ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law logo
Thai Notary Law
Hague Convention 1961 125+ ประเทศสมาชิก

Apostille — ทางลัดรับรองเอกสารใช้ทั่วโลก

ลดขั้นตอนจาก Notary → MFA → Embassy เหลือ Notary → Apostille — เร็วกว่า 50–70% ค่าใช้จ่ายลดลงครึ่งหนึ่ง ใช้ได้ในประเทศสมาชิก Hague Convention กว่า 125 ประเทศ

เอกสารยอดนิยมที่ทำ Apostille

ประเทศปลายทางยอดนิยม

สหรัฐอเมริกา (United States)

Secretary of State ของแต่ละรัฐ + กระทรวงต่างประเทศสหรัฐ

เข้าเป็นภาคี: 1981

สหราชอาณาจักร (United Kingdom)

FCDO Legalisation Office (Milton Keynes)

เข้าเป็นภาคี: 1965

ออสเตรเลีย (Australia)

DFAT (กรมการต่างประเทศและการค้าออสเตรเลีย)

เข้าเป็นภาคี: 1995

เยอรมนี (Germany)

หน่วยงานเขตของแต่ละรัฐ (Bezirksregierung) หรือ BVA สำหรับเอกสารกลาง

เข้าเป็นภาคี: 1965

ฝรั่งเศส (France)

ศาลอุทธรณ์ (Cour d'Appel) ในเขตที่เอกสารถูกออก

เข้าเป็นภาคี: 1965

ญี่ปุ่น (Japan)

กระทรวงการต่างประเทศญี่ปุ่น (โตเกียว/โอซาก้า)

เข้าเป็นภาคี: 1970

เกาหลีใต้ (South Korea)

กระทรวงต่างประเทศเกาหลี + Ministry of Justice

เข้าเป็นภาคี: 2007

อินเดีย (India)

กระทรวงการต่างประเทศอินเดีย ผ่าน outsourced agency

เข้าเป็นภาคี: 2005

ฟิลิปปินส์ (Philippines)

DFA Aseana (และศูนย์ภูมิภาค)

เข้าเป็นภาคี: 2019

สิงคโปร์ (Singapore)

SAL (Singapore Academy of Law)

เข้าเป็นภาคี: 2021

จีน (China)

MFA จีน + สำนักต่างประเทศแต่ละมณฑล

เข้าเป็นภาคี: 2023

นิวซีแลนด์ (New Zealand)

DIA (Department of Internal Affairs)

เข้าเป็นภาคี: 2001

แคนาดา (Canada)

Global Affairs Canada + หน่วยรัฐ (ON, QC, AB, BC, SK)

เข้าเป็นภาคี: 2024

ประเทศไทย (Thailand)

กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (มีผล 28 ก.พ. 2570)

เข้าเป็นภาคี: Acceded 30 June 2026 (entry into force 28 February 2027)

ขั้นตอน Apostille (เอกสารไทย → ต่างประเทศ)

  1. 1
    เตรียมเอกสาร

    คัดเอกสารฉบับใหม่จากหน่วยงานที่ออก (อายุ ≤ 6 เดือน)

  2. 2
    แปล + Notary

    แปลเป็นภาษาราชการปลายทาง + Notary รับรองคำแปล/ลายเซ็น

  3. 3
    Apostille MFA

    ยื่นกรมการกงสุล (แจ้งวัฒนะ) ขอ Apostille — 2–3 วันทำการ

  4. 4
    ใช้ในประเทศปลายทาง

    ใช้ได้ทันทีในประเทศสมาชิก Hague — ไม่ต้องผ่านสถานทูต

หมายเหตุสำคัญ — สถานะไทย (2025)

ไทยลงนามภาคยานุวัติแล้วและจะมีผลบังคับใช้ 28 ก.พ. 2570 — ก่อนวันมีผล เอกสารไทยที่จะส่งต่างประเทศยังต้องใช้ Consular Legalization (MFA + สถานทูต) ตามเดิม · เอกสารจากต่างประเทศที่ apostille แล้วใช้ในไทยได้ทันทีโดยไม่ต้องผ่านสถานทูตไทย

คำถามที่พบบ่อย — Apostille

Apostille คืออะไร?
Apostille คือใบรับรองตามอนุสัญญากรุงเฮก ค.ศ. 1961 ที่ใช้แทนการรับรองสถานทูตสำหรับเอกสารที่จะใช้ระหว่างประเทศสมาชิก ลดขั้นตอนจาก Notary→MFA→Embassy เหลือเพียง Notary→Apostille — ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่ายลง 50–70%
ไทยเข้าร่วม Apostille แล้วหรือยัง?
ไทยลงนามภาคยานุวัติอนุสัญญา Hague Apostille แล้ว และมีผลบังคับใช้กับประเทศไทยวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (28 Feb 2027) — ก่อนวันมีผล เอกสารไทยส่งต่างประเทศยังต้องใช้ระบบ MFA + สถานทูตปลายทาง · เอกสารต่างประเทศจากประเทศสมาชิก Hague ที่จะใช้ในไทยสามารถใช้ Apostille ได้แล้วในขณะนี้
เอกสารใดบ้างที่ apostille ได้?
เอกสารราชการ (สูติบัตร ทะเบียนสมรส ใบหย่า) · เอกสารการศึกษา (ทรานสคริปต์ ปริญญาบัตร) · เอกสารกฎหมาย (POA คำพิพากษา ใบรับรองความประพฤติ) · เอกสารบริษัท (DBD บอจ.5 Board Resolution) · เอกสารที่ Notary Public รับรองแล้ว — รวมเอกสารหลักๆ ที่ใช้บ่อยทั้งหมด
ขั้นตอนทำ Apostille ของเอกสารไทย (หลัง 2026) เป็นอย่างไร?
1) คัดเอกสารตัวจริงจากหน่วยงานที่ออก 2) แปลเป็นภาษาราชการประเทศปลายทางโดยนักแปลขึ้นทะเบียน MFA 3) Notary Public รับรองคำแปล + ลายเซ็น (กรณีเอกสารส่วนตัว) 4) ยื่นกรมการกงสุล (MFA แจ้งวัฒนะ) ขอ Apostille — ใช้เวลา 2–3 วันทำการ ค่าธรรมเนียม 200 บาท/เซ็น
ค่าบริการ Apostille ของเรา?
Apostille pack สอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล (รวมค่าธรรมเนียม MFA, แปลรับรอง, Notary, จัดส่งคืน) · เพิ่มแต่ละฉบับเพิ่ม +1,500 บาท · เคสด่วน 24 ชั่วโมง +1,500 บาท
เอกสาร Apostille ใช้ได้กี่ประเทศ?
ปัจจุบันมีประเทศสมาชิกอนุสัญญา Hague Apostille กว่า 125 ประเทศทั่วโลก เราให้บริการครอบคลุม 34+ ประเทศหลักที่คนไทยใช้บ่อย ทั้งสหรัฐฯ UK เยอรมัน ฝรั่งเศส ออสเตรเลีย ญี่ปุ่น เกาหลี จีน อินเดีย ฟิลิปปินส์ สิงคโปร์ เป็นต้น
Apostille ต่างจาก Embassy Legalization อย่างไร?
Apostille = ใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศสมาชิก (เร็ว ถูก) · Embassy Legalization = ระบบ 2 ชั้น (MFA + สถานทูต) สำหรับประเทศนอกสมาชิก — ดูตารางเปรียบเทียบได้ที่หน้า Embassy vs Apostille ของเรา
ใช้กับวีซ่าทำงาน/เรียน/แต่งงานต่างประเทศได้ไหม?
ได้ทั้งหมด — Apostille เป็นมาตรฐานที่ทูต ตม. มหาวิทยาลัย และนายจ้างต่างประเทศยอมรับเป็นอันดับแรก ลดความเสี่ยงเอกสารถูกปฏิเสธจากการรับรองไม่ครบถ้วน

แหล่งอ้างอิง / Authority References

Apostille รายประเทศยอดนิยม

Apostille สหรัฐอเมริกา
Secretary of State (each U.S. state) + U.S. Department of State
ดูรายละเอียด
Apostille สหราชอาณาจักร
FCDO Legalisation Office
ดูรายละเอียด
Apostille ออสเตรเลีย
DFAT — Department of Foreign Affairs and Trade
ดูรายละเอียด
Apostille เยอรมนี
Regional Bezirksregierung / Landgericht / Bundesverwaltungsamt
ดูรายละเอียด
Apostille ฝรั่งเศส
Cour d'Appel
ดูรายละเอียด
Apostille ญี่ปุ่น
Ministry of Foreign Affairs of Japan (Tokyo / Osaka)
ดูรายละเอียด
Apostille เกาหลีใต้
Ministry of Foreign Affairs of Korea
ดูรายละเอียด
Apostille อินเดีย
MEA — Ministry of External Affairs
ดูรายละเอียด
Apostille ฟิลิปปินส์
DFA — Department of Foreign Affairs
ดูรายละเอียด
Apostille สิงคโปร์
Singapore Academy of Law
ดูรายละเอียด
Apostille จีน
Ministry of Foreign Affairs of PRC + provincial Foreign Affairs Offices
ดูรายละเอียด
Apostille นิวซีแลนด์
DIA — Department of Internal Affairs
ดูรายละเอียด
Apostille แคนาดา
Global Affairs Canada + provincial authorities
ดูรายละเอียด
Apostille ประเทศไทย
Department of Consular Affairs, MFA (effective 28 February 2027)
ดูรายละเอียด

Apostille แยกตามประเภทเอกสาร

คำขอ Apostille ถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไร

คำตอบสั้น: ปัญหาหลักคือขอ Apostille กับเอกสารที่ยังไม่ใช่ “เอกสารมหาชน” ในความหมายของอนุสัญญา ปลายทางไม่ได้เป็นภาคี และเข้าใจวันมีผลบังคับใช้ของไทยคลาดเคลื่อน (28 กุมภาพันธ์ 2570) แก้ได้โดยแปลงเอกสารให้เข้าเงื่อนไขก่อน แล้วเลือกเส้นทางรับรองให้ตรงกับสถานะภาคีของปลายทาง

เอกสารเอกชนถูกปฏิเสธเพราะไม่เข้าข่ายเอกสารมหาชน

สาเหตุที่แท้จริง
สัญญา จดหมาย หรือหนังสือมอบอำนาจของเอกชนยังไม่มีการรับรองโดยเจ้าพนักงานที่อนุสัญญายอมรับ
ป้องกันก่อนยื่น
ให้ทนาย Notarial Services Attorney ทำคำรับรองก่อน เพื่อยกระดับเป็นเอกสารที่รับรองได้
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ทำคำรับรองลายมือชื่อ/สำเนาถูกต้อง แล้วยื่นขอรับรองใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางไม่รับ Apostille เพราะไม่ได้เป็นภาคี

สาเหตุที่แท้จริง
เลือกเส้นทางจากคำแนะนำทั่วไป ไม่ได้ตรวจสถานะภาคีจริงของประเทศผู้รับ
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจ status table ของ HCCH ก่อนตัดสินใจ และยืนยันกับผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
เปลี่ยนเป็นเส้นทางรับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับไทย

สาเหตุที่แท้จริง
เข้าใจว่าวันเข้าเป็นภาคีคือวันที่ใช้ได้ทันที
ป้องกันก่อนยื่น
วางแผนงานโดยยึดวันมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 และเตรียมเส้นทางสำรองไว้
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ใช้เส้นทางรับรองเดิมไปก่อนหากกำหนดยื่นเร่งด่วน
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางแจ้งว่าคำแปลไม่ได้ถูกคลุมด้วยใบรับรอง

สาเหตุที่แท้จริง
รับรองเฉพาะต้นฉบับ แต่แนบคำแปลที่ไม่ได้อยู่ในชุดที่รับรอง
ป้องกันก่อนยื่น
ยืนยันกับผู้รับว่าต้องรับรองต้นฉบับ คำแปล หรือทั้งสองอย่าง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ผูกคำแปลเข้าชุดและขอรับรองเพิ่มตามที่ปลายทางกำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)

ผู้รับต้องการไฟล์ที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ แต่ได้รับกระดาษ (หรือกลับกัน)

สาเหตุที่แท้จริง
ไม่ได้ระบุรูปแบบผลลัพธ์ตั้งแต่ต้น ระหว่างฉบับกระดาษกับ e-Apostille
ป้องกันก่อนยื่น
ถามผู้รับว่าต้องยื่นแบบอัปโหลด แบบกระดาษ หรือส่งไปรษณีย์
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอออกในรูปแบบที่ตรงกับช่องทางการยื่นของผู้รับ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–5 วันทำการ (ประมาณการ)

ต้องใช้หลายประเทศแต่มีใบรับรองใบเดียว

สาเหตุที่แท้จริง
ยื่นต้นฉบับเดียวโดยไม่ได้คัดชุดสำรองสำหรับปลายทางอื่น
ป้องกันก่อนยื่น
คัดเอกสารต้นเรื่องหลายชุดตั้งแต่แรกเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายประเทศ
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดชุดใหม่และเดินรับรองเพิ่มต่อชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 5–12 วันทำการ (ประมาณการ) ต่อชุด

ก่อนยื่นทุกครั้ง เราตรวจให้ว่าเอกสารของคุณเข้าเงื่อนไขเอกสารมหาชนหรือยัง ปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และควรใช้เส้นทางใดในช่วงเปลี่ยนผ่าน — ปรึกษาทีมเราก่อนเสียเวลาเดินเอง

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง — ภายในวันเดียว
  2. เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา — ภายในวันเดียว
  3. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
  4. ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
  5. ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล — 1 วันทำการ (ประมาณการ)

เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น

  • ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน
  • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร
  • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ
  • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
  • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน
  • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ

ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา

ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารกำลังประทับตรารับรองบนชุดเอกสารในสำนักงานกฎหมาย
การรับรองเอกสารต้องทำต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองฯ ที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29

คำถามที่เกี่ยวข้อง

ให้บริการนอกกรุงเทพฯ หรือไม่
รองรับลูกค้าทั่วประเทศและลูกค้าต่างประเทศ โดยรับเอกสารทางไปรษณีย์หรือขนส่งเอกชน และนัดหมายลงนามล่วงหน้าเมื่อจำเป็นต้องแสดงตน
ข้อมูลส่วนบุคคลในเอกสารถูกจัดการอย่างไร
เอกสารถูกใช้เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ที่ลูกค้าแจ้งไว้ จัดเก็บตามระยะเวลาที่จำเป็นตามหน้าที่ทางวิชาชีพและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และไม่เปิดเผยต่อบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอม
ข้อมูลบนหน้าเว็บนี้ตรวจทานเมื่อใด
ทุกหน้าแสดงวันที่ตรวจทานล่าสุดไว้ในส่วนแหล่งอ้างอิง เนื่องจากระเบียบของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ
ติดต่ออย่างไรได้เร็วที่สุด
ติดต่อทางโทรศัพท์หรือ LINE ในเวลาทำการเพื่อสอบถามขั้นตอนเบื้องต้น และส่งภาพถ่ายเอกสารที่อ่านได้ชัดมาทางอีเมลหรือ LINE เพื่อให้ประเมินขอบเขตงานได้แม่นยำขึ้น

บริการที่เกี่ยวข้อง

ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล