ข้ามไปยังเนื้อหาหลัก
Thai Notary Law logo
Thai Notary Law

日本語サービス

タイのハーグ Apostille — 2025 年 12 月発効

2025 年 12 月 25 日タイで HCCH 1961 発効。加盟国(日本含む)宛は Apostille 1 ステップで完了。

16,168+
ลูกค้าที่ไว้ใจ
6
ทนาย Notary
4
สาขาทั่วประเทศ
50+77
เขต กทม. / จังหวัด
60+
สัญชาติลูกค้า
≤ 3 นาที
ตอบ LINE

ハーグ Apostille — 2025 年 12 月タイで新ルート開始

2024 年 10 月寄託、2025 年 12 月 25 日に HCCH 1961 がタイで発効。タイ公文書は加盟国(日本含む)に Apostille のみで使用可、相手国大使館認証は不要。

当事務所は MFA Apostille 部門と直接連携、公証 → Apostille → 国際クーリエの完全パッケージを提供。和英公証翻訳追加可。

条約上の根拠

第 1 条:対象は公文書(裁判所、行政、公証人、公文書上の公的証明)。第 3 条:発行国所管が付与、受領国はそれ以外の認証を要求不可。

タイの所管は MFA 領事局。私文書(商業契約等)は先に公証書化してから Apostille。

全工程

通常 3–5 営業日。

  • 公文書は直接 MFA
  • 私文書は公証 → MFA Apostille
  • MFA 受理(通常 2 営業日 / 急行当日)
  • Apostille 添付 + 割印
  • 国際クーリエ
  • 受領側は QR コードでオンライン検証可能

業務範囲

受領機関要件を事前確認し差し戻し防止。

  • 出生 / 婚姻 / 離婚 / 死亡 Apostille
  • 学位 / 成績 Apostille
  • DBD Apostille
  • 委任状 / 宣誓書 Apostille
  • 判決書 Apostille
  • 私文書 → 公証 → Apostille
  • 和英公証翻訳 + Apostille
  • 当日急行 Apostille
  • 国際クーリエ追跡
  • 加盟国チェック

ワークフロー

来所不要。

  1. スキャン + 使用国 + 受領要件送付
  2. 事前審査 + 固定報酬
  3. 原本受領
  4. 公証 + 翻訳(必要時)
  5. MFA Apostille
  6. 国際クーリエ
  7. QR スクショ + 電子保管納品

主要加盟国

2026 年時点 127 か国 / 地域。日本、米英豪、EU 全域、シンガポール、マレーシア、印度、中国大陸(2023)を含む。

  • 日本
  • 中国大陸 / 香港 / マカオ
  • 米国 / 英国 / 加カナダ(ケベック除く)
  • EU 全加盟国
  • 豪州 / NZ
  • ASEAN 加盟国(シンガポール、マレーシア他)

Apostille vs 領事認証

Apostille:1 ステップ、3–5 営業日、低コスト、世界承認。

領事認証:3 ステップ、5–10 営業日、高コスト、限定承認。

非加盟国(ベトナム、加ケベック等):従来ルート。

料金

固定報酬、MFA 実費。

  • Apostille 基礎 — 3,500 バーツ/通
  • Apostille 急行 — 5,500/通
  • 公証 + Apostille — 5,500/通〜
  • 和英公証翻訳 + Apostille — 7,500/通〜
  • 国際クーリエ — DHL 実費
  • 5 通以上 — 10% 割引

典型ミス

  • 私文書を MFA 直送 — 差し戻し
  • Apostille 後の翻訳は対象外
  • 「翻訳付き Apostille」要求に原文のみで提出
  • 非加盟国に Apostille — 受領拒否
  • 「原本相違なし」なし謄本
  • QR 検証 URL の保存忘れ

FAQ

日本 Apostille とタイ Apostille は同じ?

原理同じ、所管は日本外務省 / タイ MFA。両国相互承認。

Apostille に翻訳は必要?

Apostille 自体は英仏 + 発行国語の標準書式。使用国で別途翻訳要求あり。

有効期限?

条文無期限、実務 3–6 ヶ月要求多数。

急行は当日中?

公文書は可能、私文書は公証翌日に MFA 急行。

MFA と相手国 Apostille は同一?

発行国が付与。タイ書類は MFA、日本書類は日本外務省。

1 営業日で固定報酬見積

スキャン + 使用国 + 受領要件を送付ください。フロー・料金・所要日数を返信。

แหล่งอ้างอิง / Authority References

他の主要サービスを見る

併せて検討したい専門サービス

書面で固定見積

LINE で書類を送付 → 1 営業日内に見積と所要日数を返信。

คู่มือปฏิบัติ: Apostille และการเตรียมตัวก่อน 28 กุมภาพันธ์ 2570

คำตอบสั้น: Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง

รายการเอกสารที่ต้องเตรียม

เอกสารส่วนบุคคล

  • ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน
  • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร
  • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ

เอกสารองค์กร

  • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
  • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน
  • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ

เอกสารที่ออกจากต่างประเทศ

  • ต้นฉบับที่มี Apostille จากประเทศผู้ออกแล้ว
  • คำแปลภาษาไทยสำหรับใช้ในราชการไทย
  • หลักฐานความเชื่อมโยงของชื่อ หากสะกดต่างจากเอกสารไทย

ขั้นตอนการดำเนินการ

  1. 1. ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง

    ตรวจตารางสถานะของ HCCH ว่าประเทศผู้รับเป็นภาคีหรือไม่ และมีการคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของอีกฝ่ายหรือไม่

    ภายในวันเดียว

  2. 2. เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา

    หากต้องใช้เอกสารก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ให้วางแผนแบบลูกโซ่ หากใช้หลังจากนั้นและปลายทางเป็นภาคี จึงวางแผนแบบ Apostille

    ภายในวันเดียว

  3. 3. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง

    ขอต้นฉบับใหม่หากฉบับเดิมเก่าเกินกรอบอายุของผู้รับ และจัดทำคำแปลที่ตรงกับต้นฉบับทุกจุด

    2–5 วันทำการ (ประมาณการ)

  4. 4. ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก

    ยื่นที่หน่วยงานผู้มีอำนาจตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในขั้นก่อนหน้า และเก็บหลักฐานการยื่นทุกใบ

    3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

  5. 5. ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล

    ตรวจเลขที่ใบรับรอง วันที่ และหน่วยงานผู้ออก แล้วเก็บสำเนาดิจิทัลไว้อ้างอิงกรณีผู้รับขอตรวจสอบย้อนกลับ

    1 วันทำการ (ประมาณการ)

ข้อควรระวัง

  • เข้าใจผิดว่า Apostille ใช้ได้กับไทยแล้วในขณะนี้ ทำให้วางแผนเวลาผิดพลาด
  • ประเทศภาคีบางคู่มีข้อคัดค้านระหว่างกัน ทำให้ต้องกลับไปใช้การรับรองแบบลูกโซ่
  • Apostille รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับ ไม่ได้รับรองเนื้อหาในเอกสาร
  • คำแปลที่จัดทำหลังออก Apostille อาจต้องรับรองเพิ่มในประเทศปลายทาง

Apostille กับการรับรองแบบลูกโซ่

หัวข้อเปรียบเทียบApostilleรับรองแบบลูกโซ่
จำนวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องหน่วยงานผู้มีอำนาจแห่งเดียวกงสุลของประเทศต้นทางและสถานทูตปลายทาง
ขอบเขตการใช้งานเฉพาะระหว่างประเทศภาคีที่ไม่มีข้อคัดค้านระหว่างกันใช้ได้กับทุกประเทศตามระเบียบของสถานทูตนั้น
สิ่งที่รับรองลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราประทับของผู้ออกเอกสารลายมือชื่อในแต่ละชั้นตามลำดับ
การวางแผนเวลาสั้นลง แต่ยังขึ้นกับคิวของหน่วยงานผู้มีอำนาจต้องเผื่อคิวของสถานทูตปลายทางเพิ่ม

เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับทำ

  • ประเมินว่าเอกสารของคุณควรใช้เส้นทางใดตามวันใช้งานจริง
  • วางแผนล่วงหน้าสำหรับองค์กรที่มีเอกสารจำนวนมากในช่วงเปลี่ยนผ่าน
  • ตรวจสอบสถานะภาคีและข้อคัดค้านของคู่ประเทศให้ก่อนเริ่มงาน
  • ให้คำแนะนำเรื่องอายุเอกสารและรอบการต่ออายุเอกสารองค์กร

ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ

ระยะเวลาทั้งหมดเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ทีมที่ปรึกษาเอกสารและการรับรอง ประสบการณ์ 15 ปีขึ้นไป

เราให้คำปรึกษาตลอดงาน ไม่ใช่รับทำแล้วจบ

ก่อนเริ่มงานเราอ่านเอกสารของคุณจริงและตรวจว่าเส้นทางการรับรองที่เลือกตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ ระหว่างงานเราแจ้งสถานะเป็นระยะ และหลังงานเสร็จเรายังตอบคำถามเรื่องการยื่นต่อให้

ก่อนเริ่ม — ประเมินความเสี่ยงเอกสาร

  • ตรวจชื่อ-สกุล วันเดือนปี และเลขเอกสารให้ตรงกันทุกฉบับ
  • ยืนยันว่าหน่วยงานปลายทางต้องการต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือไฟล์ดิจิทัล
  • แจ้งล่วงหน้าหากเอกสารต้องออกใหม่หรือคัดสำเนาก่อน

ระหว่างงาน — เดินเรื่องและรายงานสถานะ

  • แจ้งลำดับขั้นที่กำลังดำเนินการและกรอบเวลาโดยประมาณเป็นวันทำการ
  • ประสานงานแก้ไขทันทีเมื่อหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม
  • สรุปค่าใช้จ่ายของหน่วยงานให้ทราบก่อนดำเนินการทุกครั้ง

หลังงานเสร็จ — ดูแลต่อจนใช้งานได้จริง

  • อธิบายวิธียื่นเอกสารต่อกับหน่วยงานหรือสถานทูตปลายทาง
  • เก็บสำเนางานไว้ให้ ขอชุดเพิ่มภายหลังได้
  • ตอบคำถามเพิ่มเติมเมื่อปลายทางขอเอกสารประกอบ

เราจัดทำเอกสารตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง การพิจารณาอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานนั้นเสมอ

ส่งไฟล์เอกสารให้เราตรวจเบื้องต้นทาง LINE เพื่อรับคำแนะนำเส้นทางการรับรองและใบเสนอราคา

Apostille และการรับรองข้ามประเทศ

คำแนะนำก่อนดำเนินการ

  • แยกให้ชัดว่าเอกสารเดินทาง “ออกจากไทย” หรือ “เข้าสู่ไทย” เพราะสองทิศทางใช้เส้นทางรับรองคนละแบบ
  • เอกสารต่างประเทศที่มี Apostille แล้ว เมื่อนำมาใช้ในไทยยังต้องแปลเป็นไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย
  • ตรวจว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาหรือไม่ ก่อนวางแผนขั้นตอนทั้งหมด
  • เก็บสำเนาสีของ Apostille ไว้ เพราะบางหน่วยงานขอดูคู่กับต้นฉบับ
  • ถ้าเอกสารมีหลายฉบับ ให้ตรวจว่าปลายทางต้องการ Apostille แยกรายฉบับหรือรับแบบชุดเดียว

ข้อควรระวังที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับ

  • เข้าใจว่าไทยออก Apostille ได้แล้วในวันนี้ — อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนหน้านั้นยังใช้สายงานกงสุล–สถานทูต
  • คิดว่า Apostille ทดแทนการแปลได้ ทั้งที่เป็นการรับรองที่มาของลายมือชื่อและตราเท่านั้น
  • ขอ Apostille จากหน่วยงานที่ไม่ใช่ผู้มีอำนาจออก (Competent Authority) ของประเทศนั้น
  • เย็บเล่มหรือแยกแผ่น Apostille ออกจากเอกสารหลัก ทำให้ปลายทางปฏิเสธ
  • ยื่นเอกสารที่ถ่ายสำเนาหลังติด Apostille แล้ว โดยไม่ได้นำต้นฉบับไปแสดง

เตรียมให้พร้อมก่อนเริ่ม

  1. ระบุประเทศปลายทางและสถานะภาคีอนุสัญญาให้ชัด
  2. ต้นฉบับเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ
  3. ข้อกำหนดเรื่องภาษาของคำแปลจากหน่วยงานที่จะรับเอกสาร

ข้อมูลที่ผันแปร — ควรตรวจสอบก่อนทุกครั้ง

รายชื่อภาคีอนุสัญญาและวันมีผลบังคับใช้เปลี่ยนแปลงได้ตลอด รวมถึงกรณีมีรัฐคัดค้านการเข้าเป็นภาคี
วิธีตรวจสอบ: ตรวจตารางสถานะภาคีของ HCCH ในวันที่วางแผนดำเนินการ
หน่วยงานผู้มีอำนาจออก Apostille ต่างกันในแต่ละประเทศ บางแห่งเป็นกระทรวงการต่างประเทศ บางแห่งเป็นศาลหรือมลรัฐ
วิธีตรวจสอบ: ดูรายชื่อ Competent Authority ของประเทศนั้นในเว็บไซต์ HCCH

ข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยรายกรณี เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ

แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-04

คำขอ Apostille ถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไร

คำตอบสั้น: ปัญหาหลักคือขอ Apostille กับเอกสารที่ยังไม่ใช่ “เอกสารมหาชน” ในความหมายของอนุสัญญา ปลายทางไม่ได้เป็นภาคี และเข้าใจวันมีผลบังคับใช้ของไทยคลาดเคลื่อน (28 กุมภาพันธ์ 2570) แก้ได้โดยแปลงเอกสารให้เข้าเงื่อนไขก่อน แล้วเลือกเส้นทางรับรองให้ตรงกับสถานะภาคีของปลายทาง

เอกสารเอกชนถูกปฏิเสธเพราะไม่เข้าข่ายเอกสารมหาชน

สาเหตุที่แท้จริง
สัญญา จดหมาย หรือหนังสือมอบอำนาจของเอกชนยังไม่มีการรับรองโดยเจ้าพนักงานที่อนุสัญญายอมรับ
ป้องกันก่อนยื่น
ให้ทนาย Notarial Services Attorney ทำคำรับรองก่อน เพื่อยกระดับเป็นเอกสารที่รับรองได้
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ทำคำรับรองลายมือชื่อ/สำเนาถูกต้อง แล้วยื่นขอรับรองใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–3 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางไม่รับ Apostille เพราะไม่ได้เป็นภาคี

สาเหตุที่แท้จริง
เลือกเส้นทางจากคำแนะนำทั่วไป ไม่ได้ตรวจสถานะภาคีจริงของประเทศผู้รับ
ป้องกันก่อนยื่น
ตรวจ status table ของ HCCH ก่อนตัดสินใจ และยืนยันกับผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
เปลี่ยนเป็นเส้นทางรับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับไทย

สาเหตุที่แท้จริง
เข้าใจว่าวันเข้าเป็นภาคีคือวันที่ใช้ได้ทันที
ป้องกันก่อนยื่น
วางแผนงานโดยยึดวันมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 และเตรียมเส้นทางสำรองไว้
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ใช้เส้นทางรับรองเดิมไปก่อนหากกำหนดยื่นเร่งด่วน
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)

ปลายทางแจ้งว่าคำแปลไม่ได้ถูกคลุมด้วยใบรับรอง

สาเหตุที่แท้จริง
รับรองเฉพาะต้นฉบับ แต่แนบคำแปลที่ไม่ได้อยู่ในชุดที่รับรอง
ป้องกันก่อนยื่น
ยืนยันกับผู้รับว่าต้องรับรองต้นฉบับ คำแปล หรือทั้งสองอย่าง
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ผูกคำแปลเข้าชุดและขอรับรองเพิ่มตามที่ปลายทางกำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)

ผู้รับต้องการไฟล์ที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ แต่ได้รับกระดาษ (หรือกลับกัน)

สาเหตุที่แท้จริง
ไม่ได้ระบุรูปแบบผลลัพธ์ตั้งแต่ต้น ระหว่างฉบับกระดาษกับ e-Apostille
ป้องกันก่อนยื่น
ถามผู้รับว่าต้องยื่นแบบอัปโหลด แบบกระดาษ หรือส่งไปรษณีย์
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
ขอออกในรูปแบบที่ตรงกับช่องทางการยื่นของผู้รับ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 1–5 วันทำการ (ประมาณการ)

ต้องใช้หลายประเทศแต่มีใบรับรองใบเดียว

สาเหตุที่แท้จริง
ยื่นต้นฉบับเดียวโดยไม่ได้คัดชุดสำรองสำหรับปลายทางอื่น
ป้องกันก่อนยื่น
คัดเอกสารต้นเรื่องหลายชุดตั้งแต่แรกเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายประเทศ
วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับ
คัดชุดใหม่และเดินรับรองเพิ่มต่อชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณ
เพิ่ม 5–12 วันทำการ (ประมาณการ) ต่อชุด

ก่อนยื่นทุกครั้ง เราตรวจให้ว่าเอกสารของคุณเข้าเงื่อนไขเอกสารมหาชนหรือยัง ปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และควรใช้เส้นทางใดในช่วงเปลี่ยนผ่าน — ปรึกษาทีมเราก่อนเสียเวลาเดินเอง

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด

แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10

ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม

Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง

ขั้นตอนการทำงาน

  1. ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง — ภายในวันเดียว
  2. เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา — ภายในวันเดียว
  3. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
  4. ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
  5. ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล — 1 วันทำการ (ประมาณการ)

เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น

  • ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน
  • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร
  • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ
  • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด
  • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน
  • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ

ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ

ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา

ห้องบริการประชาชนของหน่วยงานกงสุล มีเคาน์เตอร์ให้บริการเรียงเป็นแถวและที่นั่งรอ
งานรับรองที่กรมการกงสุลและสถานทูตมีคิว รอบเวลา และเอกสารประกอบที่ต่างกันในแต่ละหน่วยงาน

แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ

ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29

คำถามที่เกี่ยวข้อง

ติดต่ออย่างไรได้เร็วที่สุด
ติดต่อทางโทรศัพท์หรือ LINE ในเวลาทำการเพื่อสอบถามขั้นตอนเบื้องต้น และส่งภาพถ่ายเอกสารที่อ่านได้ชัดมาทางอีเมลหรือ LINE เพื่อให้ประเมินขอบเขตงานได้แม่นยำขึ้น
ประเทศไทยใช้ Apostille ได้แล้วหรือยัง
ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (HCCH 1961) แล้ว โดยอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (28 February 2027) ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้การรับรองนิติกรณ์ตามระบบเดิม
Apostille ต่างจากการรับรองกงสุลอย่างไร
Apostille เป็นใบรับรองมาตรฐานเดียวที่ประเทศภาคียอมรับร่วมกัน ทำให้ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทาง ส่วนการรับรองกงสุลต้องผ่านทั้งกรมการกงสุลและสถานทูต
เอกสารไทยที่ออกก่อนวันมีผลบังคับใช้ต้องทำอย่างไร
เอกสารที่ต้องยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผล ให้ดำเนินการตามระบบนิติกรณ์เดิม เพราะหน่วยงานปลายทางยังไม่สามารถรับ Apostille จากไทยได้จนกว่าจะถึงกำหนด

บริการที่เกี่ยวข้อง

ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล