Deutschsprachige Dienste
MFA + Botschaftslegalisation — Full-Service auf Deutsch Notar-Beglaubigung → MFA → Botschaft als Full-Service. Für DE ab 25.12.2025 nur noch Apostille nötig; weiterhin Standard für Nicht-HCCH-Staaten.
AI Quick Answer
Wann ist die Botschaftslegalisation noch nötig? Für Nicht-HCCH-Staaten. Für DE seit 25.12.2025 nicht mehr — Apostille genügt.
Clients served 16,168+
Cases handled 16,168+
Notarsanwälte 6
Sprachen EN · JP · ZH · KO · DE
Provinzen 77
Bearbeitung Fixed-fee แหล่งอ้างอิง: Thai MFA · Deutsche Botschaft Bangkok
MFA + Botschaftslegalisation — Full-Service auf Deutsch Für Dokumente aus Thailand zur Verwendung in Nicht-HCCH-Staaten ist die zweistufige Legalisation (MFA Consular + Botschaft) erforderlich. Mit dem Beitritt Thailands zum Haager Übereinkommen am 25. Dezember 2025 entfällt diese Doppellegalisation für Deutschland.
Unsere Kanzlei führt Notar-Beglaubigung → MFA → Botschaft als Full-Service durch — mit umfangreicher Erfahrung für DE, CH, AT, sowie Nicht-HCCH-Staaten (UAE, KSA, VN, IR).
Prinzip der Doppellegalisation Vor 2025-12-25 musste jedes deutsche Behörden-Dokument aus Thailand zweistufig legalisiert werden. Nach Beitritt: Apostille genügt für DE.
MFA Consular Affairs (Chaeng Watthana): Standard 2–5 AT, Express taggleich.
Botschaftslegalisation: länderspezifische Formulare, Termine, Übersetzungsanforderungen.
Prozesskette Regelzeit 5–10 AT.
Originalprüfung Notarielle Kopie + Übersetzung EN/DE MFA-Legalisation 2–5 AT oder Express taggleich Botschafts-Termin + Einreichung Versand nach DE Leistungsumfang Privat-, Behörden- und Firmendokumente.
Zeugnisse / Studienleistungen / Geburts- / Heiratsurkunden Handelsregister / Vollmacht / Satzung / Beschlüsse Medizinische Unterlagen / Rezepte / Atteste Polizeiliches Führungszeugnis MFA-Legalisation / Express Botschaften: DE, CH, AT, UAE, KSA, IR, VN, IN Notarielle Übersetzung DHL/EMS-Versand Standard-Workflow Fixhonorar.
Beratung + Vorprüfung Notar / Übersetzung 24–48 h MFA-Einreichung / Abholung Botschafts-Termin & Bearbeitung Versand DE Häufige Botschaften Direkter Kontakt zu Deutscher Botschaft Bangkok (Sathorn), Botschaft der Schweiz, Österreich, sowie Nicht-HCCH-Staaten. Länderprofile mit Form- und Übersetzungsanforderungen werden inhouse gepflegt — First-Time-Pass-Rate 99 %.
Deutsche Botschaft: 9 South Sathorn, beglaubigte Übersetzungen werden nur von gelisteten Übersetzern akzeptiert — wir sind gelistet.
Deutschland Schweiz Österreich UAE Saudi Arabien Vietnam Indien Iran Katar Nur MFA vs MFA+Botschaft vs Apostille Nur MFA: Verwendung innerhalb Thailands.
MFA + Botschaft: vor 2025-12-25 Standard für DE; weiterhin Standard für Nicht-HCCH-Staaten.
Apostille: Ab 2025-12-25 für DE / HCCH-Staaten ausreichend.
Honorare Fixhonorar.
MFA Standard — 5.000–9.000 / Seite + 200 Amtsgebühr MFA Express — 12.000 + 400 Gebühr Botschaftslegalisation — 7.000–18.000 / Seite + Konsulargebühr Notarielle Übersetzung — 800–2.500 / Seite Full-Service-Paket — 18.000–35.000 DHL nach DE — 2.500–4.000 Häufige Fehler Übersetzung von nicht gelistetem Übersetzer Botschafts-Termin fehlt Privatdokument ohne Notar zu MFA Passkopie nicht beglaubigt Dokument > 6 Monate alt Apostille bei Nicht-HCCH-Staaten Brauche ich für DE Apostille oder Botschaft? Ab 2025-12-25 reicht Apostille. Vorherige Botschaftslegalisationen bleiben gültig.
Was ist MFA Express? Taggleiche Bearbeitung, 1,5–2× Honorar. Für eilige Visa / Gerichtsverfahren.
China? Trotz HCCH-Mitgliedschaft fordert Festlandchina teilweise weiterhin Konsularlegalisation — vorab klären.
Firmenunterlagen? Satzung, Handelsregister, Vollmacht, Beschlüsse — alle möglich.
Gültigkeit? Üblicherweise 6 Monate.
Versand nach Deutschland? DHL Express 3–5 AT, EMS 7–10 AT.
LINE — Angebot in 1 AT PDF + Zielland + Frist senden, wir antworten mit Full-Service-Angebot.
แหล่งอ้างอิง / Authority ReferencesWeitere spezialisierte Leistungen Schriftliches Fixangebot Senden Sie Ihre Dokumente per LINE — Antwort innerhalb 1 AT.
คู่มือปฏิบัติ: รับรองเอกสารที่กรมการกงสุลและสถานทูต คำตอบสั้น: เอกสารราชการไทยยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชนต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองก่อน จากนั้นจึงยื่นสถานทูตปลายทาง ลำดับที่ถูกต้องคือ ต้นฉบับ ถูกกฎหมาย แปล รับรองกงสุล และรับรองสถานทูต
รายการเอกสารที่ต้องเตรียมเอกสารราชการไทย
• ต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการและมีลายมือชื่อผู้มีอำนาจ • คำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ปลายทางกำหนด • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร • หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรของผู้รับมอบ หากไม่ได้ยื่นเอง เอกสารเอกชนและเอกสารบริษัท
• เอกสารที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองแล้ว • หนังสือรับรองบริษัทที่ยังอยู่ในกรอบอายุของผู้รับ • คำแปลที่จัดทำโดยผู้แปลที่รับผิดชอบและระบุตัวได้ ผู้ยื่นจากต่างประเทศ
• หนังสือมอบอำนาจที่รับรองแล้วในประเทศที่พำนัก • สำเนาหน้าหนังสือเดินทางที่ชัดเจน • ที่อยู่จัดส่งปลายทางพร้อมผู้รับที่ติดต่อได้ ขั้นตอนการดำเนินการ1. จำแนกประเภทเอกสารและกำหนดลำดับชั้น
แยกว่าเป็นเอกสารราชการหรือเอกสารเอกชน เพราะเอกสารเอกชนต้องเพิ่มชั้นรับรองลายมือชื่อก่อนเสมอ
⏱ ภายในวันเดียว
2. จัดทำคำแปลให้ตรงกับต้นฉบับ
แปลชื่อ วันที่ และเลขที่เอกสารให้ตรงกับต้นฉบับและหนังสือเดินทาง หากมีความไม่ตรงต้องแนบหลักฐานอธิบาย
⏱ 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)
3. ยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์
ยื่นต้นฉบับพร้อมคำแปลตามช่องทางที่กรมการกงสุลเปิดให้บริการ และรับเอกสารที่ประทับตราครบชุด
⏱ 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
4. ยื่นรับรองที่สถานทูตปลายทาง
ยื่นตามระเบียบเฉพาะของแต่ละสถานทูต บางแห่งต้องนัดหมายล่วงหน้าและกำหนดภาษาคำแปลไว้เป็นการเฉพาะ
⏱ 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
5. ตรวจรับและส่งมอบโดยไม่แกะตราครอบ
ตรวจความครบถ้วนของตราประทับทุกชั้น สแกนเก็บสำเนา แล้วจัดส่งแบบมีเลขติดตามให้ผู้รับ
⏱ 1–2 วันทำการ (ประมาณการ)
ข้อควรระวัง• ยื่นเอกสารเอกชนตรงที่กงสุลโดยไม่ผ่านชั้นรับรองลายมือชื่อ ทำให้ถูกปฏิเสธที่หน้าเคาน์เตอร์ • แปลหลังจากรับรองแล้ว ทำให้คำแปลไม่ครอบคลุมตราประทับและต้องยื่นใหม่ • บางประเทศกำหนดอายุเอกสารนับจากวันที่รับรองชั้นสุดท้าย ไม่ใช่วันที่ออกเอกสาร • การถ่ายสำเนาชุดที่รับรองแล้วไปใช้แทนต้นฉบับ ไม่เป็นที่ยอมรับของผู้รับส่วนใหญ่ เส้นทางรับรอง: ก่อนและหลังไทยเข้าเป็นภาคี Apostilleหัวข้อเปรียบเทียบ ปัจจุบัน (รับรองแบบลูกโซ่) ตั้งแต่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 จำนวนชั้นการรับรอง กงสุลไทยและสถานทูตปลายทาง Apostille ชั้นเดียวสำหรับประเทศภาคี ประเทศที่ใช้ได้ ทุกประเทศตามระเบียบของสถานทูตนั้น เฉพาะประเทศภาคีอนุสัญญา ประเทศนอกภาคียังใช้แบบลูกโซ่ ผลต่อการวางแผนงาน ต้องเผื่อคิวสถานทูตเพิ่ม ลดขั้นตอนลง แต่ยังต้องเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง
เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับทำ• วางลำดับชั้นการรับรองให้สั้นที่สุดตามประเทศผู้รับ • ตรวจคำแปลและความสอดคล้องของชื่อกับหนังสือเดินทางก่อนยื่น • ประสานนัดหมายและเตรียมแบบฟอร์มเฉพาะของแต่ละสถานทูต • ให้คำปรึกษาการวางแผนเอกสารล่วงหน้าสำหรับช่วงเปลี่ยนผ่านสู่ Apostille ถ้าต้องการให้เอกสารผ่านครบทุกชั้นโดยไม่ต้องเดินเรื่องเอง ทีมที่ปรึกษาของเรารับดูแลตั้งแต่จัดชุดเอกสารจนถึงส่งมอบ ติดต่อสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมล
ระยะเวลาทั้งหมดเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · สภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ทีมที่ปรึกษาเอกสารและการรับรอง ประสบการณ์ 15 ปีขึ้นไป
เราให้คำปรึกษาตลอดงาน ไม่ใช่รับทำแล้วจบ ก่อนเริ่มงานเราอ่านเอกสารของคุณจริงและตรวจว่าเส้นทางการรับรองที่เลือกตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ ระหว่างงานเราแจ้งสถานะเป็นระยะ และหลังงานเสร็จเรายังตอบคำถามเรื่องการยื่นต่อให้
ก่อนเริ่ม — ประเมินความเสี่ยงเอกสาร ตรวจชื่อ-สกุล วันเดือนปี และเลขเอกสารให้ตรงกันทุกฉบับ ยืนยันว่าหน่วยงานปลายทางต้องการต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือไฟล์ดิจิทัล แจ้งล่วงหน้าหากเอกสารต้องออกใหม่หรือคัดสำเนาก่อน ระหว่างงาน — เดินเรื่องและรายงานสถานะ แจ้งลำดับขั้นที่กำลังดำเนินการและกรอบเวลาโดยประมาณเป็นวันทำการ ประสานงานแก้ไขทันทีเมื่อหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม สรุปค่าใช้จ่ายของหน่วยงานให้ทราบก่อนดำเนินการทุกครั้ง หลังงานเสร็จ — ดูแลต่อจนใช้งานได้จริง อธิบายวิธียื่นเอกสารต่อกับหน่วยงานหรือสถานทูตปลายทาง เก็บสำเนางานไว้ให้ ขอชุดเพิ่มภายหลังได้ ตอบคำถามเพิ่มเติมเมื่อปลายทางขอเอกสารประกอบ เราจัดทำเอกสารตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง การพิจารณาอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานนั้นเสมอ
ส่งไฟล์เอกสารให้เราตรวจเบื้องต้นทาง LINE เพื่อรับคำแนะนำเส้นทางการรับรองและใบเสนอราคา
รับรองเอกสารที่สถานทูต คำแนะนำก่อนดำเนินการตรวจลำดับขั้นให้ครบก่อนยื่น: แปล → นิติกรณ์กรมการกงสุล → สถานทูต สถานทูตส่วนใหญ่ไม่รับเอกสารที่ข้ามขั้น จองคิวออนไลน์ล่วงหน้าเมื่อสถานทูตนั้นเปิดระบบนัดหมาย และพิมพ์ใบนัดไปด้วย เตรียมชุดเอกสารตามจำนวนที่สถานทูตกำหนดจริง บางแห่งขอชุดสำเนาเพิ่มสำหรับเก็บเข้าแฟ้ม ถ้าสถานทูตกำหนดรายชื่อผู้แปลของตนเอง ต้องใช้ผู้แปลในรายชื่อนั้นเท่านั้น ใช้ข้ามสถานทูตไม่ได้ ตรวจปฏิทินวันหยุดของสถานทูต ซึ่งมักหยุดตามวันชาติของประเทศตนเองเพิ่มจากวันหยุดไทย ข้อควรระวังที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับใช้รายชื่อนักแปลสาบานตนของสถานทูตหนึ่งไปยื่นอีกสถานทูตหนึ่ง ยื่นเอกสารที่ยังไม่ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุล ทำให้ถูกปฏิเสธที่เคาน์เตอร์ กรอกแบบฟอร์มของสถานทูตด้วยข้อมูลที่ไม่ตรงกับเอกสารแนบ คาดว่าจะได้เอกสารคืนภายในวันเดียว ทั้งที่หลายแห่งใช้เวลาเป็นวันทำการ ไม่ตรวจว่าปลายทางต้องการตราของสถานทูตในไทย หรือของสถานทูตที่ดูแลไทยจากประเทศเพื่อนบ้าน เตรียมให้พร้อมก่อนเริ่ม เอกสารที่ผ่านนิติกรณ์กรมการกงสุลแล้ว แบบฟอร์มคำร้องของสถานทูตนั้น ๆ กรอกครบถ้วน หนังสือเดินทางหรือเอกสารแสดงตนของผู้ยื่น ข้อมูลที่ผันแปร — ควรตรวจสอบก่อนทุกครั้ง
แต่ละสถานทูตกำหนดค่าธรรมเนียม จำนวนชุด วิธีชำระเงิน และรอบเวลารับ–คืนเอกสารของตนเอง วิธีตรวจสอบ: ตรวจหน้าบริการกงสุลของสถานทูตนั้นโดยตรงในสัปดาห์ที่จะยื่น
บางประเทศไม่มีสถานทูตในไทย และมอบหมายให้สถานทูตในประเทศเพื่อนบ้านดูแล วิธีตรวจสอบ: ตรวจรายชื่อคณะผู้แทนทางการทูตของกระทรวงการต่างประเทศ แล้วยืนยันกับสถานทูตที่ดูแลข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยรายกรณี เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ
แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · รายชื่อคณะผู้แทนทางการทูตในประเทศไทย (กระทรวงการต่างประเทศ) · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-04
Mr. JirasakNotarial Services Attorney (ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร) · ใบอนุญาตสภาทนายความ — Notarial Services Attorney Reviewed 2026-07-29 งานรับรองกงสุล/สถานทูตถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไรคำตอบสั้น: กรณีที่ถูกตีกลับบ่อยคือใช้สำเนาแทนต้นฉบับ คำแปลไม่ตรงชื่อ-สกุลตามหนังสือเดินทาง เอกสารต้นเรื่องออกเกินอายุที่ปลายทางกำหนด และยื่นผิดลำดับหรือผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง แก้ได้โดยขอเอกสารต้นเรื่องใหม่และเดินลำดับรับรองให้ครบชั้น
กรมการกงสุลไม่รับเพราะเป็นสำเนาที่ไม่มีการรับรองจากหน่วยงานผู้ออก สาเหตุที่แท้จริงใช้สำเนาถ่ายเอกสารหรือไฟล์พิมพ์เอง แทนต้นฉบับหรือสำเนาที่หน่วยงานผู้ออกรับรอง ป้องกันก่อนยื่นขอคัดสำเนาที่รับรองจากอำเภอ/สำนักทะเบียน/สถาบันผู้ออกก่อนเสมอ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับคัดเอกสารใหม่จากหน่วยงานผู้ออก แล้วยื่นรับรองอีกครั้ง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 1–7 วันทำการ (ประมาณการ) ตามคิวของหน่วยงานผู้ออก คำแปลสะกดชื่อไม่ตรงกับหนังสือเดินทาง สาเหตุที่แท้จริงผู้แปลถอดเสียงเอง ไม่ได้ยึดการสะกดตามหนังสือเดินทางหรือทะเบียนราษฎร ป้องกันก่อนยื่นส่งสำเนาหนังสือเดินทางให้ผู้แปลใช้เป็นมาตรฐานการสะกดทุกฉบับในชุด วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับแก้คำแปลให้ตรงและยื่นรับรองคำแปลใหม่ทั้งชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ) สถานทูตปลายทางแจ้งว่าเอกสารเก่าเกินกำหนด สาเหตุที่แท้จริงปลายทางกำหนดอายุเอกสาร (เช่น ออกไม่เกิน 3 หรือ 6 เดือน) แต่ใช้ฉบับที่คัดไว้นาน ป้องกันก่อนยื่นตรวจเงื่อนไขอายุเอกสารของปลายทางก่อนคัดเอกสาร และวางคิวงานให้จบภายในกรอบนั้น วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับคัดเอกสารใหม่และเร่งเดินสายรับรองให้จบภายในอายุที่กำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 5–15 วันทำการ (ประมาณการ) เพราะต้องเริ่มทั้งสายใหม่ ยื่นผิดหน่วยงานเจ้าของเรื่อง สาเหตุที่แท้จริงเอกสารการศึกษา/การแพทย์/ตำรวจ บางประเภทต้องผ่านต้นสังกัดก่อนถึงกรมการกงสุล ป้องกันก่อนยื่นระบุประเภทเอกสารและหน่วยงานผู้ออกให้ชัด แล้วตรวจสายอนุมัติก่อนตั้งเรื่อง วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับนำเอกสารไปรับรองจากต้นสังกัดก่อน แล้วยื่นกรมการกงสุลใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ) ปลายทางขอ Apostille แต่ได้รับ legalization แบบเดิม (หรือกลับกัน) สาเหตุที่แท้จริงไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille โดยมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ช่วงเปลี่ยนผ่านจึงมีความสับสนว่าปลายทางรับแบบใด ป้องกันก่อนยื่นตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทางจาก HCCH และยืนยันกับผู้รับว่ารับ Apostille หรือไม่ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับขอรับรองในรูปแบบที่ปลายทางระบุ โดยใช้เอกสารต้นเรื่องชุดเดิมหากยังไม่เกินอายุ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 2–7 วันทำการ (ประมาณการ) ตราหรือเล่มเอกสารเสียหายระหว่างขนส่ง จึงถูกปฏิเสธ สาเหตุที่แท้จริงถอดลวดเย็บเพื่อสแกน หรือพับทับตราประทับ ป้องกันก่อนยื่นห้ามแกะเล่มหลังรับรอง สแกนโดยไม่ถอดลวด และใช้ซองแข็งในการส่ง วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับขอออกใบรับรองใหม่จากหน่วยงานที่ออกฉบับที่เสียหาย
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ) เราตรวจตั้งแต่ต้นทางว่าเอกสารของคุณต้องผ่านกี่ชั้น หน่วยงานใดก่อน-หลัง และอายุเอกสารพอถึงวันยื่นหรือไม่ ถ้าไม่อยากเสี่ยงเดินรอบสอง ให้ทีมเราวางไทม์ไลน์และดำเนินการแทนได้ทั้งสาย
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม เอกสารราชการไทยยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ได้โดยตรง ส่วนเอกสารเอกชนต้องผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองก่อน จากนั้นจึงยื่นสถานทูตปลายทาง ลำดับที่ถูกต้องคือ ต้นฉบับ ถูกกฎหมาย แปล รับรองกงสุล และรับรองสถานทูต
ขั้นตอนการทำงานจำแนกประเภทเอกสารและกำหนดลำดับชั้น — ภายในวันเดียวจัดทำคำแปลให้ตรงกับต้นฉบับ — 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)ยื่นรับรองที่กองสัญชาติและนิติกรณ์ — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)ยื่นรับรองที่สถานทูตปลายทาง — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)ตรวจรับและส่งมอบโดยไม่แกะตราครอบ — 1–2 วันทำการ (ประมาณการ) เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น• ต้นฉบับที่ออกโดยหน่วยงานราชการและมีลายมือชื่อผู้มีอำนาจ • คำแปลภาษาอังกฤษหรือภาษาที่ปลายทางกำหนด • สำเนาบัตรประชาชนหรือหนังสือเดินทางของเจ้าของเอกสาร • หนังสือมอบอำนาจพร้อมสำเนาบัตรของผู้รับมอบ หากไม่ได้ยื่นเอง • เอกสารที่ผ่านการรับรองลายมือชื่อโดยทนายผู้ทำคำรับรองแล้ว • หนังสือรับรองบริษัทที่ยังอยู่ในกรอบอายุของผู้รับ ถ้าต้องการให้เอกสารผ่านครบทุกชั้นโดยไม่ต้องเดินเรื่องเอง ทีมที่ปรึกษาของเรารับดูแลตั้งแต่จัดชุดเอกสารจนถึงส่งมอบ ติดต่อสอบถามได้ทาง LINE โทรศัพท์ หรืออีเมล
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา
เอกสารที่ใช้ต่างประเทศต้องผ่านลำดับการรับรองที่ถูกต้องก่อนยื่นปลายทาง แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29
คำถามที่เกี่ยวข้อง
ข้อมูลส่วนบุคคลในเอกสารถูกจัดการอย่างไร เอกสารถูกใช้เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ที่ลูกค้าแจ้งไว้ จัดเก็บตามระยะเวลาที่จำเป็นตามหน้าที่ทางวิชาชีพและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และไม่เปิดเผยต่อบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอม
ข้อมูลบนหน้าเว็บนี้ตรวจทานเมื่อใด ทุกหน้าแสดงวันที่ตรวจทานล่าสุดไว้ในส่วนแหล่งอ้างอิง เนื่องจากระเบียบของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ
ติดต่ออย่างไรได้เร็วที่สุด ติดต่อทางโทรศัพท์หรือ LINE ในเวลาทำการเพื่อสอบถามขั้นตอนเบื้องต้น และส่งภาพถ่ายเอกสารที่อ่านได้ชัดมาทางอีเมลหรือ LINE เพื่อให้ประเมินขอบเขตงานได้แม่นยำขึ้น
ควรเริ่มต้นอย่างไรเมื่อไม่แน่ใจว่าต้องรับรองแบบไหน เริ่มจากคำถามสามข้อ คือ เอกสารจะยื่นกับหน่วยงานใด ประเทศใด และภายในวันที่เท่าไร คำตอบสามข้อนี้กำหนดเส้นทางรับรอง ภาษาที่ต้องแปล และลำดับขั้นตอนทั้งหมด บริการที่เกี่ยวข้อง ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล