ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law logo
Thai Notary Law

Deutschsprachige Dienste

MFA + Botschaftslegalisation — Full-Service auf Deutsch

Notar-Beglaubigung → MFA → Botschaft als Full-Service. Für DE ab 25.12.2025 nur noch Apostille nötig; weiterhin Standard für Nicht-HCCH-Staaten.

16,168+
ลูกค้าที่ไว้ใจ
6
ทนาย Notary
4
สาขาทั่วประเทศ
50+77
เขต กทม. / จังหวัด
60+
สัญชาติลูกค้า
≤ 3 นาที
ตอบ LINE

MFA + Botschaftslegalisation — Full-Service auf Deutsch

Für Dokumente aus Thailand zur Verwendung in Nicht-HCCH-Staaten ist die zweistufige Legalisation (MFA Consular + Botschaft) erforderlich. Mit dem Beitritt Thailands zum Haager Übereinkommen am 25. Dezember 2025 entfällt diese Doppellegalisation für Deutschland.

Unsere Kanzlei führt Notar-Beglaubigung → MFA → Botschaft als Full-Service durch — mit umfangreicher Erfahrung für DE, CH, AT, sowie Nicht-HCCH-Staaten (UAE, KSA, VN, IR).

Prinzip der Doppellegalisation

Vor 2025-12-25 musste jedes deutsche Behörden-Dokument aus Thailand zweistufig legalisiert werden. Nach Beitritt: Apostille genügt für DE.

MFA Consular Affairs (Chaeng Watthana): Standard 2–5 AT, Express taggleich.

Botschaftslegalisation: länderspezifische Formulare, Termine, Übersetzungsanforderungen.

Prozesskette

Regelzeit 5–10 AT.

  • Originalprüfung
  • Notarielle Kopie + Übersetzung EN/DE
  • MFA-Legalisation 2–5 AT oder Express taggleich
  • Botschafts-Termin + Einreichung
  • Versand nach DE

Leistungsumfang

Privat-, Behörden- und Firmendokumente.

  • Zeugnisse / Studienleistungen / Geburts- / Heiratsurkunden
  • Handelsregister / Vollmacht / Satzung / Beschlüsse
  • Medizinische Unterlagen / Rezepte / Atteste
  • Polizeiliches Führungszeugnis
  • MFA-Legalisation / Express
  • Botschaften: DE, CH, AT, UAE, KSA, IR, VN, IN
  • Notarielle Übersetzung
  • DHL/EMS-Versand

Standard-Workflow

Fixhonorar.

  1. Beratung + Vorprüfung
  2. Notar / Übersetzung 24–48 h
  3. MFA-Einreichung / Abholung
  4. Botschafts-Termin & Bearbeitung
  5. Versand DE

Häufige Botschaften

Direkter Kontakt zu Deutscher Botschaft Bangkok (Sathorn), Botschaft der Schweiz, Österreich, sowie Nicht-HCCH-Staaten. Länderprofile mit Form- und Übersetzungsanforderungen werden inhouse gepflegt — First-Time-Pass-Rate 99 %.

Deutsche Botschaft: 9 South Sathorn, beglaubigte Übersetzungen werden nur von gelisteten Übersetzern akzeptiert — wir sind gelistet.

  • Deutschland
  • Schweiz
  • Österreich
  • UAE
  • Saudi Arabien
  • Vietnam
  • Indien
  • Iran
  • Katar

Nur MFA vs MFA+Botschaft vs Apostille

Nur MFA: Verwendung innerhalb Thailands.

MFA + Botschaft: vor 2025-12-25 Standard für DE; weiterhin Standard für Nicht-HCCH-Staaten.

Apostille: Ab 2025-12-25 für DE / HCCH-Staaten ausreichend.

Honorare

Fixhonorar.

  • MFA Standard — 5.000–9.000 / Seite + 200 Amtsgebühr
  • MFA Express — 12.000 + 400 Gebühr
  • Botschaftslegalisation — 7.000–18.000 / Seite + Konsulargebühr
  • Notarielle Übersetzung — 800–2.500 / Seite
  • Full-Service-Paket — 18.000–35.000
  • DHL nach DE — 2.500–4.000

Häufige Fehler

  • Übersetzung von nicht gelistetem Übersetzer
  • Botschafts-Termin fehlt
  • Privatdokument ohne Notar zu MFA
  • Passkopie nicht beglaubigt
  • Dokument > 6 Monate alt
  • Apostille bei Nicht-HCCH-Staaten

Häufige Fragen

Brauche ich für DE Apostille oder Botschaft?

Ab 2025-12-25 reicht Apostille. Vorherige Botschaftslegalisationen bleiben gültig.

Was ist MFA Express?

Taggleiche Bearbeitung, 1,5–2× Honorar. Für eilige Visa / Gerichtsverfahren.

China?

Trotz HCCH-Mitgliedschaft fordert Festlandchina teilweise weiterhin Konsularlegalisation — vorab klären.

Firmenunterlagen?

Satzung, Handelsregister, Vollmacht, Beschlüsse — alle möglich.

Gültigkeit?

Üblicherweise 6 Monate.

Versand nach Deutschland?

DHL Express 3–5 AT, EMS 7–10 AT.

LINE — Angebot in 1 AT

PDF + Zielland + Frist senden, wir antworten mit Full-Service-Angebot.

แหล่งอ้างอิง / Authority References

Weitere Hauptleistungen

Weitere spezialisierte Leistungen

Schriftliches Fixangebot

Senden Sie Ihre Dokumente per LINE — Antwort innerhalb 1 AT.

คู่มือปฏิบัติ: รับรองเอกสารที่กรมการกงสุลและสถานทูต

คำตอบสั้น: เอกสารราชการไทยยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชนต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองก่อน จากนั้นจึงยื่นสถานทูตปลายทาง ลำดับที่ถูกต้องคือ ต้นฉบับ ถูกกฎหมาย แปล รับรองกงสุล และรับรองสถานทูต

รายการเอกสารที่ต้องเตรียม

เอกสารราชการไทย

  • ต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการและมีลายมือชื่อผู้มีอำนาจ
  • คำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ปลายทางกำหนด
  • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร
  • หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรของผู้รับมอบ หากไม่ได้ยื่นเอง

เอกสารเอกชนและเอกสารบริษัท

  • เอกสารที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองแล้ว
  • หนังสือรับรองบริษัทที่ยังอยู่ในกรอบอายุของผู้รับ
  • คำแปลที่จัดทำโดยผู้แปลที่รับผิดชอบและระบุตัวได้

ผู้ยื่นจากต่างประเทศ

  • หนังสือมอบอำนาจที่รับรองแล้วในประเทศที่พำนัก
  • สำเนาหน้าหนังสือเดินทางที่ชัดเจน
  • ที่อยู่จัดส่งปลายทางพร้อมผู้รับที่ติดต่อได้

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1. จำแนกประเภทเอกสารและกำหนดลำดับชั้น

    แยกว่าเป็นเอกสารราชการหรือเอกสารเอกชน เพราะเอกสารเอกชนต้องเพิ่มชั้นรับรองลายมือชื่อก่อนเสมอ

    ภายในวันเดียว

  2. 2. จัดทำคำแปลให้ตรงกับต้นฉบับ

    แปลชื่อ วันที่ และเลขที่เอกสารให้ตรงกับต้นฉบับและหนังสือเดินทาง หากมีความไม่ตรงต้องแนบหลักฐานอธิบาย

    1–3 วันทำการ (ประมาณการ)

  3. 3. ยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์

    ยื่นต้นฉบับพร้อมคำแปลตามช่องทางที่กรมการกงสุลเปิดให้บริการ และรับเอกสารที่ประทับตราครบชุด

    2–5 วันทำการ (ประมาณการ)

  4. 4. ยื่นรับรองที่สถานทูตปลายทาง

    ยื่นตามระเบียบเฉพาะของแต่ละสถานทูต บางแห่งต้องนัดหมายล่วงหน้าและกำหนดภาษาคำแปลไว้เป็นการเฉพาะ

    3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

  5. 5. ตรวจรับและส่งมอบโดยไม่แกะตราครอบ

    ตรวจความครบถ้วนของตราประทับทุกชั้น สแกนเก็บสำเนา แล้วจัดส่งแบบมีเลขติดตามให้ผู้รับ

    1–2 วันทำการ (ประมาณการ)

ข้อควรระวัง

  • ยื่นเอกสารเอกชนตรงที่กงสุลโดยไม่ผ่านชั้นรับรองลายมือชื่อ ทำให้ถูกปฏิเสธที่หน้าเคาน์เตอร์
  • แปลหลังจากรับรองแล้ว ทำให้คำแปลไม่ครอบคลุมตราประทับและต้องยื่นใหม่
  • บางประเทศกำหนดอายุเอกสารนับจากวันที่รับรองชั้นสุดท้าย ไม่ใช่วันที่ออกเอกสาร
  • การถ่ายสำเนาชุดที่รับรองแล้วไปใช้แทนต้นฉบับ ไม่เป็นที่ยอมรับของผู้รับส่วนใหญ่

เส้นทางรับรอง: ก่อนและหลังไทยเข้าเป็นภาคี Apostille

หัวข้อเปรียบเทียบปัจจุบัน (รับรองแบบลูกโซ่)ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570
จำนวนชั้นการรับรองกงสุลไทยและสถานทูตปลายทางApostille ชั้นเดียวสำหรับประเทศภาคี
ประเทศที่ใช้ได้ทุกประเทศตามระเบียบของสถานทูตนั้นเฉพาะประเทศภาคีอนุสัญญา ประเทศนอกภาคียังใช้แบบลูกโซ่
ผลต่อการวางแผนงานต้องเผื่อคิวสถานทูตเพิ่มลดขั้นตอนลง แต่ยังต้องเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับทำ

  • วางลำดับชั้นการรับรองให้สั้นที่สุดตามประเทศผู้รับ
  • ตรวจคำแปลและความสอดคล้องของชื่อกับหนังสือเดินทางก่อนยื่น
  • ประสานนัดหมายและเตรียมแบบฟอร์มเฉพาะของแต่ละสถานทูต
  • ให้คำปรึกษาการวางแผนเอกสารล่วงหน้าสำหรับช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ Apostille

ถ้าต้องการให้เอกสารผ่านครบทุกชั้นโดยไม่ต้องเดินเรื่องเอง ทีมที่ปรึกษาของเรารับดูแลตั้งแต่จัดชุดเอกสารจนถึงส่งมอบ ติดต่อสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมล

ระยะเวลาทั้งหมดเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ทีมที่ปรึกษาเอกสารและการรับรอง ประสบการณ์ 15 ปีขึ้นไป

เราให้คำปรึกษาตลอดงาน ไม่ใช่รับทำแล้วจบ

ก่อนเริ่มงานเราอ่านเอกสารของคุณจริงและตรวจว่าเส้นทางการรับรองที่เลือกตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ ระหว่างงานเราแจ้งสถานะเป็นระยะ และหลังงานเสร็จเรายังตอบคำถามเรื่องการยื่นต่อให้

ก่อนเริ่ม — ประเมินความเสี่ยงเอกสาร

  • ตรวจชื่อ-สกุล วันเดือนปี และเลขเอกสารให้ตรงกันทุกฉบับ
  • ยืนยันว่าหน่วยงานปลายทางต้องการต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือไฟล์ดิจิทัล
  • แจ้งล่วงหน้าหากเอกสารต้องออกใหม่หรือคัดสำเนาก่อน

ระหว่างงาน — เดินเรื่องและรายงานสถานะ

  • แจ้งลำดับขั้นที่กำลังดำเนินการและกรอบเวลาโดยประมาณเป็นวันทำการ
  • ประสานงานแก้ไขทันทีเมื่อหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
  • สรุปค่าใช้จ่ายของหน่วยงานให้ทราบก่อนดำเนินการทุกครั้ง

หลังงานเสร็จ — ดูแลต่อจนใช้งานได้จริง

  • อธิบายวิธียื่นเอกสารต่อกับหน่วยงานหรือสถานทูตปลายทาง
  • เก็บสำเนางานไว้ให้ ขอชุดเพิ่มภายหลังได้
  • ตอบคำถามเพิ่มเติมเมื่อปลายทางขอเอกสารประกอบ

เราจัดทำเอกสารตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง การพิจารณาอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานนั้นเสมอ

ส่งไฟล์เอกสารให้เราตรวจเบื้องต้นทาง LINE เพื่อรับคำแนะนำเส้นทางการรับรองและใบเสนอราคา

รับรองเอกสารที่สถานทูต

คำแนะนำก่อนดำเนินการ

  • ตรวจลำดับขั้นให้ครบก่อนยื่น: แปล → นิติกรณ์กรมการกงสุล → สถานทูต สถานทูตส่วนใหญ่ไม่รับเอกสารที่ข้ามขั้น
  • จองคิวออนไลน์ล่วงหน้าเมื่อสถานทูตนั้นเปิดระบบนัดหมาย และพิมพ์ใบนัดไปด้วย
  • เตรียมชุดเอกสารตามจำนวนที่สถานทูตกำหนดจริง บางแห่งขอชุดสำเนาเพิ่มสำหรับเก็บเข้าแฟ้ม
  • ถ้าสถานทูตกำหนดรายชื่อผู้แปลของตนเอง ต้องใช้ผู้แปลในรายชื่อนั้นเท่านั้น ใช้ข้ามสถานทูตไม่ได้
  • ตรวจปฏิทินวันหยุดของสถานทูต ซึ่งมักหยุดตามวันชาติของประเทศตนเองเพิ่มจากวันหยุดไทย

ข้อควรระวังที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ

  • ใช้รายชื่อนักแปลสาบานตนของสถานทูตหนึ่งไปยื่นอีกสถานทูตหนึ่ง
  • ยื่นเอกสารที่ยังไม่ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล ทำให้ถูกปฏิเสธที่เคาน์เตอร์
  • กรอกแบบฟอร์มของสถานทูตด้วยข้อมูลที่ไม่ตรงกับเอกสารแนบ
  • คาดว่าจะได้เอกสารคืนภายในวันเดียว ทั้งที่หลายแห่งใช้เวลาเป็นวันทำการ
  • ไม่ตรวจว่าปลายทางต้องการตราของสถานทูตในไทย หรือของสถานทูตที่ดูแลไทยจากประเทศเพื่อนบ้าน

เตรียมให้พร้อมก่อนเริ่ม

  1. เอกสารที่ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลแล้ว
  2. แบบฟอร์มคำร้องของสถานทูตนั้น ๆ กรอกครบถ้วน
  3. หนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตนของผู้ยื่น

ข้อมูลที่ผันแปร — ควรตรวจสอบก่อนทุกครั้ง

แต่ละสถานทูตกำหนดค่าธรรมเนียม จำนวนชุด วิธีชำระเงิน และรอบเวลารับ–คืนเอกสารของตนเอง
วิธีตรวจสอบ: ตรวจหน้าบริการกงสุลของสถานทูตนั้นโดยตรงในสัปดาห์ที่จะยื่น
บางประเทศไม่มีสถานทูตในไทย และมอบหมายให้สถานทูตในประเทศเพื่อนบ้านดูแล
วิธีตรวจสอบ: ตรวจรายชื่อคณะผู้แทนทางการทูตของกระทรวงการต่างประเทศ แล้วยืนยันกับสถานทูตที่ดูแล

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยรายกรณี เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ

แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · รายชื่อคณะผู้แทนทางการทูตในประเทศไทย (กระทรวงการต่างประเทศ) · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-04

งานรับรองกงสุล/สถานทูตถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไร

คำตอบสั้น: กรณีที่ถูกตีกลับบ่อยคือใช้สำเนาแทนต้นฉบับ คำแปลไม่ตรงชื่อ-สกุลตามหนังสือเดินทาง เอกสารต้นเรื่องออกเกินอายุที่ปลายทางกำหนด และยื่นผิดลำดับหรือผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง แก้ได้โดยขอเอกสารต้นเรื่องใหม่และเดินลำดับรับรองให้ครบชั้น

กรมการกงสุลไม่รับเพราะเป็นสำเนาที่ไม่มีการรับรองจากหน่วยงานผู้ออก

สาเหตุที่แท้จริง
ใช้สำเนาถ่ายเอกสารหรือไฟล์พิมพ์เอง แทนต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรอง
ป้องกันก่อนยื่น
ขอคัดสำเนาที่รับรองจากอำเภอ/สำนักทะเบียน/สถาบันผู้ออกก่อนเสมอ
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดเอกสารใหม่จากหน่วยงานผู้ออก แล้วยื่นรับรองอีกครั้ง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–7 วันทำการ (ประมาณการ) ตามคิวของหน่วยงานผู้ออก

คำแปลสะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง

สาเหตุที่แท้จริง
ผู้แปลถอดเสียงเอง ไม่ได้ยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางหรือทะเบียนราษฎร
ป้องกันก่อนยื่น
ส่งสำเนาหนังสือเดินทางให้ผู้แปลใช้เป็นมาตรฐานการสะกดทุกฉบับในชุด
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
แก้คำแปลให้ตรงและยื่นรับรองคำแปลใหม่ทั้งชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)

สถานทูตปลายทางแจ้งว่าเอกสารเก่าเกินกำหนด

สาเหตุที่แท้จริง
ปลายทางกำหนดอายุเอกสาร (เช่น ออกไม่เกิน 3 หรือ 6 เดือน) แต่ใช้ฉบับที่คัดไว้นาน
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจเงื่อนไขอายุเอกสารของปลายทางก่อนคัดเอกสาร และวางคิวงานให้จบภายในกรอบนั้น
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดเอกสารใหม่และเร่งเดินสายรับรองให้จบภายในอายุที่กำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 5–15 วันทำการ (ประมาณการ) เพราะต้องเริ่มทั้งสายใหม่

ยื่นผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง

สาเหตุที่แท้จริง
เอกสารการศึกษา/การแพทย์/ตำรวจ บางประเภทต้องผ่านต้นสังกัดก่อนถึงกรมการกงสุล
ป้องกันก่อนยื่น
ระบุประเภทเอกสารและหน่วยงานผู้ออกให้ชัด แล้วตรวจสายอนุมัติก่อนตั้งเรื่อง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
นำเอกสารไปรับรองจากต้นสังกัดก่อน แล้วยื่นกรมการกงสุลใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางขอ Apostille แต่ได้รับ legalization แบบเดิม (หรือกลับกัน)

สาเหตุที่แท้จริง
ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ช่วงเปลี่ยนผ่านจึงมีความสับสนว่าปลายทางรับแบบใด
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางจาก HCCH และยืนยันกับผู้รับว่ารับ Apostille หรือไม่
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอรับรองในรูปแบบที่ปลายทางระบุ โดยใช้เอกสารต้นเรื่องชุดเดิมหากยังไม่เกินอายุ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–7 วันทำการ (ประมาณการ)

ตราหรือเล่มเอกสารเสียหายระหว่างขนส่ง จึงถูกปฏิเสธ

สาเหตุที่แท้จริง
ถอดลวดเย็บเพื่อสแกน หรือพับทับตราประทับ
ป้องกันก่อนยื่น
ห้ามแกะเล่มหลังรับรอง สแกนโดยไม่ถอดลวด และใช้ซองแข็งในการส่ง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอออกใบรับรองใหม่จากหน่วยงานที่ออกฉบับที่เสียหาย
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

เราตรวจตั้งแต่ต้นทางว่าเอกสารของคุณต้องผ่านกี่ชั้น หน่วยงานใดก่อน-หลัง และอายุเอกสารพอถึงวันยื่นหรือไม่ ถ้าไม่อยากเสี่ยงเดินรอบสอง ให้ทีมเราวางไทม์ไลน์และดำเนินการแทนได้ทั้งสาย

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

เอกสารราชการไทยยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชนต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองก่อน จากนั้นจึงยื่นสถานทูตปลายทาง ลำดับที่ถูกต้องคือ ต้นฉบับ ถูกกฎหมาย แปล รับรองกงสุล และรับรองสถานทูต

ขั้นตอนการทำงาน

  1. จำแนกประเภทเอกสารและกำหนดลำดับชั้น — ภายในวันเดียว
  2. จัดทำคำแปลให้ตรงกับต้นฉบับ — 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)
  3. ยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
  4. ยื่นรับรองที่สถานทูตปลายทาง — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
  5. ตรวจรับและส่งมอบโดยไม่แกะตราครอบ — 1–2 วันทำการ (ประมาณการ)

เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น

  • ต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการและมีลายมือชื่อผู้มีอำนาจ
  • คำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ปลายทางกำหนด
  • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร
  • หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรของผู้รับมอบ หากไม่ได้ยื่นเอง
  • เอกสารที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองแล้ว
  • หนังสือรับรองบริษัทที่ยังอยู่ในกรอบอายุของผู้รับ

ถ้าต้องการให้เอกสารผ่านครบทุกชั้นโดยไม่ต้องเดินเรื่องเอง ทีมที่ปรึกษาของเรารับดูแลตั้งแต่จัดชุดเอกสารจนถึงส่งมอบ ติดต่อสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมล

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา

แฟ้มเอกสารราชการ หนังสือเดินทาง และใบรับรองวางบนเคาน์เตอร์รับเรื่องของหน่วยงานรัฐ
เอกสารที่ใช้ต่างประเทศต้องผ่านลำดับการรับรองที่ถูกต้องก่อนยื่นปลายทาง

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29

คำถามที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลส่วนบุคคลในเอกสารถูกจัดการอย่างไร
เอกสารถูกใช้เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ที่ลูกค้าแจ้งไว้ จัดเก็บตามระยะเวลาที่จำเป็นตามหน้าที่ทางวิชาชีพและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และไม่เปิดเผยต่อบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอม
ข้อมูลบนหน้าเว็บนี้ตรวจทานเมื่อใด
ทุกหน้าแสดงวันที่ตรวจทานล่าสุดไว้ในส่วนแหล่งอ้างอิง เนื่องจากระเบียบของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ
ติดต่ออย่างไรได้เร็วที่สุด
ติดต่อทางโทรศัพท์หรือ LINE ในเวลาทำการเพื่อสอบถามขั้นตอนเบื้องต้น และส่งภาพถ่ายเอกสารที่อ่านได้ชัดมาทางอีเมลหรือ LINE เพื่อให้ประเมินขอบเขตงานได้แม่นยำขึ้น
ควรเริ่มต้นอย่างไรเมื่อไม่แน่ใจว่าต้องรับรองแบบไหน
เริ่มจากคำถามสามข้อ คือ เอกสารจะยื่นกับหน่วยงานใด ประเทศใด และภายในวันที่เท่าไร คำตอบสามข้อนี้กำหนดเส้นทางรับรอง ภาษาที่ต้องแปล และลำดับขั้นตอนทั้งหมด

บริการที่เกี่ยวข้อง

ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล