ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law logo
Thai Notary Law

Deutschsprachige Dienste

Thailand Arbeitserlaubnis — Full-Service Kanzlei

6 lizenzierte Notarsanwälte koordinieren Non-B / BOI / Smart Visa, notarielle Übersetzung, MFA-Legalisation und Blue Book — alles zum Fixhonorar.

16,168+
ลูกค้าที่ไว้ใจ
6
ทนาย Notary
4
สาขาทั่วประเทศ
50+77
เขต กทม. / จังหวัด
60+
สัญชาติลูกค้า
≤ 3 นาที
ตอบ LINE

Thailand Arbeitserlaubnis — Full-Service durch die Kanzlei

Jede Erwerbstätigkeit in Thailand — bezahlt oder unbezahlt — erfordert eine Arbeitserlaubnis (Work Permit, „Blue Book“). Das Königliche Dekret B.E. 2560 (2017) sieht Bußgelder bis 50.000 THB und sofortige Abschiebung vor; Arbeitgeber haften mit bis zu 100.000 THB pro Person.

Thai Notary Law betreut mit 6 lizenzierten Notarsanwälten die gesamte Kette: Non-B / BOI / Smart Visa, Unternehmensunterlagen, deutsche Apostille auf Hochschulabschlüssen, beglaubigte Übersetzungen DE↔TH und Ausgabe des Blue Books im Labour Ministry oder BOI One-Stop.

Rechtsgrundlage

Royal Decree on Management of Foreign Workers B.E. 2560 (2017), Novelle 2018, definiert 40 geschützte Berufe.

Kanäle: Reguläre Beschäftigung (Tor Tor 1 / WP-3), BOI (e-Expert), Smart Visa T/I/E/S/O, 15-tägige Notfallgenehmigung, Lehrer- und Medien-Spezialgenehmigungen.

Die Genehmigung ist gebunden an Arbeitgeber × Position × Betriebsstätte — jede Änderung erfordert separate Anmeldung.

Vollständiger Ablauf

Regelzeit 4–8 Wochen.

  • Non-B / BOI / Smart Visum bei der thailändischen Botschaft Berlin/Frankfurt
  • Aktualisierung der Arbeitgeberunterlagen (DBD, USt, Sozialversicherung, JA)
  • Arbeitnehmer: Pass, Zeugnisse, Lebenslauf, Empfehlung — deutsche Apostille
  • Notarielle DE-TH-Übersetzung
  • Tor Tor 1 beim Labour Ministry oder BOI One-Stop
  • Persönliche Abholung des Blue Books
  • 90-Tage-Meldung + jährliche Verlängerung synchron zum Non-B

Leistungsumfang

Beglaubigung, Legalisation und juristische Stellungnahmen erfolgen ausschließlich durch unsere lizenzierten Notarsanwälte — kein Outsourcing.

  • Non-B / BOI / Smart Visum-Antragstellung & Botschaftskommunikation
  • Beglaubigte Kopien von Firmenunterlagen
  • Notarielle Übersetzung von Diplomen / Lebenslauf
  • MFA Konsular-Legalisation & Haager Apostille
  • WP-3 / Tor Tor 1 / BOI e-Expert
  • BOI One-Stop / Begleitung in den Provinzen
  • 90-Tage-Meldung & Verlängerung
  • Änderung Arbeitgeber / Position / Standort
  • Smart-Visa-Zertifizierungsstellen
  • 15-Tage-Notfallgenehmigung

Standard-Workflow

Fixhonorar + schriftlicher Zeitplan.

  1. Kick-off-Call und Eignungsprüfung
  2. Dokumenten-Checkliste DE
  3. Aktualisierung Arbeitgeberunterlagen
  4. Notarielle Übersetzung 24–48 h
  5. Botschaftskommunikation Non-B
  6. Begleitung Biometrie
  7. Blue Book + Compliance-Manual

Häufige Nationalitäten & Standorte

Top-10 Volumen: Japan, China, USA, UK, Deutschland, Indien, Philippinen, Korea, Frankreich, Australien. Deutsche Mandanten betreffen häufig Maschinenbau, Automotive (EEC), International Schools und Tourismus auf Phuket / Koh Samui.

Wir decken alle 77 Provinzen ab, Schwerpunkte Bangkok, EEC (Chonburi / Rayong), Chiang Mai, Phuket.

  • Bangkok BOI One-Stop (Chamchuri)
  • Bangkok Labour Mitmaitri
  • Chonburi / Rayong EEC
  • Phuket Labour
  • Chiang Mai Labour
  • Hat Yai Süd-Zweigstelle

Regulär vs BOI vs Smart Visa

Regulär: 2 Mio THB Kapital + 4:1-Quote, 7–10 AT.

BOI: Nur BOI-zertifizierte Firmen, e-Expert 3 AT Genehmigung, taggleiche Abholung, Kapital/Quote i. d. R. befreit.

Smart Visa: 4 Jahre Visum + Arbeitserlaubnis kombiniert, keine 90-Tage-Meldung, kein Blue Book. Zertifizierer: DEPA / NIA / BOI / NSTDA.

Honorare

Stets Fixhonorar, Amtsgebühren als Auslagen.

  • Reguläres WP-Paket — 35.000–55.000 THB + Amtsgebühren
  • BOI One-Stop — 45.000–70.000 + Gebühren
  • Smart Visa — 70.000–150.000 + Zertifizierergebühren
  • 15-Tage-Notfall — 18.000 + Gebühren
  • Verlängerung — 18.000–25.000 + Gebühren
  • Angehörige Non-O — 12.000 / Person + Gebühren
  • Notarielle Übersetzung — 800–2.500 / Seite

Häufigste Ablehnungsgründe

  • Arbeit mit Touristenvisum — auch eintägige Meetings
  • Fehlende Apostille auf deutschem Diplom
  • Übersetzung ohne Anwaltssiegel — automatische Ablehnung
  • Antragsposition ≠ tatsächliche Tätigkeit
  • Arbeit am nicht registrierten Kundenstandort
  • Verspätete 90-Tage-Meldung
  • Kapital/Quote unterschritten — Verlängerung abgelehnt
  • Nebentätigkeit ohne Zusatzgenehmigung

Häufige Fragen

Darf ich nach Non-B-Erteilung sofort arbeiten?

Nein. Erst nach Erhalt des Blue Books, üblicherweise 5–10 Tage nach Einreise.

Sind BOI-Firmen von der 4:1-Quote befreit?

In der Regel ja. Reguläre Stellen unterliegen weiter der Quote.

Dürfen Angehörige mit Non-O arbeiten?

Nein, separate Arbeitserlaubnis erforderlich.

Remote-Arbeit für deutschen Arbeitgeber?

Nach geltendem Recht weiterhin genehmigungspflichtig. Seit 2024 bieten DTV / Smart Visa T legale Wege.

Apostille auf deutschem Zeugnis — Dauer?

Bezirksregierung 2–10 AT, je nach Bundesland.

Arbeitgeberwechsel in Thailand?

Seit 2017 möglich, 15-tägige Karenz für Neuanmeldung.

Schriftliches Fixangebot

Senden Sie CV, Pass und DBD per LINE/E-Mail. Innerhalb 1 AT erhalten Sie Compliance-Empfehlung, Kanalvorschlag und Fixangebot. DE / EN Doppelbetreuung.

แหล่งอ้างอิง / Authority References

Weitere Hauptleistungen

Weitere spezialisierte Leistungen

Schriftliches Fixangebot

Senden Sie Ihre Dokumente per LINE — Antwort innerhalb 1 AT.

คู่มือปฏิบัติ: จัดเตรียมเอกสารสำหรับวีซ่าและงานตรวจคนเข้าเมืองในไทย

คำตอบสั้น: งานวีซ่าและตรวจคนเข้าเมืองตัดสินกันที่ความครบถ้วนและความสอดคล้องของเอกสาร ทั้งหลักฐานตัวตน ที่พัก การเงิน และเหตุผลการพำนัก เงื่อนไขปลีกย่อยแตกต่างกันตามประเภทการตรวจลงตราและสำนักงานที่รับเรื่อง จึงควรยืนยันรายการล่าสุดกับหน่วยงานก่อนยื่นทุกครั้ง

รายการเอกสารที่ต้องเตรียม

ผู้ยื่นทั่วไป

  • หนังสือเดินทางฉบับจริงที่มีอายุเหลือเพียงพอและมีหน้าว่าง
  • แบบคำขอที่กรอกครบถ้วนพร้อมรูปถ่ายตามข้อกำหนด
  • หลักฐานที่พักในประเทศไทยและการแจ้งที่พักตามระเบียบ
  • หลักฐานการเงินตามที่ประเภทการตรวจลงตรานั้นกำหนด

นายจ้าง / นิติบุคคล

  • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
  • งบการเงินและหลักฐานการนำส่งภาษีตามที่หน่วยงานกำหนด
  • หนังสือรับรองการจ้างงาน สัญญาจ้าง และรายละเอียดตำแหน่งงาน
  • หลักฐานประกันสังคมของพนักงานตามที่หน่วยงานร้องขอ

กรณีครอบครัว

  • ทะเบียนสมรสหรือสูติบัตรที่ผ่านการรับรองและแปลตามที่กำหนด
  • หลักฐานความสัมพันธ์ต่อเนื่อง เช่น ทะเบียนบ้าน ภาพถ่าย หรือหลักฐานการอยู่ร่วมกัน
  • เอกสารของคู่สมรสหรือผู้ปกครองพร้อมสำเนาลงนามรับรอง

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1. ระบุประเภทการพำนักและหน่วยงานที่รับเรื่อง

    กำหนดว่าเคสของคุณเข้าเงื่อนไขประเภทใด และต้องยื่นที่สถานทูต สถานกงสุล หรือสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในไทย

    1 วันทำการ (ประมาณการ)

  2. 2. ตรวจรายการเอกสารล่าสุดกับหน่วยงาน

    ยืนยันรายการเอกสารและแบบฟอร์มฉบับล่าสุดโดยตรงกับหน่วยงานที่รับเรื่อง เนื่องจากรายละเอียดเปลี่ยนแปลงได้

    1–2 วันทำการ (ประมาณการ)

  3. 3. จัดเตรียม แปล และรับรองเอกสารประกอบ

    จัดชุดเอกสารให้สอดคล้องกันทุกฉบับ พร้อมแปลและรับรองเอกสารต่างประเทศตามที่หน่วยงานกำหนด

    3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

  4. 4. ยื่นคำขอและเข้ารับการสัมภาษณ์หรือตรวจสอบ

    ยื่นชุดเอกสารตามช่องทางที่กำหนด และเตรียมพร้อมสำหรับการสอบถามข้อเท็จจริงหรือการตรวจสถานที่

    1–5 วันทำการ (ประมาณการ)

  5. 5. ติดตามผลและปฏิบัติตามเงื่อนไขหลังได้รับอนุญาต

    ติดตามผลตามหมายเลขคำขอ และปฏิบัติตามหน้าที่ต่อเนื่อง เช่น การรายงานตัวตามกำหนดและการแจ้งที่พัก

    แตกต่างตามประเภทและคิวของหน่วยงาน

ข้อควรระวัง

  • ข้อมูลในแบบคำขอไม่ตรงกับเอกสารแนบแม้เพียงจุดเดียว เป็นเหตุให้ถูกขอเอกสารเพิ่ม
  • หลักฐานการเงินไม่ครอบคลุมช่วงเวลาที่หน่วยงานกำหนด
  • ไม่ได้แจ้งที่พักหรือรายงานตัวตามกำหนด ส่งผลต่อการพิจารณาครั้งถัดไป
  • ใช้ข้อมูลจากเว็บไซต์ที่ไม่ใช่หน่วยงานทางการ ทำให้เตรียมเอกสารผิดรุ่นแบบฟอร์ม

เตรียมเอกสารเองกับให้ที่ปรึกษาตรวจก่อนยื่น

หัวข้อเปรียบเทียบเตรียมเองให้ทีมเราตรวจและดูแล
ความครบถ้วนของชุดเอกสารมักพบเอกสารขาดเมื่อถึงเคาน์เตอร์ตรวจสอบรายการทีละฉบับก่อนวันยื่น
ความสอดคล้องของข้อมูลตรวจข้ามเอกสารได้ยากเมื่อมีหลายฉบับตรวจชื่อ วันที่ และที่อยู่ให้ตรงกันทุกฉบับ
เอกสารต่างประเทศต้องหาเส้นทางรับรองและแปลเองเราวางเส้นทางรับรองและแปลให้ครบตามที่ผู้รับกำหนด
หน้าที่หลังได้รับอนุญาตมักลืมกำหนดรายงานตัวหรือแจ้งที่พักเราแจ้งเตือนกำหนดต่อเนื่องให้

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับทำ

  • ประเมินว่าเคสของคุณเข้าเงื่อนไขประเภทใดก่อนเริ่มเตรียมเอกสาร
  • ตรวจความสอดคล้องของข้อมูลข้ามเอกสารทุกฉบับก่อนยื่น
  • วางเส้นทางแปลและรับรองเอกสารต่างประเทศให้ตรงข้อกำหนด
  • ติดตามหน้าที่ต่อเนื่องหลังได้รับอนุญาต เช่น กำหนดรายงานตัว

ทีมเราไม่ได้รับยื่นอย่างเดียว แต่ตรวจเคสให้ก่อนว่าเอกสารพร้อมจริงหรือยัง ส่งรายละเอียดมาให้เราประเมินก่อนยื่นได้เลย

ระยะเวลาทั้งหมดเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Bureau) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ทีมที่ปรึกษาเอกสารและการรับรอง ประสบการณ์ 15 ปีขึ้นไป

เราให้คำปรึกษาตลอดงาน ไม่ใช่รับทำแล้วจบ

ก่อนเริ่มงานเราอ่านเอกสารของคุณจริงและตรวจว่าเส้นทางการรับรองที่เลือกตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ ระหว่างงานเราแจ้งสถานะเป็นระยะ และหลังงานเสร็จเรายังตอบคำถามเรื่องการยื่นต่อให้

ก่อนเริ่ม — ประเมินความเสี่ยงเอกสาร

  • ตรวจชื่อ-สกุล วันเดือนปี และเลขเอกสารให้ตรงกันทุกฉบับ
  • ยืนยันว่าหน่วยงานปลายทางต้องการต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือไฟล์ดิจิทัล
  • แจ้งล่วงหน้าหากเอกสารต้องออกใหม่หรือคัดสำเนาก่อน

ระหว่างงาน — เดินเรื่องและรายงานสถานะ

  • แจ้งลำดับขั้นที่กำลังดำเนินการและกรอบเวลาโดยประมาณเป็นวันทำการ
  • ประสานงานแก้ไขทันทีเมื่อหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
  • สรุปค่าใช้จ่ายของหน่วยงานให้ทราบก่อนดำเนินการทุกครั้ง

หลังงานเสร็จ — ดูแลต่อจนใช้งานได้จริง

  • อธิบายวิธียื่นเอกสารต่อกับหน่วยงานหรือสถานทูตปลายทาง
  • เก็บสำเนางานไว้ให้ ขอชุดเพิ่มภายหลังได้
  • ตอบคำถามเพิ่มเติมเมื่อปลายทางขอเอกสารประกอบ

เราจัดทำเอกสารตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง การพิจารณาอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานนั้นเสมอ

ส่งไฟล์เอกสารให้เราตรวจเบื้องต้นทาง LINE เพื่อรับคำแนะนำเส้นทางการรับรองและใบเสนอราคา

วีซ่าและใบอนุญาตทำงานในประเทศไทย

คำแนะนำก่อนดำเนินการ

  • แยกให้ชัดระหว่าง “วีซ่า” (สิทธิเข้าและอยู่ในราชอาณาจักร ดูแลโดยสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง) กับ “ใบอนุญาตทำงาน” (สิทธิทำงาน ดูแลโดยกรมการจัดหางาน) เพราะยื่นคนละหน่วยงานและคนละเงื่อนไข
  • ตรวจว่าประเภทวีซ่าที่ถืออยู่รองรับการขอใบอนุญาตทำงานหรือไม่ ก่อนเซ็นสัญญาจ้างหรือจองตั๋ว
  • เอกสารบริษัทที่ใช้ประกอบคำขอควรคัดใหม่ให้อยู่ในกรอบอายุที่หน่วยงานกำหนด และลงนามโดยกรรมการผู้มีอำนาจตามหนังสือรับรอง
  • เอกสารการศึกษาและใบรับรองการทำงานที่ออกจากต่างประเทศ ต้องผ่านการรับรองในประเทศต้นทางและแปลตามที่หน่วยงานกำหนดก่อนยื่น
  • วางไทม์ไลน์ย้อนกลับจากวันเริ่มงานจริง เผื่อรอบนัดหมายและรอบตรวจเอกสารของแต่ละหน่วยงาน
  • เก็บสำเนาใบเสร็จ ใบนัด และหลักฐานการยื่นทุกครั้ง เพราะขั้นตอนถัดไปมักอ้างอิงเลขที่คำขอเดิม

ข้อควรระวังที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ

  • เริ่มทำงานก่อนได้รับใบอนุญาตทำงาน ซึ่งเป็นความเสี่ยงทางกฎหมายทั้งต่อผู้จ้างและลูกจ้าง
  • ชื่อบริษัทหรือที่ตั้งสถานประกอบการในเอกสารไม่ตรงกับที่จดทะเบียนไว้
  • ตำแหน่งงานที่ระบุไม่สอดคล้องกับคุณวุฒิและประสบการณ์ที่แนบมา
  • ลืมแจ้งเปลี่ยนแปลงนายจ้าง ตำแหน่ง หรือสถานที่ทำงานตามเงื่อนไขของใบอนุญาต
  • ปล่อยให้ระยะเวลาอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักรกับอายุใบอนุญาตทำงานไม่สอดคล้องกัน
  • แปลเอกสารโดยไม่ตรวจว่าหน่วยงานรับคำแปลรูปแบบใด ทำให้ต้องแปลใหม่

เตรียมให้พร้อมก่อนเริ่ม

  1. หนังสือเดินทางพร้อมหน้าตราประทับล่าสุด และหลักฐานการอยู่ในราชอาณาจักร
  2. สัญญาจ้างหรือหนังสือเสนองาน พร้อมรายละเอียดตำแหน่งและสถานที่ทำงาน
  3. ชุดเอกสารนิติบุคคลของนายจ้างที่คัดใหม่และลงนามครบถ้วน
  4. วุฒิการศึกษาและใบรับรองประสบการณ์ พร้อมคำแปลที่หน่วยงานยอมรับ

ข้อมูลที่ผันแปร — ควรตรวจสอบก่อนทุกครั้ง

รายการเอกสารและแบบฟอร์มแตกต่างกันตามประเภทกิจการ ประเภทวีซ่า และพื้นที่ที่ยื่น
วิธีตรวจสอบ: ตรวจรายการล่าสุดจากเว็บไซต์กรมการจัดหางานและสำนักงานตรวจคนเข้าเมืองในเขตพื้นที่ที่จะยื่น
เงื่อนไขจำนวนพนักงานสัญชาติไทยและทุนจดทะเบียนที่ใช้ประกอบการพิจารณาอาจต่างกันตามสิทธิประโยชน์ที่กิจการได้รับ เช่น กิจการที่ได้รับการส่งเสริมจาก BOI
วิธีตรวจสอบ: ตรวจกับกรมการจัดหางานสำหรับกรณีทั่วไป และกับ BOI สำหรับกิจการที่ได้รับการส่งเสริม

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยรายกรณี เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ

แหล่งอ้างอิง: กรมการจัดหางาน กระทรวงแรงงาน (Department of Employment) · สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Thai Immigration Bureau) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-04

คำขอวีซ่า/ต่อวีซ่าถูกปฏิเสธหรือถูกขอเอกสารเพิ่มเพราะอะไร

คำตอบสั้น: เหตุที่พบบ่อยคือหลักฐานการเงินไม่ครบตามระยะเวลาที่กำหนด เอกสารต่างประเทศยังไม่ผ่านการรับรองและแปล ที่อยู่ที่แจ้งไม่ตรงกับ TM.30 และยื่นใกล้วันหมดอายุจนไม่มีเวลาแก้ไข วางไทม์ไลน์ล่วงหน้าคือวิธีป้องกันที่ได้ผลที่สุด

เจ้าหน้าที่ขอ statement เพิ่มเพราะยอดคงอยู่ไม่ครบระยะเวลา

สาเหตุที่แท้จริง
โอนเงินเข้าใกล้วันยื่น ทำให้ระยะเวลาการคงยอดไม่ถึงเกณฑ์
ป้องกันก่อนยื่น
คงยอดตามเกณฑ์ให้ครบก่อนวันยื่นและขอหนังสือรับรองจากธนาคารฉบับล่าสุด
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
เลื่อนวันยื่นให้ครบกำหนดคงยอด หรือเปลี่ยนวิธีแสดงคุณสมบัติทางการเงิน
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 5–30 วันทำการ (ประมาณการ)

เอกสารจากต่างประเทศไม่ถูกยอมรับ

สาเหตุที่แท้จริง
ยังไม่ผ่าน Apostille/รับรองสถานทูต และยังไม่ได้แปลเป็นไทยพร้อมรับรองคำแปล
ป้องกันก่อนยื่น
เตรียมสายรับรองของเอกสารต่างประเทศก่อนเดินทางเข้ามายื่น
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ดำเนินการรับรองและแปลให้ครบ แล้วยื่นเอกสารเพิ่มตามกำหนดเวลาที่เจ้าหน้าที่ให้
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 7–20 วันทำการ (ประมาณการ)

ที่อยู่ที่แจ้งไม่ตรงกับการแจ้งที่พักของเจ้าบ้าน

สาเหตุที่แท้จริง
เจ้าของที่พักไม่ได้แจ้ง TM.30 หรือย้ายที่อยู่แล้วไม่ได้อัปเดต
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจสอบการแจ้งที่พักและเก็บหลักฐานทุกครั้งที่ย้าย
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ให้เจ้าบ้านแจ้งที่พักให้ถูกต้อง แล้วยื่นหลักฐานเพิ่ม
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–5 วันทำการ (ประมาณการ)

ยื่นกระชั้นจนไม่มีเวลาแก้เอกสาร

สาเหตุที่แท้จริง
รอจนใกล้วันหมดอายุการอนุญาตให้อยู่ในราชอาณาจักร
ป้องกันก่อนยื่น
เริ่มเตรียมล่วงหน้า 30–45 วันก่อนวันหมดอายุ
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ปรึกษาแนวทางที่เหมาะสมทันทีเมื่อทราบว่าเอกสารไม่ครบ ก่อนวันหมดอายุ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เสี่ยงต้องเดินทางออกและยื่นใหม่ เพิ่ม 10–30 วันทำการ (ประมาณการ)

ทีมเราไม่ได้แค่กรอกแบบฟอร์ม แต่ตรวจคุณสมบัติ วางไทม์ไลน์การคงยอดและการรับรองเอกสารต่างประเทศให้ครบก่อนวันยื่น — ปรึกษาก่อนเริ่ม เพื่อลดโอกาสถูกขอเอกสารเพิ่ม

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (Immigration Bureau, Thailand) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

งานวีซ่าและตรวจคนเข้าเมืองตัดสินกันที่ความครบถ้วนและความสอดคล้องของเอกสาร ทั้งหลักฐานตัวตน ที่พัก การเงิน และเหตุผลการพำนัก เงื่อนไขปลีกย่อยแตกต่างกันตามประเภทการตรวจลงตราและสำนักงานที่รับเรื่อง จึงควรยืนยันรายการล่าสุดกับหน่วยงานก่อนยื่นทุกครั้ง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. ระบุประเภทการพำนักและหน่วยงานที่รับเรื่อง — 1 วันทำการ (ประมาณการ)
  2. ตรวจรายการเอกสารล่าสุดกับหน่วยงาน — 1–2 วันทำการ (ประมาณการ)
  3. จัดเตรียม แปล และรับรองเอกสารประกอบ — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
  4. ยื่นคำขอและเข้ารับการสัมภาษณ์หรือตรวจสอบ — 1–5 วันทำการ (ประมาณการ)
  5. ติดตามผลและปฏิบัติตามเงื่อนไขหลังได้รับอนุญาต — แตกต่างตามประเภทและคิวของหน่วยงาน

เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น

  • หนังสือเดินทางฉบับจริงที่มีอายุเหลือเพียงพอและมีหน้าว่าง
  • แบบคำขอที่กรอกครบถ้วนพร้อมรูปถ่ายตามข้อกำหนด
  • หลักฐานที่พักในประเทศไทยและการแจ้งที่พักตามระเบียบ
  • หลักฐานการเงินตามที่ประเภทการตรวจลงตรานั้นกำหนด
  • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
  • งบการเงินและหลักฐานการนำส่งภาษีตามที่หน่วยงานกำหนด

ทีมเราไม่ได้รับยื่นอย่างเดียว แต่ตรวจเคสให้ก่อนว่าเอกสารพร้อมจริงหรือยัง ส่งรายละเอียดมาให้เราประเมินก่อนยื่นได้เลย

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา

โต๊ะทำงานนักแปลเอกสารราชการ มีเอกสารต้นฉบับ คำแปล พจนานุกรม และตรารับรอง
คำแปลที่ใช้ยื่นราชการต้องแนบคำรับรองความถูกต้องของผู้แปลไปพร้อมต้นฉบับ

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29

คำถามที่เกี่ยวข้อง

ควรเริ่มต้นอย่างไรเมื่อไม่แน่ใจว่าต้องรับรองแบบไหน
เริ่มจากคำถามสามข้อ คือ เอกสารจะยื่นกับหน่วยงานใด ประเทศใด และภายในวันที่เท่าไร คำตอบสามข้อนี้กำหนดเส้นทางรับรอง ภาษาที่ต้องแปล และลำดับขั้นตอนทั้งหมด
ทำไมเว็บไซต์ไม่แสดงค่าบริการ
เพราะขอบเขตงานต่างกันมากตามจำนวนเอกสาร ภาษา และขั้นตอนกงสุลที่เกี่ยวข้อง เราจึงประเมินตามงานจริงและแจ้งรายละเอียดผ่านโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ให้บริการนอกกรุงเทพฯ หรือไม่
รองรับลูกค้าทั่วประเทศและลูกค้าต่างประเทศ โดยรับเอกสารทางไปรษณีย์หรือขนส่งเอกชน และนัดหมายลงนามล่วงหน้าเมื่อจำเป็นต้องแสดงตน
ข้อมูลส่วนบุคคลในเอกสารถูกจัดการอย่างไร
เอกสารถูกใช้เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ที่ลูกค้าแจ้งไว้ จัดเก็บตามระยะเวลาที่จำเป็นตามหน้าที่ทางวิชาชีพและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และไม่เปิดเผยต่อบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอม

บริการที่เกี่ยวข้อง

ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล