ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law logo
Thai Notary Law

ขอ Apostille ในไทยได้ไหม + ทางเลือกที่ใช้แทนได้

อนุสัญญา Hague Apostille จะมีผลกับไทย 28 ก.พ. 2570 — เอกสารไทยที่ส่งไปประเทศ Apostille ต้องใช้ legalization chain แทน

ทนายอนุธรี · Notarial Services Attorney 2025-04-05 5 นาที

TL;DR

ไทยไม่อยู่ในระบบ Apostille — ใช้ Notary + กรมการกงสุล + สถานทูตปลายทางแทน คาดว่าไทยจะเข้าร่วมในอนาคต

Thailand is not yet party to the Hague Apostille Convention. Use the legalization chain (Notary + MFA + destination embassy) instead.

Hague Apostille คืออะไร

Convention ปี 1961 ที่ทำให้เอกสารใช้ข้ามประเทศได้โดยมีตรา Apostille ตราเดียว — ลดขั้นตอน legalization จาก 3 ขั้นเหลือ 1 ขั้น

ปัจจุบันมี 120+ ประเทศเป็นสมาชิก รวมสหรัฐ จีน อินเดีย ญี่ปุ่น เกาหลีใต้ ออสเตรเลีย ยุโรปทั้งหมด

ทำไมไทยยังไม่เข้าร่วม

ติดประเด็นภายในเรื่อง competent authority และระบบ digital — มีการศึกษาหลายปีแต่ยังไม่เข้าร่วมอย่างเป็นทางการ

ทางเลือกที่ใช้แทน

Notary → กรมการกงสุล MFA → สถานทูตปลายทาง — เป็นเส้นทางมาตรฐานที่ทุกประเทศยอมรับ

คำถามที่พบบ่อย

Apostille ในต่างประเทศใช้กับเอกสารไทยได้ไหม?+

ไม่ได้โดยตรง — ต้องใช้ legalization chain ที่ไทย ก่อนส่งไป

Related

อ่านเพิ่มเติม / บริการที่เกี่ยวข้อง

เชื่อมโยงไปยังบริการ Notary Public และพื้นที่ให้บริการที่เกี่ยวข้องกับบทความนี้

อ่านต่อในหัวข้อใกล้เคียง

บทความที่คัดจากหัวข้อและคีย์เวิร์ดใกล้เคียงกับเรื่องนี้ เพื่อให้เห็นภาพขั้นตอนทั้งกระบวนการ

คำขอ Apostille ถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไร

คำตอบสั้น: ปัญหาหลักคือขอ Apostille กับเอกสารที่ยังไม่ใช่ “เอกสารมหาชน” ในความหมายของอนุสัญญา ปลายทางไม่ได้เป็นภาคี และเข้าใจวันมีผลบังคับใช้ของไทยคลาดเคลื่อน (28 กุมภาพันธ์ 2570) แก้ได้โดยแปลงเอกสารให้เข้าเงื่อนไขก่อน แล้วเลือกเส้นทางรับรองให้ตรงกับสถานะภาคีของปลายทาง

เอกสารเอกชนถูกปฏิเสธเพราะไม่เข้าข่ายเอกสารมหาชน

สาเหตุที่แท้จริง
สัญญา จดหมาย หรือหนังสือมอบอำนาจของเอกชนยังไม่มีการรับรองโดยเจ้าพนักงานที่อนุสัญญายอมรับ
ป้องกันก่อนยื่น
ให้ทนาย Notarial Services Attorney ทำคำรับรองก่อน เพื่อยกระดับเป็นเอกสารที่รับรองได้
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ทำคำรับรองลายมือชื่อ/สำเนาถูกต้อง แล้วยื่นขอรับรองใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางไม่รับ Apostille เพราะไม่ได้เป็นภาคี

สาเหตุที่แท้จริง
เลือกเส้นทางจากคำแนะนำทั่วไป ไม่ได้ตรวจสถานะภาคีจริงของประเทศผู้รับ
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจ status table ของ HCCH ก่อนตัดสินใจ และยืนยันกับผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
เปลี่ยนเป็นเส้นทางรับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับไทย

สาเหตุที่แท้จริง
เข้าใจว่าวันเข้าเป็นภาคีคือวันที่ใช้ได้ทันที
ป้องกันก่อนยื่น
วางแผนงานโดยยึดวันมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 และเตรียมเส้นทางสำรองไว้
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ใช้เส้นทางรับรองเดิมไปก่อนหากกำหนดยื่นเร่งด่วน
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางแจ้งว่าคำแปลไม่ได้ถูกคลุมด้วยใบรับรอง

สาเหตุที่แท้จริง
รับรองเฉพาะต้นฉบับ แต่แนบคำแปลที่ไม่ได้อยู่ในชุดที่รับรอง
ป้องกันก่อนยื่น
ยืนยันกับผู้รับว่าต้องรับรองต้นฉบับ คำแปล หรือทั้งสองอย่าง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ผูกคำแปลเข้าชุดและขอรับรองเพิ่มตามที่ปลายทางกำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)

ผู้รับต้องการไฟล์ที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ แต่ได้รับกระดาษ (หรือกลับกัน)

สาเหตุที่แท้จริง
ไม่ได้ระบุรูปแบบผลลัพธ์ตั้งแต่ต้น ระหว่างฉบับกระดาษกับ e-Apostille
ป้องกันก่อนยื่น
ถามผู้รับว่าต้องยื่นแบบอัปโหลด แบบกระดาษ หรือส่งไปรษณีย์
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอออกในรูปแบบที่ตรงกับช่องทางการยื่นของผู้รับ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–5 วันทำการ (ประมาณการ)

ต้องใช้หลายประเทศแต่มีใบรับรองใบเดียว

สาเหตุที่แท้จริง
ยื่นต้นฉบับเดียวโดยไม่ได้คัดชุดสำรองสำหรับปลายทางอื่น
ป้องกันก่อนยื่น
คัดเอกสารต้นเรื่องหลายชุดตั้งแต่แรกเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายประเทศ
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดชุดใหม่และเดินรับรองเพิ่มต่อชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 5–12 วันทำการ (ประมาณการ) ต่อชุด

ก่อนยื่นทุกครั้ง เราตรวจให้ว่าเอกสารของคุณเข้าเงื่อนไขเอกสารมหาชนหรือยัง ปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และควรใช้เส้นทางใดในช่วงเปลี่ยนผ่าน — ปรึกษาทีมเราก่อนเสียเวลาเดินเอง

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง — ภายในวันเดียว
  2. เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา — ภายในวันเดียว
  3. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
  4. ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
  5. ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล — 1 วันทำการ (ประมาณการ)

เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น

  • ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน
  • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร
  • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ
  • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
  • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน
  • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ

ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา

ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสารกำลังประทับตรารับรองบนชุดเอกสารในสำนักงานกฎหมาย
การรับรองเอกสารต้องทำต่อหน้าทนายผู้ทำคำรับรองฯ ที่ขึ้นทะเบียนกับสภาทนายความในพระบรมราชูปถัมภ์

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29

คำถามที่เกี่ยวข้อง

ข้อมูลบนหน้าเว็บนี้ตรวจทานเมื่อใด
ทุกหน้าแสดงวันที่ตรวจทานล่าสุดไว้ในส่วนแหล่งอ้างอิง เนื่องจากระเบียบของหน่วยงานเปลี่ยนแปลงได้ จึงควรยืนยันเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ
ติดต่ออย่างไรได้เร็วที่สุด
ติดต่อทางโทรศัพท์หรือ LINE ในเวลาทำการเพื่อสอบถามขั้นตอนเบื้องต้น และส่งภาพถ่ายเอกสารที่อ่านได้ชัดมาทางอีเมลหรือ LINE เพื่อให้ประเมินขอบเขตงานได้แม่นยำขึ้น
ควรเริ่มต้นอย่างไรเมื่อไม่แน่ใจว่าต้องรับรองแบบไหน
เริ่มจากคำถามสามข้อ คือ เอกสารจะยื่นกับหน่วยงานใด ประเทศใด และภายในวันที่เท่าไร คำตอบสามข้อนี้กำหนดเส้นทางรับรอง ภาษาที่ต้องแปล และลำดับขั้นตอนทั้งหมด
ทำไมเว็บไซต์ไม่แสดงค่าบริการ
เพราะขอบเขตงานต่างกันมากตามจำนวนเอกสาร ภาษา และขั้นตอนกงสุลที่เกี่ยวข้อง เราจึงประเมินตามงานจริงและแจ้งรายละเอียดผ่านโทรศัพท์ LINE หรืออีเมลก่อนเริ่มงานทุกครั้ง

บริการที่เกี่ยวข้อง

ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล