ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law logo
Thai Notary Law

Apostille ประเทศไทย 2026 — Timeline การเข้าเป็นสมาชิก HCCH และผลกระทบต่อเอกสาร

สรุปสถานะการเข้าร่วม Hague Apostille ของไทย พร้อมผลกระทบต่อค่าใช้จ่ายและเวลาสำหรับเอกสารที่ต้องส่งไปต่างประเทศ

ทนายจิรพันธ์ จิรสุขสกุล · Notarial Services Attorney 2026-07-21 11 นาที Last reviewed: 2026-07-21

TL;DR

ไทยฝากภาคยานุวัติสาร HCCH เมื่อ 30 มิ.ย. 2569 และจะมีผลบังคับใช้ 28 ก.พ. 2570 · หลังบังคับใช้ เอกสารจากไทยไปประเทศสมาชิก 125 ประเทศจะใช้ Apostille ชิ้นเดียวแทน MFA + สถานทูต 2 ขั้น ลดเวลาเฉลี่ยจาก 12-18 วันเหลือ 3-5 วัน และลดค่าใช้จ่าย 40-70%

Thailand ratified the Hague Apostille Convention in 2025 with expected entry-into-force in Q4 2026. After that, a single Apostille replaces the current two-step MFA + embassy legalization for the 130 member states — cutting turnaround from 12-18 days to 3-5 days and reducing cost 40-70%.

สถานะปัจจุบัน (ก.ค. 2026)

ประเทศไทยลงนามภาคยานุวัตร Hague Convention Abolishing the Requirement of Legalisation for Foreign Public Documents (1961) เมื่อปลายปี ค.ศ. 2025 · กระบวนการภายในระหว่างกรมสนธิสัญญาฯ (กระทรวงการต่างประเทศ) กับกรมการกงสุล เพื่อกำหนด Competent Authority คาดว่าเสร็จภายใน Q3-Q4 2026

หน่วยงานที่จะออก Apostille ในไทยคือ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ (Department of Consular Affairs, MFA) โดยใช้อาคารเดิมที่แจ้งวัฒนะซึ่งปัจจุบันออก legalization อยู่แล้ว

เปรียบเทียบ Legalization (ปัจจุบัน) vs Apostille (หลัง 2026-Q4)

Legalization ปัจจุบัน: MFA รับรอง สอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล (ปกติ 2-3 วัน / express 1 วัน สอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล) + สถานทูตปลายทาง สอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล 1-10 วัน · รวม สอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล และ 3-13 วัน

Apostille หลังมีผล: กงสุลออกใบเดียว คาดค่าธรรมเนียม 400-800 บาท · turnaround 1-3 วัน · ประเทศปลายทาง 125 ชาติรับโดยตรง ไม่ต้องผ่านสถานทูต

ประหยัดเฉลี่ยต่อชุดเอกสาร: 3,000-7,500 บาท และ 8-10 วัน — ผู้ยื่นวีซ่าครอบครัวหรือแรงงานได้ประโยชน์ชัดที่สุด

ประเทศที่ยังต้อง Legalization เดิม

แม้ไทยเข้า Hague แล้ว แต่ประเทศ non-member เช่น จีน (แผ่นดินใหญ่ — เพิ่งเข้าปี 2023, ใช้ Apostille ได้), UAE (เข้าปี 2020), เวียดนาม (เข้าปี 2020), แคนาดา (เข้าปี 2024) — ปัจจุบันเป็นสมาชิกทั้งหมด · ประเทศที่ยังไม่ใช่สมาชิก ณ 2026: อียิปต์บางเอกสาร, บางประเทศแอฟริกา, บางประเทศเอเชียกลาง — ต้อง legalization 2 ขั้นต่อไป

คำแนะนำช่วงเปลี่ยนผ่าน (Q3 2026 → Q1 2027)

เอกสารที่ไม่เร่งด่วนและปลายทางเป็นประเทศสมาชิก HCCH: รอ Apostille เพื่อประหยัด · เอกสารเร่งด่วน (deadline < 60 วัน): ใช้ legalization ปัจจุบันไปก่อน

เอกสารที่ทำ legalization แล้วก่อน HCCH มีผล — ยังใช้ได้ตลอดอายุที่ปลายทางกำหนด ไม่ต้องรีทำใหม่

หลัง HCCH มีผล บางสถานทูต (โดยเฉพาะยุโรป) จะปฏิเสธ legalization แบบเก่าและยอมรับเฉพาะ Apostille — เตรียมเอกสารในรูปแบบที่ Apostille ได้ (notary → กงสุล) ตั้งแต่ต้น

คำถามที่พบบ่อย

Apostille ของไทยเริ่มใช้เมื่อไหร่แน่?+

คาดว่า Q4 2026 หลังกฎกระทรวงและระบบภายในของ MFA พร้อม · ติดตามประกาศราชกิจจาฯ และเว็บ consular.mfa.go.th

ค่า Apostille ของไทยเท่าไหร่?+

ยังไม่ประกาศเป็นทางการ ณ ก.ค. 2026 · ประเทศเพื่อนบ้านที่เพิ่งเข้าเก็บ USD 12-25 (สอบถามค่าบริการทางโทร/LINE/อีเมล) ต่อฉบับ

เอกสารที่ทำ MFA + สถานทูต ไปแล้วต้องทำใหม่ไหม?+

ไม่ต้อง — legalization ที่ทำก่อน HCCH มีผลบังคับ ยังใช้ได้ตามอายุที่ปลายทางกำหนด

เตรียมเอกสารยังไงตอนนี้ให้พร้อมทั้งสองระบบ?+

ทำ notary + คำแปลรับรอง MoJ ให้เสร็จก่อน · หลัง MFA จะออก Apostille หรือ legalization ก็ยังใช้ต่อได้ทันที

ประเทศใดยังไม่ใช่สมาชิก HCCH ที่ต้องระวัง?+

อียิปต์ (บางประเภทเอกสาร), บางประเทศแอฟริกา (Cameroon, Nigeria บางกรณี), บางประเทศเอเชียกลาง — สอบถามเป็นรายกรณี

Apostille ใช้กับเอกสารทุกประเภทได้ไหม?+

เฉพาะ public documents ตาม HCCH Art. 1 · เอกสารทางการทูตหรือการค้าตรงไม่ครอบคลุม

Related

อ่านเพิ่มเติม / บริการที่เกี่ยวข้อง

เชื่อมโยงไปยังบริการ Notary Public และพื้นที่ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง

บทความที่คัดจากหัวข้อและคีย์เวิร์ดใกล้เคียงกับเรื่องนี้ เพื่อให้เห็นภาพขั้นตอนทั้งกระบวนการ

คำขอ Apostille ถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไร

คำตอบสั้น: ปัญหาหลักคือขอ Apostille กับเอกสารที่ยังไม่ใช่ “เอกสารมหาชน” ในความหมายของอนุสัญญา ปลายทางไม่ได้เป็นภาคี และเข้าใจวันมีผลบังคับใช้ของไทยคลาดเคลื่อน (28 กุมภาพันธ์ 2570) แก้ได้โดยแปลงเอกสารให้เข้าเงื่อนไขก่อน แล้วเลือกเส้นทางรับรองให้ตรงกับสถานะภาคีของปลายทาง

เอกสารเอกชนถูกปฏิเสธเพราะไม่เข้าข่ายเอกสารมหาชน

สาเหตุที่แท้จริง
สัญญา จดหมาย หรือหนังสือมอบอำนาจของเอกชนยังไม่มีการรับรองโดยเจ้าพนักงานที่อนุสัญญายอมรับ
ป้องกันก่อนยื่น
ให้ทนาย Notarial Services Attorney ทำคำรับรองก่อน เพื่อยกระดับเป็นเอกสารที่รับรองได้
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ทำคำรับรองลายมือชื่อ/สำเนาถูกต้อง แล้วยื่นขอรับรองใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางไม่รับ Apostille เพราะไม่ได้เป็นภาคี

สาเหตุที่แท้จริง
เลือกเส้นทางจากคำแนะนำทั่วไป ไม่ได้ตรวจสถานะภาคีจริงของประเทศผู้รับ
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจ status table ของ HCCH ก่อนตัดสินใจ และยืนยันกับผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
เปลี่ยนเป็นเส้นทางรับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับไทย

สาเหตุที่แท้จริง
เข้าใจว่าวันเข้าเป็นภาคีคือวันที่ใช้ได้ทันที
ป้องกันก่อนยื่น
วางแผนงานโดยยึดวันมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 และเตรียมเส้นทางสำรองไว้
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ใช้เส้นทางรับรองเดิมไปก่อนหากกำหนดยื่นเร่งด่วน
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางแจ้งว่าคำแปลไม่ได้ถูกคลุมด้วยใบรับรอง

สาเหตุที่แท้จริง
รับรองเฉพาะต้นฉบับ แต่แนบคำแปลที่ไม่ได้อยู่ในชุดที่รับรอง
ป้องกันก่อนยื่น
ยืนยันกับผู้รับว่าต้องรับรองต้นฉบับ คำแปล หรือทั้งสองอย่าง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ผูกคำแปลเข้าชุดและขอรับรองเพิ่มตามที่ปลายทางกำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)

ผู้รับต้องการไฟล์ที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ แต่ได้รับกระดาษ (หรือกลับกัน)

สาเหตุที่แท้จริง
ไม่ได้ระบุรูปแบบผลลัพธ์ตั้งแต่ต้น ระหว่างฉบับกระดาษกับ e-Apostille
ป้องกันก่อนยื่น
ถามผู้รับว่าต้องยื่นแบบอัปโหลด แบบกระดาษ หรือส่งไปรษณีย์
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอออกในรูปแบบที่ตรงกับช่องทางการยื่นของผู้รับ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–5 วันทำการ (ประมาณการ)

ต้องใช้หลายประเทศแต่มีใบรับรองใบเดียว

สาเหตุที่แท้จริง
ยื่นต้นฉบับเดียวโดยไม่ได้คัดชุดสำรองสำหรับปลายทางอื่น
ป้องกันก่อนยื่น
คัดเอกสารต้นเรื่องหลายชุดตั้งแต่แรกเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายประเทศ
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดชุดใหม่และเดินรับรองเพิ่มต่อชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 5–12 วันทำการ (ประมาณการ) ต่อชุด

ก่อนยื่นทุกครั้ง เราตรวจให้ว่าเอกสารของคุณเข้าเงื่อนไขเอกสารมหาชนหรือยัง ปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และควรใช้เส้นทางใดในช่วงเปลี่ยนผ่าน — ปรึกษาทีมเราก่อนเสียเวลาเดินเอง

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง — ภายในวันเดียว
  2. เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา — ภายในวันเดียว
  3. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
  4. ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
  5. ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล — 1 วันทำการ (ประมาณการ)

เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น

  • ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน
  • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร
  • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ
  • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
  • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน
  • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ

ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา

ทนายความกำลังอธิบายรายละเอียดเอกสารให้ลูกความในห้องประชุมสำนักงานกฎหมาย
ปรึกษาขอบเขตงานและเอกสารที่ต้องเตรียมกับเจ้าหน้าที่ได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29

คำถามที่เกี่ยวข้อง

ทำไมเว็บไซต์ไม่แสดงค่าบริการ
เพราะขอบเขตงานต่างกันมากตามจำนวนเอกสาร ภาษา และขั้นตอนกงสุลที่เกี่ยวข้อง เราจึงประเมินตามงานจริงและแจ้งรายละเอียดผ่านโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนเริ่มงานทุกครั้ง
ให้บริการนอกกรุงเทพฯ หรือไม่
รองรับลูกค้าทั่วประเทศและลูกค้าต่างประเทศ โดยรับเอกสารทางไปรษณีย์หรือขนส่งเอกชน และนัดหมายลงนามล่วงหน้าเมื่อจำเป็นต้องแสดงตน
ข้อมูลส่วนบุคคลในเอกสารถูกจัดการอย่างไร
เอกสารถูกใช้เฉพาะเพื่อวัตถุประสงค์ที่ลูกค้าแจ้งไว้ จัดเก็บตามระยะเวลาที่จำเป็นตามหน้าที่ทางวิชาชีพและกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และไม่เปิดเผยต่อบุคคลภายนอกโดยไม่ได้รับความยินยอม
ข้อมูลบนหน้าเว็บนี้ตรวจทานเมื่อใด
ทุกหน้าแสดงวันที่ตรวจทานล่าสุดไว้ในส่วนแหล่งอ้างอิง เนื่องจากระเบียบของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ

บริการที่เกี่ยวข้อง

ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล