉพาะ และการดำเนินงานก่อนเริ่มธุรกิจ
- กิจกรรมถูกจำกัด: ประเมิน FBL หรือ FBC ตามสิทธิและบทกฎหมายที่ใช้กับโครงการ
- สิทธิตามสนธิสัญญา BOI หรือ IEAT: ตรวจคุณสมบัติ กิจกรรม และเอกสารรับรองสิทธิ ไม่ถือว่ามีสิทธิจากสัญชาติหรือที่ตั้งอย่างเดียว
- การตั้งสำนักงานใน EEC หรือเขตปลอดอากรเพียงอย่างเดียว ไม่ทำให้ถือหุ้นต่างชาติหรือทำกิจการได้โดยอัตโนมัติ
2. FBL กับ FBC ต่างกันอย่างไร?
FBL คือใบอนุญาตประกอบธุรกิจของคนต่างด้าว ส่วน FBC คือหนังสือรับรองการประกอบธุรกิจของคนต่างด้าวที่ออกตามฐานสิทธิที่กฎหมายกำหนด เช่น สิทธิภายใต้สนธิสัญญาหรือกิจการที่ได้รับการส่งเสริมและเข้าเงื่อนไข การได้รับบัตรส่งเสริม BOI จึงอาจต้องดำเนินการขอ FBC เพิ่มสำหรับกิจการที่ถูกจำกัด ไม่ใช่จดทะเบียนเสร็จแล้วเริ่มรับรายได้ได้ทันที
การกำหนดทุนต้องแยกทุนจดทะเบียน ทุนชำระแล้ว เงินลงทุนโครงการ และทุนขั้นต่ำตาม FBA รวมถึงเงื่อนไขวีซ่า/ใบอนุญาตทำงาน จำนวนที่เหมาะสมขึ้นกับฐานกฎหมาย ประเภทธุรกิจ และข้อยกเว้น ไม่ใช้สูตรทุนเดียวครอบคลุมทุกบริษัท
- ขอผลประเมินว่าแต่ละกิจกรรมต้องใช้ใบอนุญาตหรือหนังสือรับรองใด
- แยกเงื่อนไขก่อนเริ่มธุรกิจออกจากงานที่ทำต่อหลังจดทะเบียน
- ตรวจการนำเงินเข้าและหลักฐานกับธนาคาร ไม่อ้างว่าทุกการลงทุนต้องผ่านบัญชี FCD เท่านั้น
3. BOI: ตรวจคุณสมบัติและสิทธิเป็นรายโครงการ
เทียบกิจกรรมจริงกับคู่มือและประกาศ BOI ที่ใช้ในวันยื่น พร้อมรายละเอียดเทคโนโลยี กระบวนการผลิตหรือพัฒนาซอฟต์แวร์ บุคลากร เงินลงทุน และแผนดำเนินงาน คำว่า AI, software หรือ startup ในชื่อบริษัทไม่ได้ทำให้ได้รับส่งเสริมโดยอัตโนมัติ
สิทธิภาษีและสิทธิที่ไม่ใช่ภาษีขึ้นกับประเภทกิจการ มาตรการ และเงื่อนไขในบัตรส่งเสริม ไม่รับรองว่าสิทธิทุกประเภทอนุญาตหุ้นต่างชาติ 100% ถือครองที่ดิน หรือรับผู้เชี่ยวชาญไม่จำกัด การใช้สิทธิเรื่องที่ดินหรือบุคลากรต้องตรวจการอนุมัติที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง
- เตรียมแผนธุรกิจที่แสดงรายได้ ต้นทุน เงินลงทุน และขั้นตอนการทำงานสอดคล้องกัน
- แยกกิจกรรมที่ขอส่งเสริมจากกิจกรรมอื่นของบริษัท
- ติดตามขั้นตอนคำขอ การชี้แจง การตอบรับ และการออกบัตรตามหนังสือของ BOI
- ก่อนใช้สิทธิ ตรวจวันเริ่มใช้ วงเงิน ระยะเวลา และเงื่อนไขรายงานของโครงการ
4. รายการข้อมูลก่อนจดบริษัทและเปิดบัญชี
บริษัทจำกัดต้องมีผู้เริ่มก่อการอย่างน้อยสองคนและปฏิบัติตามข้อกำหนด DBD ที่ใช้กับการจัดตั้ง การยืนยันตัวตนและลายมือชื่อในระบบจดทะเบียนต้องทำตามช่องทางที่หน่วยงานยอมรับ ไม่ใช่ใช้หนังสือมอบอำนาจหรือสำเนาที่รับรองแล้วแทนได้ทุกขั้นตอน
ธนาคารเป็นผู้ตัดสินใจเปิดบัญชีและตรวจตัวตน/แหล่งเงินตามเกณฑ์ของตน จดทะเบียนบริษัทหรือรับรองสำเนาไม่ได้รับประกันว่าจะเปิดบัญชีได้ ควรขอรายการเอกสารจากธนาคารก่อนนัดลงนามและโอนเงิน
- คำอธิบายสินค้า/บริการ ลูกค้า ประเทศที่รับรายได้ และสถานที่ทำงานจริง
- รายชื่อผู้ลงทุน สัญชาติ สัดส่วนหุ้น ผู้ควบคุมหรือผู้ถือผลประโยชน์ที่แท้จริง และความสัมพันธ์กับบริษัทแม่
- แผนทุน แหล่งเงิน และหลักฐานการลงทุนที่ธนาคารหรือหน่วยงานร้องขอ
- ชื่อบริษัท ที่ตั้ง หลักฐานสิทธิใช้สถานที่ กรรมการ และเงื่อนไขผู้มีอำนาจลงนาม
- ร่างข้อบังคับและข้อตกลงผู้ถือหุ้น โดยระบุการเพิ่มทุน โอนหุ้น การตัดสินใจ และทางออกเมื่อมีข้อพิพาท
- จำนวนและหน้าที่ของบุคลากรต่างชาติ พร้อมแผนใบอนุญาตทำงานและสถานะพำนัก
5. ห้าม nominee และแยกการตรวจ UBO จากหน้าที่รายงาน
ไม่ใช้บุคคลไทยถือหุ้นแทนเพื่อหลีกเลี่ยง FBA การร่วมลงทุนต้องมีการลงทุนและสิทธิผู้ถือหุ้นจริง การไม่มีหลักฐานแหล่งเงินเป็นเหตุให้ตรวจเพิ่ม แต่ไม่ควรเขียนว่าเป็นคำตัดสินความผิดอัตโนมัติ หรือว่าทุกบริษัทถูกริบทรัพย์ทันที
ธนาคารและผู้มีหน้าที่รายงานตามกฎหมายป้องกันการฟอกเงินอาจขอข้อมูลผู้ถือผลประโยชน์ที่แท้จริง (UBO) และแหล่งเงิน หน้าที่ KYC/CDD หรือรายงานขึ้นกับประเภทผู้ประกอบการและธุรกรรม ไม่ควรเหมารวมว่าบริษัทที่จดกับ DBD ทุกแห่งต้องแจ้ง UBO ต่อ AMLO ภายใน 30 วัน
- แสดงโครงสร้างผู้ถือหุ้นและการควบคุมทั้งทางตรงและทางอ้อมตามจริง
- ตรวจว่าบริษัทเป็นผู้มีหน้าที่รายงานประเภทใด ก่อนระบุแบบรายงานหรือกำหนดเวลา
- ไม่ส่งพาสปอร์ต เลขบัญชี หรือประวัติการเงินเกินจำเป็นในข้อความแรก ให้เริ่มจากสรุปกิจกรรมและสัดส่วนหุ้น
- ข้อมูลการเงินเป็นข้อมูลส่วนบุคคลเมื่อระบุตัวบุคคลได้ แต่ไม่เป็นข้อมูลอ่อนไหวตามมาตรา 26 เพียงเพราะเป็นข้อมูลการเงิน; ฐานประมวลผลและการคุ้มครองต้องพิจารณาแยกกัน
6. ภาษี บัญชี และ Work Permit ไม่ได้จบพร้อมการจดบริษัท
หลังจดทะเบียนต้องมีระบบบัญชีและปฏิทินงาน DBD ภาษี ประกันสังคม และ BOI ตามเงื่อนไขจริง การจด VAT การหักภาษี ณ ที่จ่าย ภาษีเงินได้นิติบุคคล และอากรแสตมป์ขึ้นกับประเภทกิจการ รายรับ รายจ่าย และผู้รับเงิน ไม่ใช้ตารางอัตราภาษีแบบย่อเป็นคำตอบของทุกธุรกรรม
บริษัท BOI ไม่ได้ยกเว้นภาษีทุกกำไร ต้องแยกกิจกรรมที่ได้รับส่งเสริมและไม่ได้รับส่งเสริม และตรวจสิทธิภาษีตามบัตรและกฎหมาย ธุรกรรมกับบริษัทแม่หรือบริษัทที่เกี่ยวข้องต้องตรวจราคาโอนและหน้าที่เปิดเผย/จัดทำเอกสารตามข้อเท็จจริง ไม่เหมารวมว่าทุกบริษัทต้องจัดทำ Master File
การถือหุ้นหรือเป็นกรรมการไม่ให้สิทธิทำงานหรือพำนักอัตโนมัติ ตรวจลักษณะหน้าที่ สถานที่ทำงาน ประเภทวีซ่าและเส้นทางใบอนุญาต BOI/Smart Visa/LTR มีคุณสมบัติแยกกัน ไม่รับประกันจำนวนคนหรือระยะอนุมัติจากการจดบริษัท
7. เอกสารจากต่างประเทศ: ขอรายการจากผู้รับก่อนรับรอง
หากผู้ถือหุ้นเป็นบริษัทต่างประเทศ ผู้รับอาจขอหนังสือทะเบียนนิติบุคคล ข้อบังคับ รายชื่อกรรมการ/ผู้ถือหุ้น มติแต่งตั้งผู้แทน และหนังสือมอบอำนาจ แต่ต้องตรวจความใหม่ของเอกสาร ภาษา ตัวจริง และรูปแบบรับรองกับ DBD, BOI หรือธนาคารที่รับเอกสาร ไม่ถือว่าทุกเอกสารต้องรับรองโนตารีเหมือนกัน
HCCH ระบุวันมีผลของ Apostille Convention สำหรับไทยเป็น 28 กุมภาพันธ์ 2027 ณ วันที่ทบทวน 8 ตุลาคม 2026 จึงยังไม่ควรเสนอ Apostille เป็นเส้นทางที่มีผลใช้ระหว่างไทยกับประเทศอื่นแล้ว หลังวันมีผลยังต้องตรวจความสัมพันธ์กับประเทศปลายทาง ขอบเขตเอกสาร และการดำเนินงานของหน่วยงาน
- Article 1 ยกเว้นเอกสารที่จัดทำโดยเจ้าหน้าที่ทูต/กงสุล และเอกสารทางปกครองที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับการค้าหรือศุลกากร
- หนังสือทะเบียนบริษัท มติบริษัท และคำรับรองโนตารีไม่ใช่เอกสารชนิดเดียวกัน ต้องตรวจฉบับที่จะยื่นจริง
- การรับรองยืนยันลายมือชื่อ/ฐานะ/ตราประทับตามขอบเขต ไม่ได้รับรองว่ากิจการหรือใบอนุญาตจะได้รับอนุมัติ
8. ประเมินค่าใช้จ่ายและลำดับงานก่อนตัดสินใจ
เริ่มด้วยสรุปกิจกรรม สัญชาติและสัดส่วนหุ้น ประเทศที่ออกเอกสาร สถานที่ทำงาน และเป้าหมายเริ่มธุรกิจ เพื่อประเมินเส้นทางและขอบเขตงาน ขอใบเสนอราคาแยกงานจดทะเบียน FBL/FBC BOI แปล/รับรอง และบัญชี/วีซ่าที่จำเป็น
ควรแยกค่าบริการ ค่าธรรมเนียมหน่วยงาน และค่าใช้จ่ายบุคคลภายนอก พร้อมระบุสิ่งที่รวม/ไม่รวมและเงื่อนไขกรณีต้องชี้แจงเพิ่มเติม กำหนดเวลาจะประเมินเมื่อข้อมูลครบ ไม่สัญญาว่าจดบริษัทแล้วได้รับ BOI เปิดบัญชี หรือเริ่มทำงานได้ในเวลาตายตัว