한국어 서비스
태국 헤이그 아포스티유 — 2025년 12월 신규
2025-12-25 태국 HCCH 발효. 한국은 가입국이므로 영사인증 없이 아포스티유 1회로 충분.
태국 헤이그 아포스티유 — 2025년 12월 신규
태국은 2025년 12월 25일부로 HCCH 1961 협약이 발효되어, 가입국에서 사용하는 태국 발급 공문서에 아포스티유 1회로 충분합니다.
당사는 발효 전부터 MFA·외교 부서와 시뮬레이션을 마쳤으며 학위·혼인·법인 서류 아포스티유를 우선 처리합니다.
법적 근거
HCCH 1961년 외국공문서 인증 폐지 협약. 태국은 2024년 가입, 2025-12-25 발효.
발급 권한: 태국 외교부 영사국(Consular Affairs, 짱왓타나).
한국은 HCCH 가입국이므로 한국 사용 서류는 아포스티유로 충분, 주태한국대사관 영사인증 불요.
프로세스
표준 3–7영업일.
- 원본 / 변호사 공증 사본 준비
- 영문·대상언어 공증 번역
- MFA 아포스티유 제출
- 2–5영업일 발급
- 한국·해외 송부
서비스 범위
학위·혼인·출생·법인·MOU 등 전 분야.
- 학위 / 성적 / 졸업증명
- 혼인·출생·이혼·가족관계
- 법인등기 / 정관 / 위임장 / 이사회결의
- 의료 / 약학 면허
- 경찰 무범죄증명
- 공증 번역(영·한·중·일·독·불·스페인·아랍)
- 국제 특송
표준 워크플로
고정 보수.
- 상담 + 검토
- 공증 / 번역 24–48시간
- MFA 아포스티유 제출 및 수령
- 해외 송부
한국 사용 사례
한국 가족관계등록부 입력, 영주권·취업비자 신청, 학위 인정, 결혼 등록, 사업자등록, 부동산 거래 등. 한국에서는 외교부 또는 법무부가 아포스티유 검증.
독·일·EU·영·호주·뉴질랜드 등 122개 가입국 동일 적용.
- 한국 출입국·외국인청
- 법원 / 등기소
- 대학·학력인정원
- 금융기관 KYC
- 의료기관 면허
아포스티유 vs 영사 인증
아포스티유: HCCH 122개국, 1회 단계, 빠르고 저렴.
영사 인증: 비가입국(중동 일부·중국 일부)에 필요, MFA + 대사관 2단계.
한국 등 HCCH 가입국은 아포스티유 권장.
수임료
고정 보수.
- MFA 아포스티유 — 5,500–9,500 / 페이지 + 관납료 200
- 익스프레스 — 13,000 + 관납료 400
- 공증 번역 — 800–2,500 / 페이지
- 풀서비스 패키지 — 15,000–28,000
- 국제 특송 — 1,500–3,500
자주 발생하는 오류
- 비가입국 사용 서류에 아포스티유만 첨부
- 사문서를 공증 없이 제출
- 한국 학력은 한국 외교부 아포스티유 필요(태국에서 불가)
- 유효기간 6개월 경과
한국에서 아포스티유 즉시 인정?
예. 2025-12-25부터 태국 발급 공문서는 한국에서 아포스티유 1회로 충분.
한국 발급 서류를 태국에서 사용?
한국 외교부 아포스티유 후 태국에서 공증 번역만 추가.
발급 기한?
MFA 정상 2–5영업일, 익스프레스 당일.
중국 사용?
중국 본토는 일부 기관 영사인증 추가 요구, 사전 확인 권장.
법인서류?
정관·등기·이사회결의 모두 가능.
사문서?
변호사 공증 후 가능.
LINE 견적 1영업일
PDF 송부 시 가입국 여부 검토 + 고정 견적 회신.
แหล่งอ้างอิง / Authority References
서면 고정 견적
LINE으로 서류를 보내주시면 1영업일 내에 회신드립니다.
คู่มือปฏิบัติ: Apostille และการเตรียมตัวก่อน 28 กุมภาพันธ์ 2570
คำตอบสั้น: Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง
รายการเอกสารที่ต้องเตรียม
เอกสารส่วนบุคคล
- • ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน
- • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร
- • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ
เอกสารองค์กร
- • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
- • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน
- • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ
เอกสารที่ออกจากต่างประเทศ
- • ต้นฉบับที่มี Apostille จากประเทศผู้ออกแล้ว
- • คำแปลภาษาไทยสำหรับใช้ในราชการไทย
- • หลักฐานความเชื่อมโยงของชื่อ หากสะกดต่างจากเอกสารไทย
ขั้นตอนการดำเนินการ
1. ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง
ตรวจตารางสถานะของ HCCH ว่าประเทศผู้รับเป็นภาคีหรือไม่ และมีการคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของอีกฝ่ายหรือไม่
⏱ ภายในวันเดียว
2. เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา
หากต้องใช้เอกสารก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ให้วางแผนแบบลูกโซ่ หากใช้หลังจากนั้นและปลายทางเป็นภาคี จึงวางแผนแบบ Apostille
⏱ ภายในวันเดียว
3. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง
ขอต้นฉบับใหม่หากฉบับเดิมเก่าเกินกรอบอายุของผู้รับ และจัดทำคำแปลที่ตรงกับต้นฉบับทุกจุด
⏱ 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
4. ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก
ยื่นที่หน่วยงานผู้มีอำนาจตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในขั้นก่อนหน้า และเก็บหลักฐานการยื่นทุกใบ
⏱ 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
5. ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล
ตรวจเลขที่ใบรับรอง วันที่ และหน่วยงานผู้ออก แล้วเก็บสำเนาดิจิทัลไว้อ้างอิงกรณีผู้รับขอตรวจสอบย้อนกลับ
⏱ 1 วันทำการ (ประมาณการ)
ข้อควรระวัง
- • เข้าใจผิดว่า Apostille ใช้ได้กับไทยแล้วในขณะนี้ ทำให้วางแผนเวลาผิดพลาด
- • ประเทศภาคีบางคู่มีข้อคัดค้านระหว่างกัน ทำให้ต้องกลับไปใช้การรับรองแบบลูกโซ่
- • Apostille รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับ ไม่ได้รับรองเนื้อหาในเอกสาร
- • คำแปลที่จัดทำหลังออก Apostille อาจต้องรับรองเพิ่มในประเทศปลายทาง
Apostille กับการรับรองแบบลูกโซ่
| หัวข้อเปรียบเทียบ | Apostille | รับรองแบบลูกโซ่ |
|---|
| จำนวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง | หน่วยงานผู้มีอำนาจแห่งเดียว | กงสุลของประเทศต้นทางและสถานทูตปลายทาง |
|---|
| ขอบเขตการใช้งาน | เฉพาะระหว่างประเทศภาคีที่ไม่มีข้อคัดค้านระหว่างกัน | ใช้ได้กับทุกประเทศตามระเบียบของสถานทูตนั้น |
|---|
| สิ่งที่รับรอง | ลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราประทับของผู้ออกเอกสาร | ลายมือชื่อในแต่ละชั้นตามลำดับ |
|---|
| การวางแผนเวลา | สั้นลง แต่ยังขึ้นกับคิวของหน่วยงานผู้มีอำนาจ | ต้องเผื่อคิวของสถานทูตปลายทางเพิ่ม |
|---|
เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับทำ
- • ประเมินว่าเอกสารของคุณควรใช้เส้นทางใดตามวันใช้งานจริง
- • วางแผนล่วงหน้าสำหรับองค์กรที่มีเอกสารจำนวนมากในช่วงเปลี่ยนผ่าน
- • ตรวจสอบสถานะภาคีและข้อคัดค้านของคู่ประเทศให้ก่อนเริ่มงาน
- • ให้คำแนะนำเรื่องอายุเอกสารและรอบการต่ออายุเอกสารองค์กร
ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ
ระยะเวลาทั้งหมดเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ทีมที่ปรึกษาเอกสารและการรับรอง ประสบการณ์ 15 ปีขึ้นไป
เราให้คำปรึกษาตลอดงาน ไม่ใช่รับทำแล้วจบ
ก่อนเริ่มงานเราอ่านเอกสารของคุณจริงและตรวจว่าเส้นทางการรับรองที่เลือกตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ ระหว่างงานเราแจ้งสถานะเป็นระยะ และหลังงานเสร็จเรายังตอบคำถามเรื่องการยื่นต่อให้
ก่อนเริ่ม — ประเมินความเสี่ยงเอกสาร
- ตรวจชื่อ-สกุล วันเดือนปี และเลขเอกสารให้ตรงกันทุกฉบับ
- ยืนยันว่าหน่วยงานปลายทางต้องการต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือไฟล์ดิจิทัล
- แจ้งล่วงหน้าหากเอกสารต้องออกใหม่หรือคัดสำเนาก่อน
ระหว่างงาน — เดินเรื่องและรายงานสถานะ
- แจ้งลำดับขั้นที่กำลังดำเนินการและกรอบเวลาโดยประมาณเป็นวันทำการ
- ประสานงานแก้ไขทันทีเมื่อหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
- สรุปค่าใช้จ่ายของหน่วยงานให้ทราบก่อนดำเนินการทุกครั้ง
หลังงานเสร็จ — ดูแลต่อจนใช้งานได้จริง
- อธิบายวิธียื่นเอกสารต่อกับหน่วยงานหรือสถานทูตปลายทาง
- เก็บสำเนางานไว้ให้ ขอชุดเพิ่มภายหลังได้
- ตอบคำถามเพิ่มเติมเมื่อปลายทางขอเอกสารประกอบ
เราจัดทำเอกสารตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง การพิจารณาอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานนั้นเสมอ
ส่งไฟล์เอกสารให้เราตรวจเบื้องต้นทาง LINE เพื่อรับคำแนะนำเส้นทางการรับรองและใบเสนอราคา
Apostille และการรับรองข้ามประเทศ
คำแนะนำก่อนดำเนินการ
- แยกให้ชัดว่าเอกสารเดินทาง “ออกจากไทย” หรือ “เข้าสู่ไทย” เพราะสองทิศทางใช้เส้นทางรับรองคนละแบบ
- เอกสารต่างประเทศที่มี Apostille แล้ว เมื่อนำมาใช้ในไทยยังต้องแปลเป็นไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย
- ตรวจว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาหรือไม่ ก่อนวางแผนขั้นตอนทั้งหมด
- เก็บสำเนาสีของ Apostille ไว้ เพราะบางหน่วยงานขอดูคู่กับต้นฉบับ
- ถ้าเอกสารมีหลายฉบับ ให้ตรวจว่าปลายทางต้องการ Apostille แยกรายฉบับหรือรับแบบชุดเดียว
ข้อควรระวังที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ
- เข้าใจว่าไทยออก Apostille ได้แล้วในวันนี้ — อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนหน้านั้นยังใช้สายงานกงสุล–สถานทูต
- คิดว่า Apostille ทดแทนการแปลได้ ทั้งที่เป็นการรับรองที่มาของลายมือชื่อและตราเท่านั้น
- ขอ Apostille จากหน่วยงานที่ไม่ใช่ผู้มีอำนาจออก (Competent Authority) ของประเทศนั้น
- เย็บเล่มหรือแยกแผ่น Apostille ออกจากเอกสารหลัก ทำให้ปลายทางปฏิเสธ
- ยื่นเอกสารที่ถ่ายสำเนาหลังติด Apostille แล้ว โดยไม่ได้นำต้นฉบับไปแสดง
เตรียมให้พร้อมก่อนเริ่ม
- ระบุประเทศปลายทางและสถานะภาคีอนุสัญญาให้ชัด
- ต้นฉบับเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ
- ข้อกำหนดเรื่องภาษาของคำแปลจากหน่วยงานที่จะรับเอกสาร
ข้อมูลที่ผันแปร — ควรตรวจสอบก่อนทุกครั้ง
- รายชื่อภาคีอนุสัญญาและวันมีผลบังคับใช้เปลี่ยนแปลงได้ตลอด รวมถึงกรณีมีรัฐคัดค้านการเข้าเป็นภาคี
- วิธีตรวจสอบ: ตรวจตารางสถานะภาคีของ HCCH ในวันที่วางแผนดำเนินการ
- หน่วยงานผู้มีอำนาจออก Apostille ต่างกันในแต่ละประเทศ บางแห่งเป็นกระทรวงการต่างประเทศ บางแห่งเป็นศาลหรือมลรัฐ
- วิธีตรวจสอบ: ดูรายชื่อ Competent Authority ของประเทศนั้นในเว็บไซต์ HCCH
ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยรายกรณี เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-04
คำขอ Apostille ถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไร
คำตอบสั้น: ปัญหาหลักคือขอ Apostille กับเอกสารที่ยังไม่ใช่ “เอกสารมหาชน” ในความหมายของอนุสัญญา ปลายทางไม่ได้เป็นภาคี และเข้าใจวันมีผลบังคับใช้ของไทยคลาดเคลื่อน (28 กุมภาพันธ์ 2570) แก้ได้โดยแปลงเอกสารให้เข้าเงื่อนไขก่อน แล้วเลือกเส้นทางรับรองให้ตรงกับสถานะภาคีของปลายทาง
เอกสารเอกชนถูกปฏิเสธเพราะไม่เข้าข่ายเอกสารมหาชน
- สาเหตุที่แท้จริง
- สัญญา จดหมาย หรือหนังสือมอบอำนาจของเอกชนยังไม่มีการรับรองโดยเจ้าพนักงานที่อนุสัญญายอมรับ
- ป้องกันก่อนยื่น
- ให้ทนาย Notarial Services Attorney ทำคำรับรองก่อน เพื่อยกระดับเป็นเอกสารที่รับรองได้
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- ทำคำรับรองลายมือชื่อ/สำเนาถูกต้อง แล้วยื่นขอรับรองใหม่
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)
ปลายทางไม่รับ Apostille เพราะไม่ได้เป็นภาคี
- สาเหตุที่แท้จริง
- เลือกเส้นทางจากคำแนะนำทั่วไป ไม่ได้ตรวจสถานะภาคีจริงของประเทศผู้รับ
- ป้องกันก่อนยื่น
- ตรวจ status table ของ HCCH ก่อนตัดสินใจ และยืนยันกับผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- เปลี่ยนเป็นเส้นทางรับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
ยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับไทย
- สาเหตุที่แท้จริง
- เข้าใจว่าวันเข้าเป็นภาคีคือวันที่ใช้ได้ทันที
- ป้องกันก่อนยื่น
- วางแผนงานโดยยึดวันมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 และเตรียมเส้นทางสำรองไว้
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- ใช้เส้นทางรับรองเดิมไปก่อนหากกำหนดยื่นเร่งด่วน
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
ปลายทางแจ้งว่าคำแปลไม่ได้ถูกคลุมด้วยใบรับรอง
- สาเหตุที่แท้จริง
- รับรองเฉพาะต้นฉบับ แต่แนบคำแปลที่ไม่ได้อยู่ในชุดที่รับรอง
- ป้องกันก่อนยื่น
- ยืนยันกับผู้รับว่าต้องรับรองต้นฉบับ คำแปล หรือทั้งสองอย่าง
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- ผูกคำแปลเข้าชุดและขอรับรองเพิ่มตามที่ปลายทางกำหนด
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
ผู้รับต้องการไฟล์ที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ แต่ได้รับกระดาษ (หรือกลับกัน)
- สาเหตุที่แท้จริง
- ไม่ได้ระบุรูปแบบผลลัพธ์ตั้งแต่ต้น ระหว่างฉบับกระดาษกับ e-Apostille
- ป้องกันก่อนยื่น
- ถามผู้รับว่าต้องยื่นแบบอัปโหลด แบบกระดาษ หรือส่งไปรษณีย์
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- ขอออกในรูปแบบที่ตรงกับช่องทางการยื่นของผู้รับ
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 1–5 วันทำการ (ประมาณการ)
ต้องใช้หลายประเทศแต่มีใบรับรองใบเดียว
- สาเหตุที่แท้จริง
- ยื่นต้นฉบับเดียวโดยไม่ได้คัดชุดสำรองสำหรับปลายทางอื่น
- ป้องกันก่อนยื่น
- คัดเอกสารต้นเรื่องหลายชุดตั้งแต่แรกเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายประเทศ
- วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
- คัดชุดใหม่และเดินรับรองเพิ่มต่อชุด
- ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
- เพิ่ม 5–12 วันทำการ (ประมาณการ) ต่อชุด
ก่อนยื่นทุกครั้ง เราตรวจให้ว่าเอกสารของคุณเข้าเงื่อนไขเอกสารมหาชนหรือยัง ปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และควรใช้เส้นทางใดในช่วงเปลี่ยนผ่าน — ปรึกษาทีมเราก่อนเสียเวลาเดินเอง
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม
Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง
ขั้นตอนการทำงาน
- ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง — ภายในวันเดียว
- เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา — ภายในวันเดียว
- จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
- ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
- ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล — 1 วันทำการ (ประมาณการ)
เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น
- • ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน
- • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร
- • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ
- • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
- • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน
- • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ
ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา
งานรับรองที่กรมการกงสุลและสถานทูตมีคิว รอบเวลา และเอกสารประกอบที่ต่างกันในแต่ละหน่วยงานแหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ
ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29
คำถามที่เกี่ยวข้อง
- Apostille ครอบคลุมคำแปลด้วยหรือไม่
- Apostille รับรองลายมือชื่อและตราของผู้ออกเอกสาร ไม่ได้รับรองเนื้อหาหรือคุณภาพคำแปล หลายประเทศจึงยังกำหนดให้คำแปลทำโดยผู้แปลที่ได้รับการยอมรับในประเทศนั้น
- ควรวางแผนล่วงหน้าอย่างไร
- ควรตรวจว่าเอกสารต้องยื่นเมื่อใด ประเทศปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และมีข้อกำหนดอายุเอกสารหรือไม่ แล้วจึงเลือกเส้นทางรับรองที่ถูกต้องตั้งแต่ต้นเพื่อลดการทำซ้ำ
- ควรเริ่มต้นอย่างไรเมื่อไม่แน่ใจว่าต้องรับรองแบบไหน
- เริ่มจากคำถามสามข้อ คือ เอกสารจะยื่นกับหน่วยงานใด ประเทศใด และภายในวันที่เท่าไร คำตอบสามข้อนี้กำหนดเส้นทางรับรอง ภาษาที่ต้องแปล และลำดับขั้นตอนทั้งหมด
- ทำไมเว็บไซต์ไม่แสดงค่าบริการ
- เพราะขอบเขตงานต่างกันมากตามจำนวนเอกสาร ภาษา และขั้นตอนกงสุลที่เกี่ยวข้อง เราจึงประเมินตามงานจริงและแจ้งรายละเอียดผ่านโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
บริการที่เกี่ยวข้อง
ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล