日本語サービス
タイのハーグ Apostille — 2025 年 12 月発効 2025 年 12 月 25 日タイで HCCH 1961 発効。加盟国(日本含む)宛は Apostille 1 ステップで完了。
AI Quick Answer
タイの Apostille はいつから? 2027年2月28日(タイでの発効日)。日本含む加盟国宛で大使館認証不要に。
Clients served 16,168+
Cases handled 16,168+
公証弁護士 6
対応言語 EN · JP · ZH · KO · DE
県 77
納期 Fixed-fee แหล่งอ้างอิง: タイ外務省 · 在タイ日本国大使館
ハーグ Apostille — 2025 年 12 月タイで新ルート開始 2024 年 10 月寄託、2025 年 12 月 25 日に HCCH 1961 がタイで発効。タイ公文書は加盟国(日本含む)に Apostille のみで使用可、相手国大使館認証は不要。
当事務所は MFA Apostille 部門と直接連携、公証 → Apostille → 国際クーリエの完全パッケージを提供。和英公証翻訳追加可。
条約上の根拠 第 1 条:対象は公文書(裁判所、行政、公証人、公文書上の公的証明)。第 3 条:発行国所管が付与、受領国はそれ以外の認証を要求不可。
タイの所管は MFA 領事局。私文書(商業契約等)は先に公証書化してから Apostille。
全工程 通常 3–5 営業日。
公文書は直接 MFA 私文書は公証 → MFA Apostille MFA 受理(通常 2 営業日 / 急行当日) Apostille 添付 + 割印 国際クーリエ 受領側は QR コードでオンライン検証可能 業務範囲 受領機関要件を事前確認し差し戻し防止。
出生 / 婚姻 / 離婚 / 死亡 Apostille 学位 / 成績 Apostille DBD Apostille 委任状 / 宣誓書 Apostille 判決書 Apostille 私文書 → 公証 → Apostille 和英公証翻訳 + Apostille 当日急行 Apostille 国際クーリエ追跡 加盟国チェック ワークフロー 来所不要。
スキャン + 使用国 + 受領要件送付 事前審査 + 固定報酬 原本受領 公証 + 翻訳(必要時) MFA Apostille 国際クーリエ QR スクショ + 電子保管納品 主要加盟国 2026 年時点 127 か国 / 地域。日本、米英豪、EU 全域、シンガポール、マレーシア、印度、中国大陸(2023)を含む。
日本 中国大陸 / 香港 / マカオ 米国 / 英国 / 加カナダ(ケベック除く) EU 全加盟国 豪州 / NZ ASEAN 加盟国(シンガポール、マレーシア他) Apostille vs 領事認証 Apostille:1 ステップ、3–5 営業日、低コスト、世界承認。
領事認証:3 ステップ、5–10 営業日、高コスト、限定承認。
非加盟国(ベトナム、加ケベック等):従来ルート。
料金 固定報酬、MFA 実費。
Apostille 基礎 — 3,500 バーツ/通 Apostille 急行 — 5,500/通 公証 + Apostille — 5,500/通〜 和英公証翻訳 + Apostille — 7,500/通〜 国際クーリエ — DHL 実費 5 通以上 — 10% 割引 典型ミス 私文書を MFA 直送 — 差し戻し Apostille 後の翻訳は対象外 「翻訳付き Apostille」要求に原文のみで提出 非加盟国に Apostille — 受領拒否 「原本相違なし」なし謄本 QR 検証 URL の保存忘れ 日本 Apostille とタイ Apostille は同じ? 原理同じ、所管は日本外務省 / タイ MFA。両国相互承認。
Apostille に翻訳は必要? Apostille 自体は英仏 + 発行国語の標準書式。使用国で別途翻訳要求あり。
有効期限? 条文無期限、実務 3–6 ヶ月要求多数。
急行は当日中? 公文書は可能、私文書は公証翌日に MFA 急行。
MFA と相手国 Apostille は同一? 発行国が付与。タイ書類は MFA、日本書類は日本外務省。
1 営業日で固定報酬見積 スキャン + 使用国 + 受領要件を送付ください。フロー・料金・所要日数を返信。
แหล่งอ้างอิง / Authority References書面で固定見積 LINE で書類を送付 → 1 営業日内に見積と所要日数を返信。
คู่มือปฏิบัติ: Apostille และการเตรียมตัวก่อน 28 กุมภาพันธ์ 2570 คำตอบสั้น: Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง
รายการเอกสารที่ต้องเตรียมเอกสารส่วนบุคคล
• ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ เอกสารองค์กร
• หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ เอกสารที่ออกจากต่างประเทศ
• ต้นฉบับที่มี Apostille จากประเทศผู้ออกแล้ว • คำแปลภาษาไทยสำหรับใช้ในราชการไทย • หลักฐานความเชื่อมโยงของชื่อ หากสะกดต่างจากเอกสารไทย ขั้นตอนการดำเนินการ1. ตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง
ตรวจตารางสถานะของ HCCH ว่าประเทศผู้รับเป็นภาคีหรือไม่ และมีการคัดค้านการเข้าเป็นภาคีของอีกฝ่ายหรือไม่
⏱ ภายในวันเดียว
2. เลือกเส้นทางตามช่วงเวลา
หากต้องใช้เอกสารก่อนวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ให้วางแผนแบบลูกโซ่ หากใช้หลังจากนั้นและปลายทางเป็นภาคี จึงวางแผนแบบ Apostille
⏱ ภายในวันเดียว
3. จัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง
ขอต้นฉบับใหม่หากฉบับเดิมเก่าเกินกรอบอายุของผู้รับ และจัดทำคำแปลที่ตรงกับต้นฉบับทุกจุด
⏱ 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)
4. ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก
ยื่นที่หน่วยงานผู้มีอำนาจตามเส้นทางที่กำหนดไว้ในขั้นก่อนหน้า และเก็บหลักฐานการยื่นทุกใบ
⏱ 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)
5. ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล
ตรวจเลขที่ใบรับรอง วันที่ และหน่วยงานผู้ออก แล้วเก็บสำเนาดิจิทัลไว้อ้างอิงกรณีผู้รับขอตรวจสอบย้อนกลับ
⏱ 1 วันทำการ (ประมาณการ)
ข้อควรระวัง• เข้าใจผิดว่า Apostille ใช้ได้กับไทยแล้วในขณะนี้ ทำให้วางแผนเวลาผิดพลาด • ประเทศภาคีบางคู่มีข้อคัดค้านระหว่างกัน ทำให้ต้องกลับไปใช้การรับรองแบบลูกโซ่ • Apostille รับรองความถูกต้องของลายมือชื่อและตราประทับ ไม่ได้รับรองเนื้อหาในเอกสาร • คำแปลที่จัดทำหลังออก Apostille อาจต้องรับรองเพิ่มในประเทศปลายทาง Apostille กับการรับรองแบบลูกโซ่หัวข้อเปรียบเทียบ Apostille รับรองแบบลูกโซ่ จำนวนหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หน่วยงานผู้มีอำนาจแห่งเดียว กงสุลของประเทศต้นทางและสถานทูตปลายทาง ขอบเขตการใช้งาน เฉพาะระหว่างประเทศภาคีที่ไม่มีข้อคัดค้านระหว่างกัน ใช้ได้กับทุกประเทศตามระเบียบของสถานทูตนั้น สิ่งที่รับรอง ลายมือชื่อ ตำแหน่ง และตราประทับของผู้ออกเอกสาร ลายมือชื่อในแต่ละชั้นตามลำดับ การวางแผนเวลา สั้นลง แต่ยังขึ้นกับคิวของหน่วยงานผู้มีอำนาจ ต้องเผื่อคิวของสถานทูตปลายทางเพิ่ม
เราเป็นที่ปรึกษา ไม่ใช่แค่ผู้รับทำ• ประเมินว่าเอกสารของคุณควรใช้เส้นทางใดตามวันใช้งานจริง • วางแผนล่วงหน้าสำหรับองค์กรที่มีเอกสารจำนวนมากในช่วงเปลี่ยนผ่าน • ตรวจสอบสถานะภาคีและข้อคัดค้านของคู่ประเทศให้ก่อนเริ่มงาน • ให้คำแนะนำเรื่องอายุเอกสารและรอบการต่ออายุเอกสารองค์กร ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ
ระยะเวลาทั้งหมดเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ทีมที่ปรึกษาเอกสารและการรับรอง ประสบการณ์ 15 ปีขึ้นไป
เราให้คำปรึกษาตลอดงาน ไม่ใช่รับทำแล้วจบ ก่อนเริ่มงานเราอ่านเอกสารของคุณจริงและตรวจว่าเส้นทางการรับรองที่เลือกตรงกับข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทางหรือไม่ ระหว่างงานเราแจ้งสถานะเป็นระยะ และหลังงานเสร็จเรายังตอบคำถามเรื่องการยื่นต่อให้
ก่อนเริ่ม — ประเมินความเสี่ยงเอกสาร ตรวจชื่อ-สกุล วันเดือนปี และเลขเอกสารให้ตรงกันทุกฉบับ ยืนยันว่าหน่วยงานปลายทางต้องการต้นฉบับ สำเนารับรอง หรือไฟล์ดิจิทัล แจ้งล่วงหน้าหากเอกสารต้องออกใหม่หรือคัดสำเนาก่อน ระหว่างงาน — เดินเรื่องและรายงานสถานะ แจ้งลำดับขั้นที่กำลังดำเนินการและกรอบเวลาโดยประมาณเป็นวันทำการ ประสานงานแก้ไขทันทีเมื่อหน่วยงานขอเอกสารเพิ่ม สรุปค่าใช้จ่ายของหน่วยงานให้ทราบก่อนดำเนินการทุกครั้ง หลังงานเสร็จ — ดูแลต่อจนใช้งานได้จริง อธิบายวิธียื่นเอกสารต่อกับหน่วยงานหรือสถานทูตปลายทาง เก็บสำเนางานไว้ให้ ขอชุดเพิ่มภายหลังได้ ตอบคำถามเพิ่มเติมเมื่อปลายทางขอเอกสารประกอบ เราจัดทำเอกสารตามข้อกำหนดของหน่วยงานปลายทาง การพิจารณาอนุมัติเป็นดุลพินิจของหน่วยงานนั้นเสมอ
ส่งไฟล์เอกสารให้เราตรวจเบื้องต้นทาง LINE เพื่อรับคำแนะนำเส้นทางการรับรองและใบเสนอราคา
Apostille และการรับรองข้ามประเทศ คำแนะนำก่อนดำเนินการแยกให้ชัดว่าเอกสารเดินทาง “ออกจากไทย” หรือ “เข้าสู่ไทย” เพราะสองทิศทางใช้เส้นทางรับรองคนละแบบ เอกสารต่างประเทศที่มี Apostille แล้ว เมื่อนำมาใช้ในไทยยังต้องแปลเป็นไทยและรับรองคำแปลที่กรมการกงสุลก่อนยื่นหน่วยงานไทย ตรวจว่าประเทศปลายทางเป็นภาคีอนุสัญญาหรือไม่ ก่อนวางแผนขั้นตอนทั้งหมด เก็บสำเนาสีของ Apostille ไว้ เพราะบางหน่วยงานขอดูคู่กับต้นฉบับ ถ้าเอกสารมีหลายฉบับ ให้ตรวจว่าปลายทางต้องการ Apostille แยกรายฉบับหรือรับแบบชุดเดียว ข้อควรระวังที่ทำให้เอกสารถูกตีกลับเข้าใจว่าไทยออก Apostille ได้แล้วในวันนี้ — อนุสัญญาจะมีผลบังคับใช้กับไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนหน้านั้นยังใช้สายงานกงสุล–สถานทูต คิดว่า Apostille ทดแทนการแปลได้ ทั้งที่เป็นการรับรองที่มาของลายมือชื่อและตราเท่านั้น ขอ Apostille จากหน่วยงานที่ไม่ใช่ผู้มีอำนาจออก (Competent Authority) ของประเทศนั้น เย็บเล่มหรือแยกแผ่น Apostille ออกจากเอกสารหลัก ทำให้ปลายทางปฏิเสธ ยื่นเอกสารที่ถ่ายสำเนาหลังติด Apostille แล้ว โดยไม่ได้นำต้นฉบับไปแสดง เตรียมให้พร้อมก่อนเริ่ม ระบุประเทศปลายทางและสถานะภาคีอนุสัญญาให้ชัด ต้นฉบับเอกสารที่ออกโดยหน่วยงานผู้มีอำนาจ ข้อกำหนดเรื่องภาษาของคำแปลจากหน่วยงานที่จะรับเอกสาร ข้อมูลที่ผันแปร — ควรตรวจสอบก่อนทุกครั้ง
รายชื่อภาคีอนุสัญญาและวันมีผลบังคับใช้เปลี่ยนแปลงได้ตลอด รวมถึงกรณีมีรัฐคัดค้านการเข้าเป็นภาคี วิธีตรวจสอบ: ตรวจตารางสถานะภาคีของ HCCH ในวันที่วางแผนดำเนินการ
หน่วยงานผู้มีอำนาจออก Apostille ต่างกันในแต่ละประเทศ บางแห่งเป็นกระทรวงการต่างประเทศ บางแห่งเป็นศาลหรือมลรัฐ วิธีตรวจสอบ: ดูรายชื่อ Competent Authority ของประเทศนั้นในเว็บไซต์ HCCHข้อมูลนี้เป็นแนวทางทั่วไป ไม่ใช่คำวินิจฉัยรายกรณี เงื่อนไขอาจเปลี่ยนแปลงตามประกาศของหน่วยงาน โปรดตรวจสอบกับหน่วยงานปลายทางก่อนดำเนินการ
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-04
Mr. JirasakNotarial Services Attorney (ทนายผู้ทำคำรับรองลายมือชื่อและเอกสาร) · ใบอนุญาตสภาทนายความ — Notarial Services Attorney Reviewed 2026-07-29 คำขอ Apostille ถูกตีกลับเพราะอะไร และแก้อย่างไรคำตอบสั้น: ปัญหาหลักคือขอ Apostille กับเอกสารที่ยังไม่ใช่ “เอกสารมหาชน” ในความหมายของอนุสัญญา ปลายทางไม่ได้เป็นภาคี และเข้าใจวันมีผลบังคับใช้ของไทยคลาดเคลื่อน (28 กุมภาพันธ์ 2570) แก้ได้โดยแปลงเอกสารให้เข้าเงื่อนไขก่อน แล้วเลือกเส้นทางรับรองให้ตรงกับสถานะภาคีของปลายทาง
เอกสารเอกชนถูกปฏิเสธเพราะไม่เข้าข่ายเอกสารมหาชน สาเหตุที่แท้จริงสัญญา จดหมาย หรือหนังสือมอบอำนาจของเอกชนยังไม่มีการรับรองโดยเจ้าพนักงานที่อนุสัญญายอมรับ ป้องกันก่อนยื่นให้ทนาย Notarial Services Attorney ทำคำรับรองก่อน เพื่อยกระดับเป็นเอกสารที่รับรองได้ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับทำคำรับรองลายมือชื่อ/สำเนาถูกต้อง แล้วยื่นขอรับรองใหม่
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 1–3 วันทำการ (ประมาณการ) ปลายทางไม่รับ Apostille เพราะไม่ได้เป็นภาคี สาเหตุที่แท้จริงเลือกเส้นทางจากคำแนะนำทั่วไป ไม่ได้ตรวจสถานะภาคีจริงของประเทศผู้รับ ป้องกันก่อนยื่นตรวจ status table ของ HCCH ก่อนตัดสินใจ และยืนยันกับผู้รับเป็นลายลักษณ์อักษร วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับเปลี่ยนเป็นเส้นทางรับรองกรมการกงสุล + สถานทูตปลายทาง
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ) ยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผลกับไทย สาเหตุที่แท้จริงเข้าใจว่าวันเข้าเป็นภาคีคือวันที่ใช้ได้ทันที ป้องกันก่อนยื่นวางแผนงานโดยยึดวันมีผลบังคับใช้ 28 กุมภาพันธ์ 2570 และเตรียมเส้นทางสำรองไว้ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับใช้เส้นทางรับรองเดิมไปก่อนหากกำหนดยื่นเร่งด่วน
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 3–10 วันทำการ (ประมาณการ) ปลายทางแจ้งว่าคำแปลไม่ได้ถูกคลุมด้วยใบรับรอง สาเหตุที่แท้จริงรับรองเฉพาะต้นฉบับ แต่แนบคำแปลที่ไม่ได้อยู่ในชุดที่รับรอง ป้องกันก่อนยื่นยืนยันกับผู้รับว่าต้องรับรองต้นฉบับ คำแปล หรือทั้งสองอย่าง วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับผูกคำแปลเข้าชุดและขอรับรองเพิ่มตามที่ปลายทางกำหนด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 2–5 วันทำการ (ประมาณการ) ผู้รับต้องการไฟล์ที่ตรวจสอบออนไลน์ได้ แต่ได้รับกระดาษ (หรือกลับกัน) สาเหตุที่แท้จริงไม่ได้ระบุรูปแบบผลลัพธ์ตั้งแต่ต้น ระหว่างฉบับกระดาษกับ e-Apostille ป้องกันก่อนยื่นถามผู้รับว่าต้องยื่นแบบอัปโหลด แบบกระดาษ หรือส่งไปรษณีย์ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับขอออกในรูปแบบที่ตรงกับช่องทางการยื่นของผู้รับ
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 1–5 วันทำการ (ประมาณการ) ต้องใช้หลายประเทศแต่มีใบรับรองใบเดียว สาเหตุที่แท้จริงยื่นต้นฉบับเดียวโดยไม่ได้คัดชุดสำรองสำหรับปลายทางอื่น ป้องกันก่อนยื่นคัดเอกสารต้นเรื่องหลายชุดตั้งแต่แรกเมื่อรู้ว่าต้องยื่นหลายประเทศ วิธีแก้เมื่อถูกตีกลับคัดชุดใหม่และเดินรับรองเพิ่มต่อชุด
ต้นทุนเวลาโดยประมาณเพิ่ม 5–12 วันทำการ (ประมาณการ) ต่อชุด ก่อนยื่นทุกครั้ง เราตรวจให้ว่าเอกสารของคุณเข้าเงื่อนไขเอกสารมหาชนหรือยัง ปลายทางเป็นภาคีหรือไม่ และควรใช้เส้นทางใดในช่วงเปลี่ยนผ่าน — ปรึกษาทีมเราก่อนเสียเวลาเดินเอง
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณาของหน่วยงานใด
แหล่งอ้างอิง: HCCH — Apostille Section (สถานะภาคีและวันมีผลบังคับใช้) · กองสัญชาติและนิติกรณ์ กรมการกงสุล กระทรวงการต่างประเทศ · ตรวจทานล่าสุด: 2026-08-10
ขั้นตอนบริการโดยย่อ และเอกสารเบื้องต้นที่ต้องเตรียม Apostille คือใบรับรองชั้นเดียวที่ใช้ระหว่างประเทศภาคีอนุสัญญากรุงเฮก สำหรับประเทศไทยอนุสัญญามีผลบังคับใช้วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ก่อนวันดังกล่าวเอกสารไทยยังต้องผ่านการรับรองแบบลูกโซ่ที่กรมการกงสุลและสถานทูตปลายทาง
ขั้นตอนการทำงานตรวจสถานะภาคีของประเทศปลายทาง — ภายในวันเดียวเลือกเส้นทางตามช่วงเวลา — ภายในวันเดียวจัดเตรียมต้นฉบับและคำแปลให้ถูกต้อง — 2–5 วันทำการ (ประมาณการ)ยื่นรับรองตามเส้นทางที่เลือก — 3–10 วันทำการ (ประมาณการ)ตรวจรับและจัดเก็บสำเนาดิจิทัล — 1 วันทำการ (ประมาณการ) เอกสารเบื้องต้นที่จำเป็น• ต้นฉบับทะเบียนราษฎร เช่น สูติบัตร ทะเบียนสมรส ทะเบียนบ้าน • คำแปลภาษาปลายทางที่สอดคล้องกับต้นฉบับทุกตัวอักษร • หนังสือเดินทางที่ใช้ยืนยันการสะกดชื่อ • หนังสือรับรองบริษัทและบัญชีรายชื่อผู้ถือหุ้นฉบับล่าสุด • มติที่ประชุมหรือหนังสือมอบอำนาจที่ลงนามครบถ้วน • งบการเงินหรือหนังสือรับรองภาษีที่ผู้รับปลายทางร้องขอ ต้องการวางแผนเอกสารให้พร้อมทั้งช่วงก่อนและหลังวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 ปรึกษาทีมงานของเราเพื่อจัดลำดับงานให้เหมาะกับกำหนดใช้งานจริงของคุณ
ระยะเวลาเป็นค่าประมาณเป็นวันทำการ ไม่รวมคิวของหน่วยงาน และไม่ใช่การรับประกันผลการพิจารณา
งานรับรองที่กรมการกงสุลและสถานทูตมีคิว รอบเวลา และเอกสารประกอบที่ต่างกันในแต่ละหน่วยงาน แหล่งอ้างอิงจากหน่วยงานราชการ ข้อมูลในหน้านี้อ้างอิงประกาศและระเบียบของหน่วยงานด้านล่าง โปรดตรวจสอบเงื่อนไขล่าสุดกับหน่วยงานก่อนดำเนินการ ตรวจทานล่าสุด 2026-07-29
คำถามที่เกี่ยวข้อง
ติดต่ออย่างไรได้เร็วที่สุด ติดต่อทางโทรศัพท์หรือ LINE ในเวลาทำการเพื่อสอบถามขั้นตอนเบื้องต้น และส่งภาพถ่ายเอกสารที่อ่านได้ชัดมาทางอีเมลหรือ LINE เพื่อให้ประเมินขอบเขตงานได้แม่นยำขึ้น
ประเทศไทยใช้ Apostille ได้แล้วหรือยัง ไทยเข้าเป็นภาคีอนุสัญญา Apostille (HCCH 1961) แล้ว โดยอนุสัญญาจะมีผลใช้บังคับกับประเทศไทยในวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2570 (28 February 2027) ก่อนวันดังกล่าวยังต้องใช้การรับรองนิติกรณ์ตามระบบเดิม
Apostille ต่างจากการรับรองกงสุลอย่างไร Apostille เป็นใบรับรองมาตรฐานเดียวที่ประเทศภาคียอมรับร่วมกัน ทำให้ไม่ต้องผ่านสถานทูตปลายทาง ส่วนการรับรองกงสุลต้องผ่านทั้งกรมการกงสุลและสถานทูต
เอกสารไทยที่ออกก่อนวันมีผลบังคับใช้ต้องทำอย่างไร เอกสารที่ต้องยื่นก่อนวันที่อนุสัญญามีผล ให้ดำเนินการตามระบบนิติกรณ์เดิม เพราะหน่วยงานปลายทางยังไม่สามารถรับ Apostille จากไทยได้จนกว่าจะถึงกำหนด บริการที่เกี่ยวข้อง ไม่แสดงค่าบริการบนหน้าเว็บ — สอบถามขอบเขตงานและค่าใช้จ่ายได้ทางโทรศัพท์ LINE หรืออีเมล