ก่อนเริ่ม — ประเมินความเสี่ยงเอกสาร
- ตรวจชื่อ-สกุล วันเดือนปี และเลขเอกสารให้ตรงกันทุกฉบับ
- ยืนยันว่าหน่วยงานปลายทางต้องการต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือไฟล์ดิจิทัล
- แจ้งล่วงหน้าหากเอกสารต้องออกใหม่หรือคัดสำเนาก่อน
Deutschsprachige Dienste
Thailand tritt am 25.12.2025 dem Haager Übereinkommen bei — eine einzige Apostille genügt für Deutschland und 122 Vertragsstaaten.
Mit Beitritt Thailands zum Haager Übereinkommen vom 5. Oktober 1961 reicht ab dem 25. Dezember 2025 für thailändische öffentliche Urkunden in Deutschland und allen anderen Vertragsstaaten eine einzige Apostille.
Unsere Kanzlei hat Workflows bereits mit dem MFA simuliert und priorisiert Zeugnisse, Personenstandsurkunden und Firmenunterlagen.
HCCH-Übereinkommen 1961 zur Befreiung ausländischer öffentlicher Urkunden von der Legalisation.
Ausstellende Behörde: Department of Consular Affairs, MFA Thailand (Chaeng Watthana).
Deutschland ist HCCH-Mitglied — Apostille genügt, keine Botschaftslegalisation mehr nötig.
Regelzeit 3–7 AT.
Zeugnisse, Heirats-, Geburts-, Firmen- und Vertragsdokumente.
Fixhonorar.
Standesamt I Berlin (Nachbeurkundung), Ausländerbehörden, Hochschul-Zeugnisanerkennung (KMK), Handelsregister, Banken-KYC, Approbationsbehörden.
Gilt analog für 122 HCCH-Mitgliedstaaten — AT, CH, EU, UK, AU, NZ, US.
Apostille: 1 Stempel, HCCH-Staaten, schnell & günstig.
Konsularlegalisation: Nicht-HCCH (Teile des Nahen Ostens, China-Festland), MFA + Botschaft.
Empfehlung für DE-Mandanten: stets Apostille.
Fixhonorar.
Ja, ab 25.12.2025 ohne weitere Schritte.
Apostille in DE (Bezirksregierung), dann nur noch notarielle Übersetzung in Thailand.
MFA Standard 2–5 AT, Express taggleich.
Trotz HCCH-Mitgliedschaft fordert China oft zusätzliche Schritte — vorab klären.
Handelsregister, Satzung, Beschlüsse alle apostillierbar.
Nach Notar-Beglaubigung möglich.
PDF senden, wir prüfen HCCH-Status und antworten mit Fixangebot.
Senden Sie Ihre Dokumente per LINE — Antwort innerhalb 1 AT.
คำตอบสั้น: Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง
เอกสารส่วนบุคคล
เอกสารองค์กร
เอกสารที่ออกจากต่างประเทศ
1. ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง
ตรวจตารางสถานะของ HCCH ว่าประเทศผู้รับเป็นภาคีหรือไม่ และมีการคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของอีกฝ่ายหรือไม่
⏱ ภายในวันเดียว
2. เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา
หากต้องใช้เอกสารก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ให้วางแผนแบบลูกโซ่ หากใช้หลังจากนั้นและปลายทางเป็นภาคี จึงวางแผนแบบ Apostille
⏱ ภายในวันเดียว
3. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง
ขอต้นฉบับใหม่หากฉบับเดิมเก่าเกินกรอบอายุของผู้รับ และจัดทำคำแปลที่ตรงกับต้นฉบับทุกจุด
⏱ 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
4. ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก
ยื่นที่หน่วยงานผู้มีอำนาจตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในขั้นก่อนหน้า และเก็บหลักฐานการยื่นทุกใบ
⏱ 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
5. ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล
ตรวจเลขที่ใบรับรอง วันที่ และหน่วยงานผู้ออก แล้วเก็บสำเนาดิจิทัลไว้อ้างอิงกรณีผู้รับขอตรวจสอบย้อนกลับ
⏱ 1 วันทำการ (ประมาณการ)
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Apostille | รับรองแบบลูกโซ่ |
|---|---|---|
| จำนวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | หน่วยงานผู้มีอำนาจแห่งเดียว | กงสุลของประเทศต้นทางและสถานทูตปลายทาง |
| ขอบเขตการใช้งาน | เฉพาะระหว่างประเทศภาคีที่ไม่มีข้อคัดค้านระหว่างกัน | ใช้ได้กับทุกประเทศตามระเบียบของสถานทูตนั้น |
| สิ่งที่รับรอง | ลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราประทับของผู้ออกเอกสาร | ลายมือชื่อในแต่ละชั้นตามลำดับ |
| การวางแผนเวลา | สั้นลง แต่ยังขึ้นกับคิวของหน่วยงานผู้มีอำนาจ | ต้องเผื่อคิวของสถานทูตปลายทางเพิ่ม |
ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ
ระยะเวลาทั้งหมดเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ทีมที่ปรึกษาเอกสารและการรับรอง ประสบการณ์ 15 ปีขึ้นไป
ก่อนเริ่มงานเราอ่านเอกสารของคุณจริงและตรวจว่าเส้นทางการรับรองที่เลือกตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ ระหว่างงานเราแจ้งสถานะเป็นระยะ และหลังงานเสร็จเรายังตอบคำถามเรื่องการยื่นต่อให้
เราจัดทำเอกสารตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง การพิจารณาอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานนั้นเสมอ
ส่งไฟล์เอกสารให้เราตรวจเบื้องต้นทาง LINE เพื่อรับคำแนะนำเส้นทางการรับรองและใบเสนอราคา
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยรายกรณี เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-04
คำตอบสั้น: ปัญหาหลักคือขอ Apostille กับเอกสารที่ยังไม่ใช่ “เอกสารมหาชน” ในความหมายของอนุสัญญา ปลายทางไม่ได้เป็นภาคี และเข้าใจวันมีผลบังคับใช้ของไทยคลาดเคลื่อน (28 กุมภาพันธ์ 2570) แก้ได้โดยแปลงเอกสารให้เข้าเงื่อนไขก่อน แล้วเลือกเส้นทางรับรองให้ตรงกับสถานะภาคีของปลายทาง
ก่อนยื่นทุกครั้ง เราตรวจให้ว่าเอกสารของคุณเข้าเงื่อนไขเอกสารมหาชนหรือยัง ปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และควรใช้เส้นทางใดในช่วงเปลี่ยนผ่าน — ปรึกษาทีมเราก่อนเสียเวลาเดินเอง
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง
ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29
ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล