ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law logo
Thai Notary Law
Comparisons

รับรองกรมการกงสุล vs รับรองสถานทูต ต่างกันอย่างไร?

MFA legalisation vs destination-embassy legalisation

กรมการกงสุล (MFA)vsสถานทูตปลายทาง

สรุปสั้น (TL;DR)

การรับรองกรมการกงสุลคือการยืนยันว่าลายมือชื่อและตราของเจ้าหน้าที่ไทย (หรือทนาย Notary/ผู้แปล) เป็นของจริง ส่วนการรับรองสถานทูตคือขั้นที่สอง ซึ่งสถานทูตของประเทศปลายทางยืนยันการรับรองของกรมการกงสุลอีกชั้น สำหรับประเทศนอกกลุ่ม Hague ต้องทำครบทั้งสองขั้นตามลำดับ ข้ามขั้นไม่ได้

EN: MFA legalisation confirms that the Thai official's (or notary's/translator's) signature and seal are genuine. Embassy legalisation is the second layer, where the destination country's mission in Thailand endorses the MFA certification. For non-Hague destinations both steps are mandatory and strictly sequential.

เลือกอะไรดี?

ปลายทางเป็นสมาชิก Hague หลัง 28 ก.พ. 2570 — ใช้ Apostille ขั้นเดียว ไม่ต้องเข้าสถานทูต แต่ถ้าปลายทางไม่ใช่สมาชิก (เช่น UAE บางเรื่อง, ซาอุดีอาระเบีย, เวียดนาม, กัมพูชา, ลาว, เมียนมา) ต้องทำกรมการกงสุลก่อน แล้วจึงยื่นสถานทูตปลายทางเสมอ

ตารางเปรียบเทียบ

รายการกรมการกงสุล (MFA)สถานทูตปลายทาง
ผู้รับรองกรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศสถานทูต/สถานกงสุลปลายทาง
ลำดับขั้นขั้นที่ 1ขั้นที่ 2 (หลัง MFA)
สิ่งที่รับรองลายมือชื่อ/ตราเจ้าหน้าที่ไทยลายมือชื่อเจ้าหน้าที่กรมการกงสุล
ต้องแปลก่อนส่วนใหญ่ต้องแปล EN/ภาษาปลายทางตามข้อกำหนดของสถานทูต
เงื่อนไขนัดหมายยื่นตามช่องทางกรมการกงสุลหลายแห่งต้องนัดล่วงหน้า
จำเป็นเมื่อทุกกรณีที่ส่งออกนอกประเทศปลายทางนอก Hague เท่านั้น

คำถามที่พบบ่อย

ยื่นสถานทูตก่อนกรมการกงสุลได้ไหม?

ไม่ได้ สถานทูตรับรองต่อจากลายมือชื่อเจ้าหน้าที่กรมการกงสุล หากยังไม่ผ่าน MFA สถานทูตจะปฏิเสธและต้องเริ่มใหม่ ทำให้เสียเวลาหลายวันโดยไม่จำเป็น

เอกสารภาษาไทยล้วน ยื่นได้เลยไหม?

ตามปกติต้องมีคำแปลที่รับรองแล้วแนบไปด้วย เพราะปลายทางอ่านภาษาไทยไม่ได้ และหลายสถานทูตกำหนดภาษาของคำแปลไว้ชัดเจน

ถ้าไม่อยากเดินเรื่องเอง ทำอย่างไร?

ทีมงานของเราดูแลตั้งแต่ตรวจร่างเอกสาร แปล รับรองทนาย Notary ยื่นกรมการกงสุล จนถึงนัดสถานทูตปลายทาง และแจ้งสถานะทุกขั้นตอน คุณส่งเอกสารครั้งเดียวแล้วรอรับผลได้เลย

บริการที่เกี่ยวข้อง

เปรียบเทียบอื่น ๆ

สำรวจคลังข้อมูลทั้งหมด

เนื้อหาที่จัดกลุ่มไว้ให้ค้นหาง่าย — เลือกตามมุมที่คุณสนใจ

งานรับรองกงสุล/สถานทูตถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไร

คำตอบสั้น: กรณีที่ถูกตีกลับบ่อยคือใช้สำเนาแทนต้นฉบับ คำแปลไม่ตรงชื่อ-สกุลตามหนังสือเดินทาง เอกสารต้นเรื่องออกเกินอายุที่ปลายทางกำหนด และยื่นผิดลำดับหรือผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง แก้ได้โดยขอเอกสารต้นเรื่องใหม่และเดินลำดับรับรองให้ครบชั้น

กรมการกงสุลไม่รับเพราะเป็นสำเนาที่ไม่มีการรับรองจากหน่วยงานผู้ออก

สาเหตุที่แท้จริง
ใช้สำเนาถ่ายเอกสารหรือไฟล์พิมพ์เอง แทนต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรอง
ป้องกันก่อนยื่น
ขอคัดสำเนาที่รับรองจากอำเภอ/สำนักทะเบียน/สถาบันผู้ออกก่อนเสมอ
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดเอกสารใหม่จากหน่วยงานผู้ออก แล้วยื่นรับรองอีกครั้ง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–7 วันทำการ (ประมาณการ) ตามคิวของหน่วยงานผู้ออก

คำแปลสะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง

สาเหตุที่แท้จริง
ผู้แปลถอดเสียงเอง ไม่ได้ยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางหรือทะเบียนราษฎร
ป้องกันก่อนยื่น
ส่งสำเนาหนังสือเดินทางให้ผู้แปลใช้เป็นมาตรฐานการสะกดทุกฉบับในชุด
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
แก้คำแปลให้ตรงและยื่นรับรองคำแปลใหม่ทั้งชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)

สถานทูตปลายทางแจ้งว่าเอกสารเก่าเกินกำหนด

สาเหตุที่แท้จริง
ปลายทางกำหนดอายุเอกสาร (เช่น ออกไม่เกิน 3 หรือ 6 เดือน) แต่ใช้ฉบับที่คัดไว้นาน
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจเงื่อนไขอายุเอกสารของปลายทางก่อนคัดเอกสาร และวางคิวงานให้จบภายในกรอบนั้น
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดเอกสารใหม่และเร่งเดินสายรับรองให้จบภายในอายุที่กำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 5–15 วันทำการ (ประมาณการ) เพราะต้องเริ่มทั้งสายใหม่

ยื่นผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

สาเหตุที่แท้จริง
เอกสารการศึกษา/การแพทย์/ตำรวจ บางประเภทต้องผ่านต้นสังกัดก่อนถึงกรมการกงสุล
ป้องกันก่อนยื่น
ระบุประเภทเอกสารและหน่วยงานผู้ออกให้ชัด แล้วตรวจสายอนุมัติก่อนตั้งเรื่อง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
นำเอกสารไปรับรองจากต้นสังกัดก่อน แล้วยื่นกรมการกงสุลใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางขอ Apostille แต่ได้รับ legalization แบบเดิม (หรือกลับกัน)

สาเหตุที่แท้จริง
ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ช่วงเปลี่ยนผ่านจึงมีความสับสนว่าปลายทางรับแบบใด
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางจาก HCCH และยืนยันกับผู้รับว่ารับ Apostille หรือไม่
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอรับรองในรูปแบบที่ปลายทางระบุ โดยใช้เอกสารต้นเรื่องชุดเดิมหากยังไม่เกินอายุ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–7 วันทำการ (ประมาณการ)

ตราหรือเล่มเอกสารเสียหายระหว่างขนส่ง จึงถูกปฏิเสธ

สาเหตุที่แท้จริง
ถอดลวดเย็บเพื่อสแกน หรือพับทับตราประทับ
ป้องกันก่อนยื่น
ห้ามแกะเล่มหลังรับรอง สแกนโดยไม่ถอดลวด และใช้ซองแข็งในการส่ง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอออกใบรับรองใหม่จากหน่วยงานที่ออกฉบับที่เสียหาย
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

เราตรวจตั้งแต่ต้นทางว่าเอกสารของคุณต้องผ่านกี่ชั้น หน่วยงานใดก่อน-หลัง และอายุเอกสารพอถึงวันยื่นหรือไม่ ถ้าไม่อยากเสี่ยงเดินรอบสอง ให้ทีมเราวางไทม์ไลน์และดำเนินการแทนได้ทั้งสาย

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

เอกสารราชการไทยยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชนต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองก่อน จากนั้นจึงยื่นสถานทูตปลายทาง ลำดับที่ถูกต้องคือ ต้นฉบับ ถูกกฎหมาย แปล รับรองกงสุล และรับรองสถานทูต

ขั้นตอนการทำงาน

  1. จำแนกประเภทเอกสารและกำหนดลำดับชั้น — ภายในวันเดียว
  2. จัดทำคำแปลให้ตรงกับต้นฉบับ — 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)
  3. ยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
  4. ยื่นรับรองที่สถานทูตปลายทาง — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
  5. ตรวจรับและส่งมอบโดยไม่แกะตราครอบ — 1–2 วันทำการ (ประมาณการ)

เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น

  • ต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการและมีลายมือชื่อผู้มีอำนาจ
  • คำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ปลายทางกำหนด
  • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร
  • หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรของผู้รับมอบ หากไม่ได้ยื่นเอง
  • เอกสารที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองแล้ว
  • หนังสือรับรองบริษัทที่ยังอยู่ในกรอบอายุของผู้รับ

ถ้าต้องการให้เอกสารผ่านครบทุกชั้นโดยไม่ต้องเดินเรื่องเอง ทีมที่ปรึกษาของเรารับดูแลตั้งแต่จัดชุดเอกสารจนถึงส่งมอบ ติดต่อสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมล

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา

ทนายความกำลังอธิบายรายละเอียดเอกสารให้ลูกความในห้องประชุมสำนักงานกฎหมาย
ปรึกษาขอบเขตงานและเอกสารที่ต้องเตรียมกับเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29

คำถามที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลบนหน้าเว็บนี้ตรวจทานเมื่อใด
ทุกหน้าแสดงวันที่ตรวจทานล่าสุดไว้ในส่วนแหล่งอ้างอิง เนื่องจากระเบียบของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ
ติดต่ออย่างไรได้เร็วที่สุด
ติดต่อทางโทรศัพท์หรือ LINE ในเวลาทำการเพื่อสอบถามขั้นตอนเบื้องต้น และส่งภาพถ่ายเอกสารที่อ่านได้ชัดมาทางอีเมลหรือ LINE เพื่อให้ประเมินขอบเขตงานได้แม่นยำขึ้น
รับรองนิติกรณ์เอกสารที่กรมการกงสุลคืออะไร
คือการที่กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับของหน่วยงานไทยหรือผู้แปลบนเอกสาร เพื่อให้เอกสารนั้นใช้อ้างอิงกับหน่วยงานต่างประเทศได้
ลำดับขั้นตอนที่ถูกต้องเป็นอย่างไร
ลำดับมาตรฐานคือ ต้นฉบับจากหน่วยงานราชการ → แปล/รับรองคำแปล → รับรองนิติกรณ์ที่กรมการกงสุล → รับรองที่สถานทูตประเทศปลายทาง การข้ามขั้นตอนมักทำให้ถูกปฏิเสธ

บริการที่เกี่ยวข้อง

ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล