ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law logo
Thai Notary Law

Servicios en español

Apostilla de La Haya en Tailandia — vigente desde dic 2025

Apostilla MFA en 3–7 días con traducción jurada al español incluida.

16,168+
ลูกค้าที่ไว้ใจ
6
ทนาย Notary
4
สาขาทั่วประเทศ
50+77
เขต กทม. / จังหวัด
60+
สัญชาติลูกค้า
≤ 3 นาที
ตอบ LINE

Apostilla de La Haya en Tailandia — vigente desde el 25 dic 2025

Tailandia se adhirió al Convenio de La Haya de 1961 y emite apostilla desde el 25 de diciembre de 2025. España y todos los países hispanohablantes (excepto Cuba) son miembros, por lo que ya no hace falta legalización consular para documentos tailandeses con destino España o LatAm.

Nuestro bufete realiza la cadena interna y la presentación ante el MFA en 3–7 días hábiles, con traducción jurada al español incluida.

Marco

Convenio HCCH 1961, en vigor para Tailandia desde el 25 dic 2025.

Autoridad competente: Department of Consular Affairs (MFA) en Chaeng Wattana.

122 países miembros, incluidos España, México, Argentina, Chile, Perú, Colombia, Uruguay, Ecuador, Panamá, Paraguay, Rep. Dominicana, Venezuela, Costa Rica, Honduras, Guatemala, El Salvador, Nicaragua.

Cadena con apostilla

Una sola validación: la apostilla del MFA tailandés.

  • Notarización del original (si es privado)
  • Traducción jurada al inglés (idioma trabajo MFA)
  • Presentación en MFA Chaeng Wattana
  • Apostilla emitida en 3–7 días
  • Traducción jurada al español del país receptor
  • DHL internacional

Servicios

Cadena íntegra dentro del bufete.

  • Notarización previa
  • Traducción jurada TH↔EN↔ES
  • Presentación MFA express
  • Verificación QR de la apostilla
  • Inscripción consular ES / LatAm
  • DHL certificado
  • Asesoría sobre uso final

Flujo

Plazo 3–7 días.

  1. Revisión documental
  2. Notarización
  3. Traducción jurada
  4. Presentación MFA
  5. Recogida apostilla
  6. Envío internacional

Usos habituales

Españoles para empadronamiento, herencias y nacionalidad. LatAm para visados, trabajo y reconocimiento de títulos.

  • España
  • México
  • Argentina
  • Chile
  • Perú
  • Colombia
  • Uruguay
  • Ecuador
  • Panamá
  • Rep. Dominicana

Antes vs ahora

Antes (hasta dic 2025): notario + MFA + consulado = 3–6 semanas y dos tasas.

Ahora: notario + MFA con apostilla = 3–7 días y una sola tasa.

Honorarios

Honorario fijo, tasa oficial 400 THB.

  • Apostilla básica — สอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล + tasa
  • Pack 5 docs — สอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล
  • Traducción jurada — 1 200 THB/página
  • Express 24 h — +3 500 THB
  • DHL — al coste

Errores frecuentes

  • Pedir apostilla a documentos no notarizados
  • Olvidar traducción al español tras apostillar
  • Aplicar apostilla a documento no público
  • Mezclar apostilla saliente con legalización entrante

Preguntas frecuentes

¿Vale apostilla TH en España?

Sí, desde el 25 dic 2025, traducción jurada aparte.

¿Y para Cuba?

Cuba no está en HCCH; se mantiene la legalización consular.

¿Plazo MFA?

3–7 días ordinario; 24 h express con sobrecoste.

¿Acta del Amphur necesita notario antes?

No, es documento público; va directo a MFA.

¿Apostilla es eterna?

Sí; algunos receptores exigen ≤6 meses.

¿Se verifica online?

Sí, vía QR del MFA y portal HCCH e-Register.

Apostille express por LINE

Envíe escaneo y país receptor; recibirá plan y honorario en 1 día.

แหล่งอ้างอิง / Authority References

Otros servicios destacados

Servicios especializados que también podría necesitar

Presupuesto fijo por escrito

Envíe por LINE y respondemos en 1 día hábil.

คู่มือปฏิบัติ: Apostille และการเตรียมตัวก่อน 28 กุมภาพันธ์ 2570

คำตอบสั้น: Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง

รายการเอกสารที่ต้องเตรียม

เอกสารส่วนบุคคล

  • ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน
  • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร
  • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ

เอกสารองค์กร

  • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
  • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน
  • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ

เอกสารที่ออกจากต่างประเทศ

  • ต้นฉบับที่มี Apostille จากประเทศผู้ออกแล้ว
  • คำแปลภาษาไทยสำหรับใช้ในราชการไทย
  • หลักฐานความเชื่อมโยงของชื่อ หากสะกดต่างจากเอกสารไทย

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1. ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง

    ตรวจตารางสถานะของ HCCH ว่าประเทศผู้รับเป็นภาคีหรือไม่ และมีการคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของอีกฝ่ายหรือไม่

    ภายในวันเดียว

  2. 2. เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา

    หากต้องใช้เอกสารก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ให้วางแผนแบบลูกโซ่ หากใช้หลังจากนั้นและปลายทางเป็นภาคี จึงวางแผนแบบ Apostille

    ภายในวันเดียว

  3. 3. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง

    ขอต้นฉบับใหม่หากฉบับเดิมเก่าเกินกรอบอายุของผู้รับ และจัดทำคำแปลที่ตรงกับต้นฉบับทุกจุด

    2–5 วันทำการ (ประมาณการ)

  4. 4. ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก

    ยื่นที่หน่วยงานผู้มีอำนาจตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในขั้นก่อนหน้า และเก็บหลักฐานการยื่นทุกใบ

    3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

  5. 5. ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล

    ตรวจเลขที่ใบรับรอง วันที่ และหน่วยงานผู้ออก แล้วเก็บสำเนาดิจิทัลไว้อ้างอิงกรณีผู้รับขอตรวจสอบย้อนกลับ

    1 วันทำการ (ประมาณการ)

ข้อควรระวัง

  • เข้าใจผิดว่า Apostille ใช้ได้กับไทยแล้วในขณะนี้ ทำให้วางแผนเวลาผิดพลาด
  • ประเทศภาคีบางคู่มีข้อคัดค้านระหว่างกัน ทำให้ต้องกลับไปใช้การรับรองแบบลูกโซ่
  • Apostille รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับ ไม่ได้รับรองเนื้อหาในเอกสาร
  • คำแปลที่จัดทำหลังออก Apostille อาจต้องรับรองเพิ่มในประเทศปลายทาง

Apostille กับการรับรองแบบลูกโซ่

หัวข้อเปรียบเทียบApostilleรับรองแบบลูกโซ่
จำนวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหน่วยงานผู้มีอำนาจแห่งเดียวกงสุลของประเทศต้นทางและสถานทูตปลายทาง
ขอบเขตการใช้งานเฉพาะระหว่างประเทศภาคีที่ไม่มีข้อคัดค้านระหว่างกันใช้ได้กับทุกประเทศตามระเบียบของสถานทูตนั้น
สิ่งที่รับรองลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราประทับของผู้ออกเอกสารลายมือชื่อในแต่ละชั้นตามลำดับ
การวางแผนเวลาสั้นลง แต่ยังขึ้นกับคิวของหน่วยงานผู้มีอำนาจต้องเผื่อคิวของสถานทูตปลายทางเพิ่ม

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับทำ

  • ประเมินว่าเอกสารของคุณควรใช้เส้นทางใดตามวันใช้งานจริง
  • วางแผนล่วงหน้าสำหรับองค์กรที่มีเอกสารจำนวนมากในช่วงเปลี่ยนผ่าน
  • ตรวจสอบสถานะภาคีและข้อคัดค้านของคู่ประเทศให้ก่อนเริ่มงาน
  • ให้คำแนะนำเรื่องอายุเอกสารและรอบการต่ออายุเอกสารองค์กร

ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ

ระยะเวลาทั้งหมดเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ทีมที่ปรึกษาเอกสารและการรับรอง ประสบการณ์ 15 ปีขึ้นไป

เราให้คำปรึกษาตลอดงาน ไม่ใช่รับทำแล้วจบ

ก่อนเริ่มงานเราอ่านเอกสารของคุณจริงและตรวจว่าเส้นทางการรับรองที่เลือกตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ ระหว่างงานเราแจ้งสถานะเป็นระยะ และหลังงานเสร็จเรายังตอบคำถามเรื่องการยื่นต่อให้

ก่อนเริ่ม — ประเมินความเสี่ยงเอกสาร

  • ตรวจชื่อ-สกุล วันเดือนปี และเลขเอกสารให้ตรงกันทุกฉบับ
  • ยืนยันว่าหน่วยงานปลายทางต้องการต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือไฟล์ดิจิทัล
  • แจ้งล่วงหน้าหากเอกสารต้องออกใหม่หรือคัดสำเนาก่อน

ระหว่างงาน — เดินเรื่องและรายงานสถานะ

  • แจ้งลำดับขั้นที่กำลังดำเนินการและกรอบเวลาโดยประมาณเป็นวันทำการ
  • ประสานงานแก้ไขทันทีเมื่อหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
  • สรุปค่าใช้จ่ายของหน่วยงานให้ทราบก่อนดำเนินการทุกครั้ง

หลังงานเสร็จ — ดูแลต่อจนใช้งานได้จริง

  • อธิบายวิธียื่นเอกสารต่อกับหน่วยงานหรือสถานทูตปลายทาง
  • เก็บสำเนางานไว้ให้ ขอชุดเพิ่มภายหลังได้
  • ตอบคำถามเพิ่มเติมเมื่อปลายทางขอเอกสารประกอบ

เราจัดทำเอกสารตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง การพิจารณาอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานนั้นเสมอ

ส่งไฟล์เอกสารให้เราตรวจเบื้องต้นทาง LINE เพื่อรับคำแนะนำเส้นทางการรับรองและใบเสนอราคา

Apostille และการรับรองข้ามประเทศ

คำแนะนำก่อนดำเนินการ

  • แยกให้ชัดว่าเอกสารเดินทาง “ออกจากไทย” หรือ “เข้าสู่ไทย” เพราะสองทิศทางใช้เส้นทางรับรองคนละแบบ
  • เอกสารต่างประเทศที่มี Apostille แล้ว เมื่อนำมาใช้ในไทยยังต้องแปลเป็นไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย
  • ตรวจว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาหรือไม่ ก่อนวางแผนขั้นตอนทั้งหมด
  • เก็บสำเนาสีของ Apostille ไว้ เพราะบางหน่วยงานขอดูคู่กับต้นฉบับ
  • ถ้าเอกสารมีหลายฉบับ ให้ตรวจว่าปลายทางต้องการ Apostille แยกรายฉบับหรือรับแบบชุดเดียว

ข้อควรระวังที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ

  • เข้าใจว่าไทยออก Apostille ได้แล้วในวันนี้ — อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนหน้านั้นยังใช้สายงานกงสุล–สถานทูต
  • คิดว่า Apostille ทดแทนการแปลได้ ทั้งที่เป็นการรับรองที่มาของลายมือชื่อและตราเท่านั้น
  • ขอ Apostille จากหน่วยงานที่ไม่ใช่ผู้มีอำนาจออก (Competent Authority) ของประเทศนั้น
  • เย็บเล่มหรือแยกแผ่น Apostille ออกจากเอกสารหลัก ทำให้ปลายทางปฏิเสธ
  • ยื่นเอกสารที่ถ่ายสำเนาหลังติด Apostille แล้ว โดยไม่ได้นำต้นฉบับไปแสดง

เตรียมให้พร้อมก่อนเริ่ม

  1. ระบุประเทศปลายทางและสถานะภาคีอนุสัญญาให้ชัด
  2. ต้นฉบับเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ
  3. ข้อกำหนดเรื่องภาษาของคำแปลจากหน่วยงานที่จะรับเอกสาร

ข้อมูลที่ผันแปร — ควรตรวจสอบก่อนทุกครั้ง

รายชื่อภาคีอนุสัญญาและวันมีผลบังคับใช้เปลี่ยนแปลงได้ตลอด รวมถึงกรณีมีรัฐคัดค้านการเข้าเป็นภาคี
วิธีตรวจสอบ: ตรวจตารางสถานะภาคีของ HCCH ในวันที่วางแผนดำเนินการ
หน่วยงานผู้มีอำนาจออก Apostille ต่างกันในแต่ละประเทศ บางแห่งเป็นกระทรวงการต่างประเทศ บางแห่งเป็นศาลหรือมลรัฐ
วิธีตรวจสอบ: ดูรายชื่อ Competent Authority ของประเทศนั้นในเว็บไซต์ HCCH

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยรายกรณี เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ

แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-04

คำขอ Apostille ถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไร

คำตอบสั้น: ปัญหาหลักคือขอ Apostille กับเอกสารที่ยังไม่ใช่ “เอกสารมหาชน” ในความหมายของอนุสัญญา ปลายทางไม่ได้เป็นภาคี และเข้าใจวันมีผลบังคับใช้ของไทยคลาดเคลื่อน (28 กุมภาพันธ์ 2570) แก้ได้โดยแปลงเอกสารให้เข้าเงื่อนไขก่อน แล้วเลือกเส้นทางรับรองให้ตรงกับสถานะภาคีของปลายทาง

เอกสารเอกชนถูกปฏิเสธเพราะไม่เข้าข่ายเอกสารมหาชน

สาเหตุที่แท้จริง
สัญญา จดหมาย หรือหนังสือมอบอำนาจของเอกชนยังไม่มีการรับรองโดยเจ้าพนักงานที่อนุสัญญายอมรับ
ป้องกันก่อนยื่น
ให้ทนาย Notarial Services Attorney ทำคำรับรองก่อน เพื่อยกระดับเป็นเอกสารที่รับรองได้
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ทำคำรับรองลายมือชื่อ/สำเนาถูกต้อง แล้วยื่นขอรับรองใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางไม่รับ Apostille เพราะไม่ได้เป็นภาคี

สาเหตุที่แท้จริง
เลือกเส้นทางจากคำแนะนำทั่วไป ไม่ได้ตรวจสถานะภาคีจริงของประเทศผู้รับ
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจ status table ของ HCCH ก่อนตัดสินใจ และยืนยันกับผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
เปลี่ยนเป็นเส้นทางรับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับไทย

สาเหตุที่แท้จริง
เข้าใจว่าวันเข้าเป็นภาคีคือวันที่ใช้ได้ทันที
ป้องกันก่อนยื่น
วางแผนงานโดยยึดวันมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 และเตรียมเส้นทางสำรองไว้
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ใช้เส้นทางรับรองเดิมไปก่อนหากกำหนดยื่นเร่งด่วน
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางแจ้งว่าคำแปลไม่ได้ถูกคลุมด้วยใบรับรอง

สาเหตุที่แท้จริง
รับรองเฉพาะต้นฉบับ แต่แนบคำแปลที่ไม่ได้อยู่ในชุดที่รับรอง
ป้องกันก่อนยื่น
ยืนยันกับผู้รับว่าต้องรับรองต้นฉบับ คำแปล หรือทั้งสองอย่าง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ผูกคำแปลเข้าชุดและขอรับรองเพิ่มตามที่ปลายทางกำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)

ผู้รับต้องการไฟล์ที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ แต่ได้รับกระดาษ (หรือกลับกัน)

สาเหตุที่แท้จริง
ไม่ได้ระบุรูปแบบผลลัพธ์ตั้งแต่ต้น ระหว่างฉบับกระดาษกับ e-Apostille
ป้องกันก่อนยื่น
ถามผู้รับว่าต้องยื่นแบบอัปโหลด แบบกระดาษ หรือส่งไปรษณีย์
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอออกในรูปแบบที่ตรงกับช่องทางการยื่นของผู้รับ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–5 วันทำการ (ประมาณการ)

ต้องใช้หลายประเทศแต่มีใบรับรองใบเดียว

สาเหตุที่แท้จริง
ยื่นต้นฉบับเดียวโดยไม่ได้คัดชุดสำรองสำหรับปลายทางอื่น
ป้องกันก่อนยื่น
คัดเอกสารต้นเรื่องหลายชุดตั้งแต่แรกเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายประเทศ
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดชุดใหม่และเดินรับรองเพิ่มต่อชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 5–12 วันทำการ (ประมาณการ) ต่อชุด

ก่อนยื่นทุกครั้ง เราตรวจให้ว่าเอกสารของคุณเข้าเงื่อนไขเอกสารมหาชนหรือยัง ปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และควรใช้เส้นทางใดในช่วงเปลี่ยนผ่าน — ปรึกษาทีมเราก่อนเสียเวลาเดินเอง

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง — ภายในวันเดียว
  2. เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา — ภายในวันเดียว
  3. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
  4. ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
  5. ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล — 1 วันทำการ (ประมาณการ)

เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น

  • ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน
  • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร
  • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ
  • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
  • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน
  • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ

ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา

ทนายความกำลังอธิบายรายละเอียดเอกสารให้ลูกความในห้องประชุมสำนักงานกฎหมาย
ปรึกษาขอบเขตงานและเอกสารที่ต้องเตรียมกับเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29

คำถามที่เกี่ยวข้อง

ทำไมเว็บไซต์ไม่แสดงค่าบริการ
เพราะขอบเขตงานต่างกันมากตามจำนวนเอกสาร ภาษา และขั้นตอนกงสุลที่เกี่ยวข้อง เราจึงประเมินตามงานจริงและแจ้งรายละเอียดผ่านโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ให้บริการนอกกรุงเทพฯ หรือไม่
รองรับลูกค้าทั่วประเทศและลูกค้าต่างประเทศ โดยรับเอกสารทางไปรษณีย์หรือขนส่งเอกชน และนัดหมายลงนามล่วงหน้าเมื่อจำเป็นต้องแสดงตน
ข้อมูลส่วนบุคคลในเอกสารถูกจัดการอย่างไร
เอกสารถูกใช้เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ที่ลูกค้าแจ้งไว้ จัดเก็บตามระยะเวลาที่จำเป็นตามหน้าที่ทางวิชาชีพและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และไม่เปิดเผยต่อบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอม
ข้อมูลบนหน้าเว็บนี้ตรวจทานเมื่อใด
ทุกหน้าแสดงวันที่ตรวจทานล่าสุดไว้ในส่วนแหล่งอ้างอิง เนื่องจากระเบียบของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ

บริการที่เกี่ยวข้อง

ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล