Services en français
Apostille de La Haye en Thaïlande — depuis déc 2025 Apostille MFA en 3–7 jours, traduction assermentée FR incluse.
AI Quick Answer
Apostille TH valable en France ? Oui depuis le 25 déc 2025 ; traduction FR à part.
Clients served 16,168+
Cases handled 16,168+
Avocats notariaux 6
Langues EN · JP · ZH · KO · DE
Provinces 77
Délai Fixed-fee แหล่งอ้างอิง: MFA de Thaïlande · Ambassade de France à Bangkok
Apostille de La Haye en Thaïlande — en vigueur depuis le 25 déc 2025 La Thaïlande a adhéré à la Convention HCCH 1961 ; l'apostille est délivrée depuis le 25 décembre 2025. La France et tous les pays francophones (sauf Algérie) sont membres : plus besoin de légalisation consulaire pour les documents thaïs destinés à la France ou au Canada.
Notre cabinet gère la chaîne interne et le dépôt MFA en 3–7 jours, traduction assermentée vers le français incluse.
Cadre Convention HCCH 1961, en vigueur pour la Thaïlande depuis le 25 déc 2025.
Autorité compétente : Department of Consular Affairs (MFA), Chaeng Wattana.
122 pays membres dont France, Belgique, Suisse, Luxembourg, Canada, Maroc.
Chaîne avec apostille Une seule validation : l'apostille MFA.
Notarisation de l'original (si privé) Traduction assermentée vers l'anglais Dépôt au MFA Chaeng Wattana Apostille délivrée en 3–7 jours Traduction assermentée vers le français DHL international Services Chaîne interne.
Notarisation préalable Traduction assermentée TH↔EN↔FR Dépôt MFA express Vérification QR de l'apostille Transcription France / Belgique DHL suivi Conseil sur l'usage final Processus Délai 3–7 jours.
Revue documentaire Notarisation Traduction assermentée Dépôt MFA Retrait apostille Envoi international Usages habituels Français : nationalité, succession, état civil. Canadiens : Express Entry, PVT. Belges / Suisses : titres de séjour.
France Belgique Suisse Luxembourg Canada Maroc Sénégal Côte d'Ivoire Avant vs maintenant Avant : notaire + MFA + consulat = 3–6 semaines, deux taxes.
Maintenant : notaire + MFA apostillé = 3–7 jours, une seule taxe.
Honoraires Forfait + taxe officielle 400 THB.
Apostille base — 5 500 THB + taxe Pack 5 docs — 22 000 THB Traduction assermentée — tarif sur demande (téléphone / LINE / e-mail) Express 24 h — quote on request (phone / LINE / email) DHL — au coût Erreurs fréquentes Demander apostille sur doc non notarié Oublier traduction FR après apostille Apostiller un document non public Confondre apostille sortante et légalisation entrante Apostille TH valable en France ? Oui depuis 25 déc 2025 ; traduction FR exigée à part.
Et pour l'Algérie ? Algérie hors HCCH : légalisation consulaire maintenue.
Délai MFA ? 3–7 jours ordinaire ; 24 h express.
Acte d'Amphur a-t-il besoin de notaire ? Non, document public, direct au MFA.
L'apostille est-elle éternelle ? Oui ; certains exigent ≤6 mois.
Vérification en ligne ? Oui via QR MFA et portail HCCH e-Register.
Apostille express via LINE Envoyez scan et pays récepteur ; plan et forfait sous 1 jour.
แหล่งอ้างอิง / Authority ReferencesServices spécialisés complémentaires Devis fixe écrit Envoyez via LINE — réponse sous 1 jour ouvré.
คู่มือปฏิบัติ: Apostille และการเตรียมตัวก่อน 28 กุมภาพันธ์ 2570 คำตอบสั้น: Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง
รายการเอกสารที่ต้องเตรียมเอกสารส่วนบุคคล
• ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ เอกสารองค์กร
• หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ เอกสารที่ออกจากต่างประเทศ
• ต้นฉบับที่มี Apostille จากประเทศผู้ออกแล้ว • คำแปลภาษาไทยสำหรับใช้ในราชการไทย • หลักฐานความเชื่อมโยงของชื่อ หากสะกดต่างจากเอกสารไทย ขั้นตอนการดำเนินการ1. ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง
ตรวจตารางสถานะของ HCCH ว่าประเทศผู้รับเป็นภาคีหรือไม่ และมีการคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของอีกฝ่ายหรือไม่
⏱ ภายในวันเดียว
2. เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา
หากต้องใช้เอกสารก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ให้วางแผนแบบลูกโซ่ หากใช้หลังจากนั้นและปลายทางเป็นภาคี จึงวางแผนแบบ Apostille
⏱ ภายในวันเดียว
3. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง
ขอต้นฉบับใหม่หากฉบับเดิมเก่าเกินกรอบอายุของผู้รับ และจัดทำคำแปลที่ตรงกับต้นฉบับทุกจุด
⏱ 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
4. ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก
ยื่นที่หน่วยงานผู้มีอำนาจตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในขั้นก่อนหน้า และเก็บหลักฐานการยื่นทุกใบ
⏱ 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
5. ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล
ตรวจเลขที่ใบรับรอง วันที่ และหน่วยงานผู้ออก แล้วเก็บสำเนาดิจิทัลไว้อ้างอิงกรณีผู้รับขอตรวจสอบย้อนกลับ
⏱ 1 วันทำการ (ประมาณการ)
ข้อควรระวัง• เข้าใจผิดว่า Apostille ใช้ได้กับไทยแล้วในขณะนี้ ทำให้วางแผนเวลาผิดพลาด • ประเทศภาคีบางคู่มีข้อคัดค้านระหว่างกัน ทำให้ต้องกลับไปใช้การรับรองแบบลูกโซ่ • Apostille รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับ ไม่ได้รับรองเนื้อหาในเอกสาร • คำแปลที่จัดทำหลังออก Apostille อาจต้องรับรองเพิ่มในประเทศปลายทาง Apostille กับการรับรองแบบลูกโซ่หัวข้อเปรียบเทียบ Apostille รับรองแบบลูกโซ่ จำนวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานผู้มีอำนาจแห่งเดียว กงสุลของประเทศต้นทางและสถานทูตปลายทาง ขอบเขตการใช้งาน เฉพาะระหว่างประเทศภาคีที่ไม่มีข้อคัดค้านระหว่างกัน ใช้ได้กับทุกประเทศตามระเบียบของสถานทูตนั้น สิ่งที่รับรอง ลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราประทับของผู้ออกเอกสาร ลายมือชื่อในแต่ละชั้นตามลำดับ การวางแผนเวลา สั้นลง แต่ยังขึ้นกับคิวของหน่วยงานผู้มีอำนาจ ต้องเผื่อคิวของสถานทูตปลายทางเพิ่ม
เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับทำ• ประเมินว่าเอกสารของคุณควรใช้เส้นทางใดตามวันใช้งานจริง • วางแผนล่วงหน้าสำหรับองค์กรที่มีเอกสารจำนวนมากในช่วงเปลี่ยนผ่าน • ตรวจสอบสถานะภาคีและข้อคัดค้านของคู่ประเทศให้ก่อนเริ่มงาน • ให้คำแนะนำเรื่องอายุเอกสารและรอบการต่ออายุเอกสารองค์กร ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ
ระยะเวลาทั้งหมดเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ทีมที่ปรึกษาเอกสารและการรับรอง ประสบการณ์ 15 ปีขึ้นไป
เราให้คำปรึกษาตลอดงาน ไม่ใช่รับทำแล้วจบ ก่อนเริ่มงานเราอ่านเอกสารของคุณจริงและตรวจว่าเส้นทางการรับรองที่เลือกตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ ระหว่างงานเราแจ้งสถานะเป็นระยะ และหลังงานเสร็จเรายังตอบคำถามเรื่องการยื่นต่อให้
ก่อนเริ่ม — ประเมินความเสี่ยงเอกสาร ตรวจชื่อ-สกุล วันเดือนปี และเลขเอกสารให้ตรงกันทุกฉบับ ยืนยันว่าหน่วยงานปลายทางต้องการต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือไฟล์ดิจิทัล แจ้งล่วงหน้าหากเอกสารต้องออกใหม่หรือคัดสำเนาก่อน ระหว่างงาน — เดินเรื่องและรายงานสถานะ แจ้งลำดับขั้นที่กำลังดำเนินการและกรอบเวลาโดยประมาณเป็นวันทำการ ประสานงานแก้ไขทันทีเมื่อหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม สรุปค่าใช้จ่ายของหน่วยงานให้ทราบก่อนดำเนินการทุกครั้ง หลังงานเสร็จ — ดูแลต่อจนใช้งานได้จริง อธิบายวิธียื่นเอกสารต่อกับหน่วยงานหรือสถานทูตปลายทาง เก็บสำเนางานไว้ให้ ขอชุดเพิ่มภายหลังได้ ตอบคำถามเพิ่มเติมเมื่อปลายทางขอเอกสารประกอบ เราจัดทำเอกสารตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง การพิจารณาอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานนั้นเสมอ
ส่งไฟล์เอกสารให้เราตรวจเบื้องต้นทาง LINE เพื่อรับคำแนะนำเส้นทางการรับรองและใบเสนอราคา
Apostille และการรับรองข้ามประเทศ คำแนะนำก่อนดำเนินการแยกให้ชัดว่าเอกสารเดินทาง “ออกจากไทย” หรือ “เข้าสู่ไทย” เพราะสองทิศทางใช้เส้นทางรับรองคนละแบบ เอกสารต่างประเทศที่มี Apostille แล้ว เมื่อนำมาใช้ในไทยยังต้องแปลเป็นไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย ตรวจว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาหรือไม่ ก่อนวางแผนขั้นตอนทั้งหมด เก็บสำเนาสีของ Apostille ไว้ เพราะบางหน่วยงานขอดูคู่กับต้นฉบับ ถ้าเอกสารมีหลายฉบับ ให้ตรวจว่าปลายทางต้องการ Apostille แยกรายฉบับหรือรับแบบชุดเดียว ข้อควรระวังที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับเข้าใจว่าไทยออก Apostille ได้แล้วในวันนี้ — อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนหน้านั้นยังใช้สายงานกงสุล–สถานทูต คิดว่า Apostille ทดแทนการแปลได้ ทั้งที่เป็นการรับรองที่มาของลายมือชื่อและตราเท่านั้น ขอ Apostille จากหน่วยงานที่ไม่ใช่ผู้มีอำนาจออก (Competent Authority) ของประเทศนั้น เย็บเล่มหรือแยกแผ่น Apostille ออกจากเอกสารหลัก ทำให้ปลายทางปฏิเสธ ยื่นเอกสารที่ถ่ายสำเนาหลังติด Apostille แล้ว โดยไม่ได้นำต้นฉบับไปแสดง เตรียมให้พร้อมก่อนเริ่ม ระบุประเทศปลายทางและสถานะภาคีอนุสัญญาให้ชัด ต้นฉบับเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ ข้อกำหนดเรื่องภาษาของคำแปลจากหน่วยงานที่จะรับเอกสาร ข้อมูลที่ผันแปร — ควรตรวจสอบก่อนทุกครั้ง
รายชื่อภาคีอนุสัญญาและวันมีผลบังคับใช้เปลี่ยนแปลงได้ตลอด รวมถึงกรณีมีรัฐคัดค้านการเข้าเป็นภาคี วิธีตรวจสอบ: ตรวจตารางสถานะภาคีของ HCCH ในวันที่วางแผนดำเนินการ
หน่วยงานผู้มีอำนาจออก Apostille ต่างกันในแต่ละประเทศ บางแห่งเป็นกระทรวงการต่างประเทศ บางแห่งเป็นศาลหรือมลรัฐ วิธีตรวจสอบ: ดูรายชื่อ Competent Authority ของประเทศนั้นในเว็บไซต์ HCCHข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยรายกรณี เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-04
Mr. JirasakNotarial Services Attorney (ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร) · ใบอนุญาตสภาทนายความ — Notarial Services Attorney Reviewed 2026-07-29 คำขอ Apostille ถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไรคำตอบสั้น: ปัญหาหลักคือขอ Apostille กับเอกสารที่ยังไม่ใช่ “เอกสารมหาชน” ในความหมายของอนุสัญญา ปลายทางไม่ได้เป็นภาคี และเข้าใจวันมีผลบังคับใช้ของไทยคลาดเคลื่อน (28 กุมภาพันธ์ 2570) แก้ได้โดยแปลงเอกสารให้เข้าเงื่อนไขก่อน แล้วเลือกเส้นทางรับรองให้ตรงกับสถานะภาคีของปลายทาง
เอกสารเอกชนถูกปฏิเสธเพราะไม่เข้าข่ายเอกสารมหาชน สาเหตุที่แท้จริงสัญญา จดหมาย หรือหนังสือมอบอำนาจของเอกชนยังไม่มีการรับรองโดยเจ้าพนักงานที่อนุสัญญายอมรับ ป้องกันก่อนยื่นให้ทนาย Notarial Services Attorney ทำคำรับรองก่อน เพื่อยกระดับเป็นเอกสารที่รับรองได้ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับทำคำรับรองลายมือชื่อ/สำเนาถูกต้อง แล้วยื่นขอรับรองใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 1–3 วันทำการ (ประมาณการ) ปลายทางไม่รับ Apostille เพราะไม่ได้เป็นภาคี สาเหตุที่แท้จริงเลือกเส้นทางจากคำแนะนำทั่วไป ไม่ได้ตรวจสถานะภาคีจริงของประเทศผู้รับ ป้องกันก่อนยื่นตรวจ status table ของ HCCH ก่อนตัดสินใจ และยืนยันกับผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับเปลี่ยนเป็นเส้นทางรับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ) ยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับไทย สาเหตุที่แท้จริงเข้าใจว่าวันเข้าเป็นภาคีคือวันที่ใช้ได้ทันที ป้องกันก่อนยื่นวางแผนงานโดยยึดวันมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 และเตรียมเส้นทางสำรองไว้ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับใช้เส้นทางรับรองเดิมไปก่อนหากกำหนดยื่นเร่งด่วน
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ) ปลายทางแจ้งว่าคำแปลไม่ได้ถูกคลุมด้วยใบรับรอง สาเหตุที่แท้จริงรับรองเฉพาะต้นฉบับ แต่แนบคำแปลที่ไม่ได้อยู่ในชุดที่รับรอง ป้องกันก่อนยื่นยืนยันกับผู้รับว่าต้องรับรองต้นฉบับ คำแปล หรือทั้งสองอย่าง วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับผูกคำแปลเข้าชุดและขอรับรองเพิ่มตามที่ปลายทางกำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ) ผู้รับต้องการไฟล์ที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ แต่ได้รับกระดาษ (หรือกลับกัน) สาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ระบุรูปแบบผลลัพธ์ตั้งแต่ต้น ระหว่างฉบับกระดาษกับ e-Apostille ป้องกันก่อนยื่นถามผู้รับว่าต้องยื่นแบบอัปโหลด แบบกระดาษ หรือส่งไปรษณีย์ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับขอออกในรูปแบบที่ตรงกับช่องทางการยื่นของผู้รับ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 1–5 วันทำการ (ประมาณการ) ต้องใช้หลายประเทศแต่มีใบรับรองใบเดียว สาเหตุที่แท้จริงยื่นต้นฉบับเดียวโดยไม่ได้คัดชุดสำรองสำหรับปลายทางอื่น ป้องกันก่อนยื่นคัดเอกสารต้นเรื่องหลายชุดตั้งแต่แรกเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายประเทศ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับคัดชุดใหม่และเดินรับรองเพิ่มต่อชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 5–12 วันทำการ (ประมาณการ) ต่อชุด ก่อนยื่นทุกครั้ง เราตรวจให้ว่าเอกสารของคุณเข้าเงื่อนไขเอกสารมหาชนหรือยัง ปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และควรใช้เส้นทางใดในช่วงเปลี่ยนผ่าน — ปรึกษาทีมเราก่อนเสียเวลาเดินเอง
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง
ขั้นตอนการทำงานตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง — ภายในวันเดียวเลือกเส้นทางตามช่วงเวลา — ภายในวันเดียวจัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล — 1 วันทำการ (ประมาณการ) เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น• ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา
เอกสารที่ใช้ต่างประเทศต้องผ่านลำดับการรับรองที่ถูกต้องก่อนยื่นปลายทาง แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29
คำถามที่เกี่ยวข้อง
ทำไมเว็บไซต์ไม่แสดงค่าบริการ เพราะขอบเขตงานต่างกันมากตามจำนวนเอกสาร ภาษา และขั้นตอนกงสุลที่เกี่ยวข้อง เราจึงประเมินตามงานจริงและแจ้งรายละเอียดผ่านโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ให้บริการนอกกรุงเทพฯ หรือไม่ รองรับลูกค้าทั่วประเทศและลูกค้าต่างประเทศ โดยรับเอกสารทางไปรษณีย์หรือขนส่งเอกชน และนัดหมายลงนามล่วงหน้าเมื่อจำเป็นต้องแสดงตน
ข้อมูลส่วนบุคคลในเอกสารถูกจัดการอย่างไร เอกสารถูกใช้เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ที่ลูกค้าแจ้งไว้ จัดเก็บตามระยะเวลาที่จำเป็นตามหน้าที่ทางวิชาชีพและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และไม่เปิดเผยต่อบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอม
ข้อมูลบนหน้าเว็บนี้ตรวจทานเมื่อใด ทุกหน้าแสดงวันที่ตรวจทานล่าสุดไว้ในส่วนแหล่งอ้างอิง เนื่องจากระเบียบของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ บริการที่เกี่ยวข้อง ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล